ณ ลานกว้างใจกลางศิษย์สายนอก ท่ามกลางเสียงพูดคุยของผู้คน ด้านหลังมังกรไผ่กลไกปรากฏร่างชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินอมยิ้มออกมา
หลินจิ้ง... จดจำคนผู้นั้นได้ในทันที เขาคือศิษย์พี่ผู้เฝ้าป่าไผ่วิญญาณก่อนหน้านี้นั่นเอง
เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วกล่าวเสียงดังว่า "สวัสดีทุกท่าน ข้าคือฟางหย่งฮ่าวจากสายใน ฝึกตนระดับเลี่ยนชี่ขั้นเก้า ได้รับมอบหมายจากท่านผู้เฒ่าอวี้ให้มาเป็นผู้จัดกิจกรรมมังกรสู้รบอสูรฟาดฟันในเทศกาลทะยานสวรรค์ของศิษย์สายนอก!"
"นับแต่นี้ไป ศิษย์สายนอกทุกคนล้วนสามารถท้าประลองกับมังกรไผ่กลไกได้ หากผู้ท้าประลองเตรียมตัวพร้อมแล้ว ข้าก็จะเปิดใช้งานมังกรไผ่ มันจะรับรู้และค้นหาศัตรูโดยอัตโนมัติภายในขอบเขตที่กำหนดเพื่อทำการต่อสู้"
"มีศิษย์น้องคนใดต้องการท้าประลองหรือไม่? วันนี้และวันพรุ่งนี้ แต่ละคนจำกัดสิทธิ์ท้าประลองได้วันละหนึ่งครั้ง! รางวัลจะแจกจ่ายตามผลงานที่ดีที่สุด"
"แน่นอน หากไม่พอใจในผลงานของตนเอง ท่านผู้เฒ่าอวี้กล่าวไว้ว่า สามารถจ่ายศิลาวิญญาณ 10 ก้อนเพื่อเพิ่มจำนวนครั้งในการท้าประลองได้..." สิ้นคำกล่าวของศิษย์พี่ฟาง ทั่วทั้งบริเวณก็เงียบกริบ ไม่มีผู้ใดอยากเป็นคนแรกที่ลงสนามท้าประลอง สาเหตุหลักเป็นเพราะยังไม่ทราบรูปแบบการโจมตีของมังกรไผ่กลไก หากบุ่มบ่ามท้าประลองไปก็มีแต่จะพ่ายแพ้ จำนวนครั้งก็มีจำกัดเพียงเท่านี้ ใครจะยอมเสียศิลาวิญญาณเพื่อซื้อรอบท้าประลองกันเล่า!
จนกระทั่งความเงียบงันผ่านไปสิบกว่าวินาที เสียง "ข้าเอง" ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
หลินจิ้งที่เดิมทีคิดจะขึ้นไปบนลานประลองหยุดชะงักการเคลื่อนไหว ก่อนจะมองตามไปพร้อมกับกระรอกใบสน
เหล่าศิษย์แหวกทางให้ ปรากฏร่างชายหนุ่มผิวคล้ำผู้หนึ่ง โดยมีลิงวานรที่เตี้ยกว่าหนึ่งช่วงศีรษะเดินตามอยู่ข้างกาย
ลิงตัวนั้นมีแววตาคมกริบ รูปร่างกำยำล่ำสัน ที่สำคัญที่สุดคือ... เมื่อเทียบกับขนสีขาวที่ยุ่งเหยิงตามส่วนอื่นๆ ของร่างกายแล้ว มือและเท้าของมันกลับดูคล้ายถูกปกคลุมด้วยโลหะประหลาด ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
มันคือวานรนักสู้ หนึ่งในห้าสัตว์วิญญาณพื้นฐานของสำนักพิชิตอสูร!
ที่น่ากล่าวถึงคือ วานรนักสู้ตัวนี้ยังแบกอาวุธด้ามยาวที่ถูกห่อด้วยผ้าขาวไว้บนหลัง ดูมีมาดของยอดฝีมือไม่เบา
"ที่แท้ก็ศิษย์พี่เฮ่อนี่เอง"
"อันดับหนึ่งแห่งศิษย์สายนอก ศิษย์พี่เฮ่ออีหมิง!"
ดูเหมือนคนผู้นี้จะมีชื่อเสียงในหมู่ศิษย์สายนอกไม่น้อย การปรากฏตัวของเขาสร้างความฮือฮาขึ้นมาในทันที
"ในลานประลองอสูรของศิษย์สายนอกตอนนี้ ศิษย์พี่เฮ่อก็รั้งอันดับหนึ่งอยู่"
"รองจากเขา ก็เป็นศิษย์พี่จื่อหรานกับศิษย์พี่ไช่ซินที่สลับกันครองอันดับสอง"
"นึกไม่ถึงเลยว่า ศิษย์พี่เฮ่อจะเป็นทัพหน้าให้กับพวกเรา เพื่อทดสอบความตื้นลึกหนาบางของมังกรไผ่!"
ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ภายนอกฝูงชน ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังพิงต้นไม้อ่าน "ภรรยาจิตวิญญาณกระบี่ของข้า" รวมถึงหญิงสาวท่าทางอ่อนแอที่มีศิษย์หญิงหลายคนรายล้อม ล้วนหันไปมองอันดับหนึ่งแห่งศิษย์สายนอกผู้นี้เช่นกัน
"สวัสดีศิษย์พี่ฟาง ข้าน้อยเฮ่ออีหมิง ฝึกตนระดับเลี่ยนชี่ขั้นหก สัตว์เลี้ยงวานรนักสู้ ระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ด มาขอท้าประลองกับมังกรไผ่กลไก!"
ศิษย์พี่ฟางยิ้มตอบ "สวัสดีศิษย์น้องเฮ่อ ข้าได้ยินชื่อเสียงของศิษย์น้องเฮ่อในหมู่ศิษย์สายนอกมานานแล้ว คิดว่าในบรรดาศิษย์ที่จะได้เข้าสู่สายในรุ่นถัดไป ย่อมต้องมีเจ้าอย่างแน่นอน"
"ขอบคุณศิษย์พี่ฟางที่เอ่ยชม" เฮ่ออีหมิงประสานมือคารวะ จากนั้นจึงเดินตามวานรนักสู้ออกไปข้างหน้า พลางเงยหน้าขึ้นมองมังกรไผ่กลไกเล็กน้อย
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปิดใช้งานมังกรไผ่กลไกแล้ว ศิษย์น้องโปรดเตรียมตัวให้พร้อม" สิ้นคำ ศิษย์พี่ฟางก็หยิบกระดิ่งที่ร้อยด้วยเชือกไผ่ออกมา
เมื่อเขาสั่นกระดิ่ง นัยน์ตาของมังกรไผ่กลไกกลางอากาศก็ทอแสงสีขาววาบขึ้นมา วินาทีต่อมา กระแสลมหมุนรอบตัวมังกรไผ่กลไกก็ไหลเวียนรวดเร็วยิ่งขึ้น
"ฟึ่บ!" ทันทีที่เสียงกระดิ่งดังขึ้น วานรนักสู้ที่อยู่ข้างกายเฮ่ออีหมิงก็ปลดอาวุธลงมาแล้วสะบัดผ้าขาวออก เมื่อเศษผ้าปลิวว่อน สิ่งที่อยู่ภายในนั้นกลับเป็น... จอบขุดดินเล่มหนึ่ง!
แม้จะดูไร้สาระไปบ้าง ทว่ากลับไม่มีศิษย์สายนอกคนใดหัวเราะออกมาเลย
"อุปกรณ์วิญญาณ!"
จอบเล่มนี้คืออุปกรณ์วิญญาณที่ช่างหลอมอาวุธตีขึ้นจากแร่วิญญาณ!
"ได้ยินมาว่าระหว่างที่ศิษย์พี่เฮ่ออีหมิงไปปฏิบัติภารกิจของสำนักที่เขตเหมืองแร่ เขาโชคดีขุดพบ 'หินหยกสว่าง' ที่ซ่อนอยู่ลึกใต้ดิน เพื่อเป็นการปูนบำเหน็จ สำนักจึงมอบรางวัลพิเศษเป็นจอบอุปกรณ์วิญญาณให้เขาเล่มหนึ่ง ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงสินะ"
เมื่อเห็นจอบที่ไม่ธรรมดาเล่มนั้น ศิษย์หลายคนก็เผยสีหน้าอิจฉา หากมีจอบเล่มนี้ ประสิทธิภาพในการขุดแร่ย่อมสุดจะจินตนาการ ความเร็วในการสะสมทรัพยากร... คงจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มิน่าเล่าศิษย์พี่เฮ่อถึงสามารถนั่งบัลลังก์อันดับหนึ่งแห่งศิษย์สายนอกในปัจจุบันได้!
หลินจิ้งและกระรอกใบสนฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนแล้วก็ตกอยู่ในความเงียบ แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?
"ย้าก!" หลังจากหยิบจอบอุปกรณ์วิญญาณออกมา วานรนักสู้ก็ราวกับมีเทพเจ้ามาโปรด มันระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาพร้อมกับกระแสพายุพลังวิญญาณ มันกระโจนพรวดขึ้นไป อาศัยพลังระเบิดอันแข็งแกร่งกระโดดไปอยู่เบื้องหน้าหัวมังกรไผ่ในพริบตา แล้วใช้จอบ... ฟาดเข้าใส่มังกรไผ่กลไกอย่างจัง!
ทั้งความเร็วและพลังระเบิด... ล้วนยอดเยี่ยมมาก เทียบชั้นได้กับผู้ฝึกกายาระดับเดียวกันเลยทีเดียว
สิ้นเสียง "ปัง" จอบเล่มนั้นก็ฟาดเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ ภาพที่เห็นทำให้ศิษย์สายนอกหลายคนสูดลมหายใจเข้าลึก เผยแววตาเลื่อมใส สัตว์กลไกตอบสนองเชื่องช้า... ในสายตาของพวกเขา เห็นได้ชัดว่ามังกรไผ่กลไกตามความเร็วของวานรนักสู้ไม่ทัน!
เฮ่ออีหมิงจึงเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
เห็นเพียงมังกรไผ่อ้าปากออก ลูกแก้วมังกรที่คาบไว้เปลี่ยนจากสีขาวข้ามไปเป็นสีแดง ส้ม เหลือง และเขียวอย่างรวดเร็ว!
สีเขียว? แค่สีเขียวงั้นหรือ?
การโจมตีครั้งนี้มีอานุภาพไม่ธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนนึกไม่ถึงก็คือ ลูกแก้วมังกรเปลี่ยนสีไปถึงแค่รางวัลระดับที่สี่... ยิ่งไปกว่านั้น มังกรไผ่ที่รับการโจมตีเข้าไป หัวกลับไม่เอียงเลยแม้แต่น้อย
ต้องรู้ก่อนว่าวานรนักสู้ก็อยู่ระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ด การต่อสู้ในระดับเดียวกัน การตอบสนองของมังกรไผ่นั้นสงบนิ่งเกินไปจริงๆ
ทว่าวินาทีต่อมา สิ่งที่ทำให้เหล่าศิษย์สายนอกต้องหน้าถอดสีก็คือ หลังจากมังกรไผ่ต้านทานการโจมตีได้ ราวกับมีพลังบางอย่างตื่นขึ้น หางมังกรขนาดมหึมาตวัดวาดอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา เสียง "ปัง!" ก็ดังขึ้นขณะที่มันฟาดเข้าใส่วานรนักสู้เหนือหัว ส่งร่างของวานรนักสู้ปลิวละลิ่วออกไปไกลหลายสิบเมตรในพริบตา!!!
ตุ้บ! ตุ้บ! ทั้งวานรนักสู้และจอบวิญญาณร่วงหล่นกระแทกพื้น โดยเฉพาะวานรนักสู้ที่ถึงกับสลบเหมือดไป วานรนักสู้ที่ขึ้นชื่อว่ามี "กระดูกเหล็กเส้นเอ็นทองแดง" กลับทนรับการโจมตีไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว ภาพนี้ทำให้หลายคนหน้าเปลี่ยนสีแล้วเปลี่ยนสีอีก
ตัวเฮ่ออีหมิงเองก็มีสีหน้ายากจะยอมรับได้ในทันที
"ลูกแก้วมังกรสีเขียว ศิษย์น้องเฮ่อ พรุ่งนี้พยายามใหม่อีกครั้งนะ" ศิษย์พี่ฟางเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปลอบใจ
"ศิษย์พี่ มังกรไผ่นี่... อยู่แค่ระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดจริงๆ หรือ???" เฮ่ออีหมิงไม่เชื่อ
ศิษย์พี่ฟางกล่าว "เป็นเช่นนั้น ทว่าคุณสมบัติของมังกรไผ่ตัวนี้ อาจจะเหมือนกับที่บันทึกไว้ในนิยายยุทธภพว่า เป็นระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดเก้าวัฏจักรจุดสูงสุดขั้นสมบูรณ์ สามารถต่อกรข้ามระดับกับเลี่ยนชี่ขั้นแปดได้... อะแฮ่ม... พวกเจ้ารู้จักพอเถอะ เท่าที่ข้ารู้ มังกรไผ่กลไกที่จัดเตรียมไว้สำหรับฉลองเทศกาลทะยานสวรรค์ของสายใน... ถึงขั้นไปแตะระดับจู้จีขั้นต้นเลยทีเดียว นี่เพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเลยนะ"
เขารู้สึกโชคดีมากที่ได้รับภารกิจนี้ มิเช่นนั้น คงต้องไปท้าประลองกับมังกรไผ่ระดับจู้จีเหมือนศิษย์สายในคนอื่นๆ แค่คิดฟางหย่งฮ่าวก็รู้สึกสยองแล้ว และทั้งหมดนี้... เขาไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความดีความชอบของใครบางคนหรือเปล่า
"ไม่มีใครแล้วหรือ?" หลายนาทีต่อมา หลังจากที่ศิษย์พี่ฟางเติมศิลาวิญญาณเพื่อฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไปของมังกรไผ่กลไก ก็ยังคงไม่มีศิษย์สายนอกคนใหม่มาท้าประลอง ขอบเขตพลังในนิยายโผล่มาขนาดนี้ ใครจะกล้าท้าประลองอีกล่ะ
การท้าประลองของอันดับหนึ่งแห่งศิษย์สายนอก ไม่เพียงแต่จะไม่สร้างความมั่นใจให้กับศิษย์สายนอกคนอื่นๆ แต่กลับทำให้พวกเขาหวาดหวั่นในใจยิ่งกว่าเดิม
"มาเถอะน่า อุตส่าห์มากันแล้ว" ศิษย์พี่ฟางหัวเราะ เมื่อเห็นท่าทางของบรรดาศิษย์น้องกลุ่มนี้ เขาก็รู้สึกว่าน่าสนุกดี
"ฟื้นฟูเสร็จแล้วใช่หรือไม่? พวกข้าลุยเลยละกัน"
ในที่สุด ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทางเดินอีกสายก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นคนด้านใน
เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่ง พร้อมกับกระรอกใบสนตัวหนึ่งที่ยืนอยู่บนไหล่ของเขา
เมื่อเทียบกับเฮ่ออีหมิงก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มผู้นี้มีคนรู้จักไม่มากนัก แต่แน่นอนว่าก็ไม่ใช่จะไม่มีเลย
เมื่อเห็นว่าเป็นหลินจิ้ง ศิษย์พี่จื่อหรานแห่งหอภารกิจ และศิษย์พี่ผู้เฝ้าป่าฟางหย่งฮ่าว ต่างก็ชะงักไปพร้อมกัน
"ศิษย์สายนอกหลินจิ้ง ฝึกตนระดับเลี่ยนชี่ขั้นสอง สัตว์เลี้ยงกระรอกใบสน ระดับเลี่ยนชี่ขั้นห้า มาขอท้าประลองกับมังกรไผ่กลไก!"
หลังจากหลินจิ้งรายงานตัวจบ เขาก็พากระรอกใบสนเดินตรงไปยังลานประลอง
"ใครน่ะ?"
เลี่ยนชี่ขั้นสอง? เลี่ยนชี่ขั้นห้า?
ทุกคนชะงักไป แม้จะบอกว่าระดับการฝึกตนเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะท้าประลองไม่ได้ ต่อให้เป็นระดับต่ำสุดก็ยังมีรางวัลให้ แต่หลังจากได้เห็นความแข็งแกร่งของมังกรไผ่กลไกแล้ว ยังกล้าลงสนามอย่างเด็ดเดี่ยว ศิษย์สายนอกหลายคนจึงอดไม่ได้ที่จะเลื่อมใสในความกล้าหาญของหลินจิ้ง
"เจ้า..."
หลังจากหลินจิ้งเข้าสู่สนาม ศิษย์พี่ฟางหย่งฮ่าวก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่น ก่อนจะเอ่ยถาม "เจ้าแน่ใจนะว่าจะท้าประลอง?"
ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด... ปรากฏตัวแล้ว!
"ศิษย์พี่ท่านนี้ ได้พบกันอีกแล้ว คราวก่อนต้องขอบคุณที่ช่วย 'ดูแล' เป็นอย่างดีนะ!" หลินจิ้งยิ้มทักทาย
"จี๊ดๆๆ!!" กระรอกใบสนก็จ้องมองอีกฝ่ายเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไปฟ้อง พวกเขาก็อาจจะได้ตัดไผ่วิญญาณต่ออีกสักสองวัน
"มิได้" ศิษย์พี่ฟางไม่เข้าใจความหมาย จึงกล่าวว่า "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะเปิดใช้งานมังกรไผ่กลไกอีกครั้ง ศิษย์น้อง... พวกเจ้าโปรดระวังตัวด้วย!"
พูดจบ เขาก็ใช้กระดิ่งไผ่เปิดใช้งานสัตว์กลไกอีกครั้ง
ในเวลานี้ คนส่วนใหญ่ยังคงคิดว่าศิษย์สายนอกหน้าแปลกผู้นี้ อย่างมากก็แค่มาทำเป็นพิธีเท่านั้น
จนกระทั่งมังกรไผ่เริ่มทำงาน หลินจิ้งตบกระเป๋า ใบเฟิงสีแดงใบหนึ่งก็กระเด็นออกมาและถูกกระรอกใบสนบนไหล่ของหลินจิ้งคว้าไว้ในมือ
มันออกแรงสะบัด ใบไม้แดงก็กลายสภาพเป็นดาวตกสีแดงพุ่งเข้าหามังกรไผ่ในพริบตา ความเร็วนั้นเหนือกว่าพลังระเบิดของวานรนักสู้ไปไกลโข
"แม่เจ้าโว้ย เร็วขนาดนี้เลยหรือ?!" ศิษย์ที่เลี้ยงกระรอกใบสนเหมือนกัน เมื่อเห็นความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวของวิชาใบไม้บินนี้ก็ถึงกับตะลึงงัน
นี่คือวันๆ ไม่ยอมทำนาปลูกผัก ไม่ยอมฝึกฝนพลังวิญญาณ เอาแต่มุ่งมั่นฝึกวิชาใบไม้บินอย่างเดียวเลยหรือ?
"มิน่าเล่าถึงกล้ามาท้าประลอง มีฝีมือไม่เบาเลยนี่"
ท่ามกลางความประหลาดใจของผู้คน สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
หลังจากวิชาใบไม้บินพุ่งเป้าไปที่ร่างของมังกรไผ่อย่างแม่นยำ... กลับผ่าร่างมังกรไผ่ขาดสะบั้นในชั่วพริบตา ใบไม้แดงฝังแน่นอยู่บนร่างของมังกรไผ่อย่างจัง ราวกับดาบพิฆาตมังกรที่เสียบทะลุร่างมังกรยักษ์!
"โฮก!!!" แม้มังกรไผ่จะไม่รู้จักความเจ็บปวด แต่เมื่อใบไม้แดงฟันฉับเข้าไปในร่างกาย มันก็ยังคงอ้าปากกว้าง เปล่งเสียงกลไกสั่นสะเทือนดังกึกก้อง ราวกับกำลังคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
แดง... ส้ม... เหลือง... เขียว... คราม... น้ำเงิน!
ใบไม้บินพุ่งชนเป้าหมาย สีของลูกแก้วมังกรข้ามไปเป็นสีน้ำเงินในรวดเดียว นี่แสดงให้เห็นว่า พลังทำลายล้างของวิชาใบไม้บินของกระรอกใบสน อย่างน้อยก็สูงกว่าการโจมตีด้วยอุปกรณ์วิญญาณของวานรนักสู้ระดับเลี่ยนชี่ขั้นเจ็ดถึงสองระดับ!
ภาพที่เห็นอยู่เหนือความเข้าใจของผู้คน ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อเทียบกับวานรนักสู้แล้ว กระรอกใบสนไม่ได้เชี่ยวชาญคาถาต่อสู้เลย
"สีน้ำเงิน?!" ไกลออกไป เฮ่ออีหมิงที่กำลังนั่งยองๆ ป้อนโอยาสมานแผลให้วานรนักสู้ลุกพรวดขึ้นยืนทันที พลางจ้องมองลูกแก้วมังกรในปากมังกรไผ่
"เป็นเพราะใบไม้แดงนั่นใช่หรือไม่!" แน่นอนว่ามีคนเดาอะไรบางอย่างได้ โดยคิดว่าใบไม้แดงนั่นไม่ใช่ของธรรมดา
"ต้องเป็นพืชดุร้ายที่มีมูลค่าสูงกว่าจอบวิญญาณแน่ๆ! กระรอกใบสนตัวนั้นกลับสามารถควบคุมมันได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้!"
ทว่าเมื่อเทียบกับเรื่องเหล่านี้แล้ว สิ่งที่ดุเดือดยิ่งกว่าในยามนี้คือปฏิกิริยาของมังกรไผ่ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า หลังจากได้รับบาดเจ็บ บนร่างของมังกรไผ่กลับมีเปลวเพลิงวิญญาณสีเขียวมรกตแผ่ซ่านออกมา ไม่เหมือนกับสัตว์กลไกธาตุไม้เลยแม้แต่น้อย
เปลวเพลิงวิญญาณสีเขียวมรกตปรากฏขึ้น ใบเฟิงสีแดงก็ถูกเปลวเพลิงวิญญาณกลืนกินไปในพริบตา
"...มังกรกลไกตัวนี้ทำไมถึงสลักค่ายกลเปลวเพลิงไว้ด้วย" เหล่าศิษย์สายนอกยอมจำนนแล้ว ใช้ลมได้ก็แล้วไปเถอะ ตอนนี้กลับยังใช้ไฟได้อีก มังกรไผ่ที่สามารถใช้คาถาได้ถึงสองประเภท สำหรับศิษย์ผู้ควบคุมอสูรที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ประตูแห่งการฝึกตน นี่มันระดับความยากนรกแตกชัดๆ ท่านผู้เฒ่าอวี้ไม่ทำตัวเป็นคนแล้ว ศิษย์สายนอกไปทำให้เขาล่วงเกินอะไรหรือเปล่าเนี่ย?
"เมื่อได้รับบาดเจ็บก็จะอ้าปาก เผยให้เห็นลูกแก้วมังกร"
"การเคลื่อนไหวในช่วงแรกจะเชื่องช้า สัญชาตญาณการโจมตีไม่สูงนัก เพื่อให้โอกาสผู้ท้าประลองได้โจมตีหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงป้องกันและสวนกลับ"
"แต่หากคิดจะอาศัยการทำลายจากภายนอก ความยากก็จะสูงมาก"
"ดังนั้นจึงต้องทำให้มังกรไผ่อ้าปากเสียก่อน หลังจากนั้น..."
"จุดอ่อน น่าจะอยู่ในปากสินะ"
"การจะสยบสัตว์กลไก ก็ต้องทำลายกลไกอันซับซ้อนนั่นให้เร็วที่สุด" ท่านผู้เฒ่าอวี้คงไม่โรคจิตถึงขั้นทำให้สัตว์กลไกระดับเลี่ยนชี่กลายเป็นการป้องกันที่สมบูรณ์แบบหรอกมั้ง
ขณะที่ศิษย์ส่วนใหญ่ยังคงขนลุกซู่กับความแข็งแกร่งของมังกรไผ่... หลินจิ้งที่กำลังพึมพำกับตัวเองก็สะบัดใบไม้แดงออกจากกระเป๋าอีกสิบใบ
ทุกคน: ???
ไม่ใช่สิ เจ้า...
กระรอกใบสนถือไว้มือละห้าใบ แยกออกเล็กน้อย
ซัดออกไปสิบดอกรวด ลำแสงสีแดงเจิดจ้าสิบสายพุ่งตรงไปยังหัวของมังกรไผ่
เทคนิคเช่นนี้ ทำให้ผู้ควบคุมอสูรกระรอกใบสนคนอื่นๆ รู้สึกว่ามันประหลาดและพิสดารยิ่งนัก
นอกจากนี้ ผู้คนยังพบว่า แนวคิดของหลินจิ้งที่ต้องการทำลายกลไกภายในจากในปากของมังกรไผ่เป็นความคิดที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่วิชาใบไม้บินที่โจมตีเป็นเส้นตรง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมังกรไผ่ที่เคลื่อนไหวได้ จะไปราบรื่นปานนั้นได้อย่างไร...
มังกรไผ่เอียงหัวเล็กน้อย จุดตกของใบไม้บินอย่างมากที่สุดก็แค่เฉือนโดนหน้ามังกรไผ่เท่านั้น
ทว่าวินาทีต่อมา
"วิชาควบคุมสิ่งของ!" หลินจิ้งยื่นมือออกไป ประสานอินด้วยมือเดียว พร้อมทำท่าชี้นำ
ใบไม้แดงหักเลี้ยวกะทันหันอย่างต่อเนื่อง กระรอกใบสนประสานงานกับหลินจิ้งเพื่อควบคุมใบไม้แดง
ด้วยวิธีการที่ราวกับ "วิชาควบคุมสิ่งของ" นี้ ได้บังคับให้พวกมันบินเข้าไปในปากของมังกรไผ่ที่เพิ่งอ้าออก
แกรกๆๆๆๆ!
เสียงกลไกต่างๆ แตกหักดังแว่วมา ลูกแก้วมังกรในปากของมังกรไผ่กลไกเปลี่ยนเป็นสีม่วงก่อน จากนั้น... ก็มีเสียงดังเป๊าะ เป็นเสียงแตกร้าว สายลมและเปลวเพลิงบนร่างของมังกรไผ่ที่บินอยู่บนท้องฟ้าดับลง ไม่นานมันก็ร่วงหล่นลงมาจากอากาศราวกับชิ้นส่วนที่แตกกระจาย
ปัง!
ร่วงกระแทกพื้น
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน
เมื่อเห็นเช่นนั้น... กระรอกใบสนก็ปีติยินดีอยู่ลึกๆ
เปราะบางขนาดนี้เลย? ประหยัดระเบิดถั่ววิญญาณไปได้ตั้งเยอะ!
มันรีบวิ่งไปข้างหน้า หวังจะเก็บกู้ใบไม้บินของตัวเองกลับมา
"คนผู้นี้เป็นใครกันแน่ มีความเป็นมาอย่างไร" ในวินาทีนี้ บรรดาศิษย์ต่างมีความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อมองดูพวกหลินจิ้ง หลินจิ้งที่เข้าร่วมสำนักพิชิตอสูรมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุดก็ปรากฏตัวในสายตาของศิษย์สายนอกทั้งหมด
"ศิษย์พี่ นี่... ถือว่าท้าประลองสำเร็จหรือไม่?" หลินจิ้งหันไปมองศิษย์พี่ผู้เฝ้าป่าเช่นกัน
มุมปากของฟางหย่งฮ่าวกระตุก วัสดุที่ใช้สร้างมังกรไผ่เจ้าก็เป็นคนตัด มังกรไผ่เจ้าก็เป็นคนรื้อ ศิษย์น้อง เจ้ามีความแค้นกับต้นไผ่หรือไง!! แล้ววิชาควบคุมสิ่งของของเจ้า ทำไมถึงไม่มีความผันผวนของลมปราณแท้เลยสักนิดล่ะ?!