“ท่านแม่ ท่านขายเซี่ยนเกอไปแล้วหรือ?”
ฉุยจ้งหยวนเอ่ยถามเสียงดัง
ท่านผู้เฒ่าชุยที่ถูกถามจนงุนงงในที่สุดก็ได้สติกลับคืนมา กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “พูดจาเหลวไหลอันใดกัน ข้าจะขายเซี่ยนเกอตั้งแต่เมื่อใด!”
ที่บ้านยากจน การเรียนหนังสือจึงส่งเสียได้เพียงหลานชายคนโต นับว่าลำเอียงมากแล้ว
แต่นางจะทำเรื่องขายหลานชายของตัวเองได้อย่างไรกัน!
ชุยอวี้ได้ยินดังนั้นก็พลันหยุดร้องไห้
คนอื่นๆ ในตระกูลชุยที่กำลังมีสีหน้าตื่นตระหนกต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
มีเพียงชุยเซี่ยนที่คาดเดาได้ว่า พ่อบ้านผู้นี้ น่าจะถูกส่งมาจาก ‘พี่ใหญ่’ ผู้นั้น
ดูท่าแล้ว ที่เรียกพี่ใหญ่ไปหลายคำในวันนั้นคงไม่เสียเปล่า
ชุยเซี่ยนมองไปยังท่านแม่ที่มีสีหน้า ‘ปกป้องลูก’ เต็มเปี่ยม มองไปยังท่านพ่อที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าตน
แล้วมองไปยังชุยอวี้ที่คุกเข่าต่อหน้าท่านย่าในทันที ยอมแม้กระทั่งถูก ‘ขาย’ เพื่อแลกน้องชายกลับมา ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก
ขอบคุณพวกท่าน ที่เติมเต็มจินตนาการอันงดงามทั้งหมดของข้าเกี่ยวกับบ้านเล็กๆ ที่แสนอบอุ่น
ที่แท้นี่ก็คือบ้าน คือคนในครอบครัว
ดีจริงๆ
และบ้านที่แสนดีเช่นนี้—
ชุยเซี่ยนที่ชาติก่อนเป็นเด็กกำพร้า จะทนมองดูมันยากจนลงทุกวัน ถูกความทุกข์ยากครอบงำและทารุณได้อย่างไรกัน?
หลังจากข้ามภพมาแล้ว สิ่งเดียวที่เขายังคงสับสนคือ แท้จริงแล้วตนเองเป็นใคร
แต่ตั้งแต่วันนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ชุยเซี่ยนคิดว่า ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
ปล่อยให้บุพเพกรรมในชาติก่อนปลิวไปกับสายลมเถิด
ต่อจากนี้ไป เขาคือชุยเซี่ยนแห่งตระกูลชุย หมู่บ้านเหอซี
เขาจะสืบทอดเกียรติยศของบรรพบุรุษ แบกรับภาระหนักในการฟื้นฟูชื่อเสียงของตระกูลชุย
เมื่อคิดตกในเรื่องเหล่านี้
ชุยเซี่ยนที่เปรียบเสมือนจอกแหนไร้ราก ในที่สุดก็ได้พบจุดยึดเหนี่ยวให้ลงหลักปักฐานได้ในราชวงศ์ต้าเหลียง ณ กาลอวกาศที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้
ดังนั้นทั้งร่างของเขาจึงดูมีชีวิตชีวาขึ้น หางตาและปลายคิ้วล้วนเจือรอยยิ้ม
เมื่อเห็นว่าคนในครอบครัวยังคงตกตะลึง
ชุยเซี่ยนจึงเอ่ยเตือนเสียงเบา “แปดส่วนคงเป็นการเข้าใจผิด สู้เชิญพ่อบ้านจวนเผยเข้ามาสอบถามให้ละเอียดดีหรือไม่”
ใช่ๆ!
เชิญเข้ามาถามสักหน่อยก็รู้เรื่องแล้ว
พี่สะใภ้ใหญ่หลินซื่อตบหน้าผากตัวเอง “ข้าไปเปิดประตูเอง”
ผลคือเมื่อเปิดประตู คนทั้งตระกูลชุยต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
เพราะพ่อบ้านจวนเผยมาเยือนพร้อมกับของขวัญ
ของขวัญล้ำค่าเต็มคันรถเทียมวัว!
ข้าวสาร แป้งสาลี เนื้อหมู ไข่ไก่ ไก่เป็น เป็ดเป็น น้ำมันหมู...กองอยู่เต็มคันรถ
กระทั่งยังมีผ้าเนื้อดีเลิศลื่นเป็นมันอีกสองพับ!
หลายปีมานี้ตระกูลชุยยากจนจริงๆ
ดังนั้น ของขวัญล้ำค่าหนึ่งคันรถนี้จึงสร้างความรู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรง
หลินซื่อมองจนโง่งมไปแล้ว ดวงตาจับจ้องไปยังของบนรถเข็นคันนั้นอย่างไม่วางตา หัวใจเต้นรัวตุบๆ
นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
ของขวัญที่ส่งให้ตระกูลชุยของพวกเขางั้นหรือ?
ไม่...เป็นไปไม่ได้กระมัง!
ผลคือในวินาทีถัดมา
ก็ได้เห็นพ่อบ้านชราสั่งการบ่าวรับใช้สองคนให้ลากรถที่เต็มไปด้วยของขวัญล้ำค่าเข้ามาในลานบ้านตระกูลชุย
พ่อบ้านชราพยักหน้าให้หลินซื่อที่เปิดประตูอย่างสุภาพก่อน จากนั้นจึงมองไปยังท่านผู้เฒ่าชุยแล้วยิ้มกล่าวว่า “มาเยือนอย่างกะทันหัน ช่างเสียมารยาทนัก นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่นายท่านสั่งเป็นพิเศษให้เตรียมมาให้จวนของท่าน ขอได้โปรดรับไว้ด้วย”
โอ๊ย แม่เจ้าโว้ย!
นี่น่ะหรือ ‘ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ’?
หลินซื่อได้ฟังก็ถึงกับเดาะลิ้น พี่น้องตระกูลชุย เฉินซื่อและคนอื่นๆ ต่างก็มองตาเป็นมัน
แต่ถึงจะอยากได้เพียงใด ก็ไม่มีใครเอ่ยปากว่าจะรับไว้
ของฟรีไม่มีในโลก ฟังจากคำพูดของพ่อบ้านชราผู้นี้เมื่อครู่ ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะเซี่ยนเกอ
ท่านผู้เฒ่าชุยละสายตาจาก ‘รถของขวัญ’ คันนั้นอย่างยากลำบาก เอ่ยกับพ่อบ้านจวนเผยด้วยรอยยิ้มขมขื่นและน้ำเสียงฝืดเฝือ “พูดไปก็ไม่กลัวท่านหัวเราะเยาะ ครอบครัวยากจนเช่นเราขาดแคลนทั้งเสื้อผ้าและอาหาร ของหนึ่งคันรถนี้ สำหรับพวกเราแล้ว มิอาจรับคำว่า ‘ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ’ ได้จริงๆ”
“แต่ดังคำกล่าวที่ว่า ไม่มีคุณงามความดี ไม่ขอรับของกำนัล ของขวัญเหล่านี้ พวกเราไม่อาจรับไว้ได้ ขอรบกวนท่านนำกลับไปด้วยเถิด”
“อีกอย่าง ข้าอยากจะถามว่า เมื่อครู่ท่านเอ่ยถึงเซี่ยนเกอ เป็นเพราะหลานชายคนเล็กของข้ายังเยาว์วัย ไปล่วงเกินคนของจวนท่านเข้าหรือไม่? หากเขาทำผิดสิ่งใดจริงๆ ข้าจะปิดประตูอบรมสั่งสอนเขาให้ดี...”
ท่านผู้เฒ่าพูดจาสุภาพนอบน้อม
ผิวเผินดูเหมือนกำลังตำหนิหลานชายตนเอง แต่แท้จริงแล้วทุกประโยคล้วนเป็นการปกป้อง
เพราะอีกฝ่ายอ้างว่ามาจากจวนเผย
ตระกูลเผยแห่งหนานหยางที่มีผู้สอบได้ตำแหน่งจวี่เหรินถึงสองคนในตระกูลเดียวกัน ท่านผู้เฒ่าชุยย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง
แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งตระกูลชุยต้องตกตะลึงเบิกตาโพลงคือ
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านผู้เฒ่าชุย สีหน้าของพ่อบ้านชราก็พลันเปลี่ยนไป รีบอธิบายอย่างตื่นตระหนกว่า “ไม่ๆๆ ท่านผู้เฒ่าท่านเข้าใจผิดแล้ว! คุณชายน้อยชุยเซี่ยนไม่ได้ทำอะไรผิด เขาดีมากขอรับ!”
“ไม่เพียงแต่คุณชายน้อยของบ้านข้า แต่ยังรวมถึงฮูหยินผู้เฒ่าของบ้านข้า ตลอดจนคนทั้งจวนเผย ล้วนรู้สึกขอบคุณคุณชายน้อยเซี่ยนเกอ เป็นความผิดของพวกเราเองที่มาเยือนอย่างกะทันหัน ท่านอย่าได้โทษคุณชายน้อยเซี่ยนเกอเป็นอันขาดนะขอรับ!”
อะ
หา?
คำพูดนี้ ทำให้ทุกคนในครอบครัวรวมถึงท่านผู้เฒ่าชุยต่างงุนงงไปตามๆ กัน
พวกเขาหันไปมองชุยเซี่ยนอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ชุยเซี่ยนกะพริบตา สบตากับคนในครอบครัวอย่างใสซื่อ
คำพูดของพ่อบ้านชรายังคงดำเนินต่อไป
“หลายวันก่อน คุณชายน้อยของข้าและคุณชายน้อยชุยเซี่ยนถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบ เล่นด้วยกันอย่างมีความสุขมาก หลังจากกลับไปแล้ว ในใจก็ยังคงคิดถึงคุณชายน้อยชุยเซี่ยนอยู่ตลอด”
พ่อบ้านชรากล่าวอย่างจริงใจ “ดังนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าจึงให้ข้าเตรียมของขวัญหนึ่งคันรถมาที่นี่ เพื่อจะเชิญคุณชายน้อยชุยเซี่ยนไปที่จวน เป็นเพื่อนเล่นเพื่อนเรียนของคุณชายน้อยขอรับ”
“ท่านโปรดวางใจ ฮูหยินผู้เฒ่าของพวกเรากำชับมาเป็นพิเศษว่า ไม่ได้ให้คุณชายน้อยเซ็นสัญญาขายตัว และไม่จำเป็นต้องเซ็นสัญญาจ้างงานด้วย คุณชายน้อยเพียงแค่ย้ายเข้าไปอยู่ เดือนหนึ่งจะจ่ายค่าจ้างให้ท่านห้าร้อยอีแปะขอรับ”
เดือนละห้าร้อยอีแปะ?!
ผู้หญิงสามคนของตระกูลชุยทอผ้า ทำงานหนักแทบตายสองสามเดือน ก็ยังไม่แน่ว่าจะหาเงินได้ถึงห้าร้อยอีแปะ!
เซี่ยนเกออายุแค่แปดขวบ ก็มีคนเสนอค่าจ้างให้เดือนละห้าร้อยอีแปะแล้ว!
แถมยังเตรียมของขวัญล้ำค่าคันใหญ่มาเชิญถึงประตูบ้านด้วยตัวเอง!
คนตระกูลชุยฟังจนโง่งันไปแล้ว
ชุยเซี่ยนเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าพี่ใหญ่จะใจกว้างถึงเพียงนี้
ทั้งมอบของขวัญ ทั้งจัดการเรื่อง ‘งาน’ ให้ แถมยังรวมอาหารและที่พักอีกด้วย
ให้ตายเถอะ ขาดก็แต่ให้เงินโดยตรงแล้ว
แต่ในไม่ช้า ชุยเซี่ยนก็รู้ว่าความคิดของตน ‘คับแคบ’ เกินไป
พี่ใหญ่คือพี่ใหญ่ตัวจริง ไม่เพียงแต่ให้ของขวัญ ให้งาน แต่ยังให้เงินด้วย!
พ่อบ้านชราพูดรัวไม่หยุด เมื่อเห็นว่าคนตระกูลชุยไม่มีปฏิกิริยา ในใจก็เริ่มร้อนรน
จากนั้นเขาก็ตบหน้าผากตัวเอง ควักเงินสิบตำลึงออกมาจากอกเสื้อ “โอ้ใช่ ดูความจำของข้าสิ! นี่ยังมีเงินอีกสิบตำลึง รบกวนท่านโปรดรับไว้ด้วย”
สวรรค์ เท่าไหร่นะ?
เงินสิบตำลึง!
เทียบเท่ากับเงินค่าแรงงานเกณฑ์ของคนสองคนได้เลยนะ
ตอนนี้ตระกูลชุยต่อให้เทสมบัติหมดบ้าน ก็ยังหาเงินมากขนาดนี้ไม่ได้!
“ไม่เหมาะๆ!”
ท่านผู้เฒ่าชุยถูกความใจป้ำอย่างต่อเนื่องนี้ทำเอาตกใจจนมึนงง
นางพยายามควบคุมสติกล่าวว่า “ของขวัญนี้ เงินนี้ พวกเราล้วนรับไว้ไม่ได้ ส่วนจุดประสงค์ที่ท่านมา ข้ารับทราบแล้ว แต่เซี่ยนเกอยังเล็กนัก มิอาจรับความปรารถนาดีเช่นนี้ได้จริงๆ ขอให้พวกเราได้ไตร่ตรองดูอีกสักหน่อย”
แม้จะบอกว่าไม่ต้องเซ็นสัญญาขายตัว หรือแม้กระทั่งสัญญาจ้างงาน
แต่หลานชายคนเล็กเพิ่งจะอายุแปดขวบเองนะ
อายุยังน้อยเท่านี้ก็ต้องจากบ้านไปหาเงิน ท่านผู้เฒ่าย่อมตัดใจไม่ลงอยู่แล้ว
พ่อบ้านชราได้ฟังก็รู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมและเคารพ
เขามองออกโดยธรรมชาติว่าครอบครัวนี้ยากจนข้นแค้น แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ได้หวั่นไหวไปกับเงินทองทรัพย์สินโดยง่าย
ตระกูลที่เคยสูงศักดิ์ แม้จะตกยาก แต่ก็ยังมีศักดิ์ศรี
มิน่าเล่าคุณชายน้อยชุยเซี่ยนถึงได้ถูกชะตากับคุณชายน้อยของเขา
ในใจแอบนับถือ ท่าทีของพ่อบ้านจึงยิ่งอ่อนโยนลง ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านผู้เฒ่ากล่าวผิดไปแล้ว เงินสิบตำลึงนี้ ท่านปฏิเสธไม่ได้หรอกขอรับ เพราะนี่ไม่ได้ให้ท่าน แต่เป็นคุณชายน้อยของเราที่มอบให้คุณชายน้อยเซี่ยนเกอตามที่ตกลงกันไว้”
“ส่วนของขวัญหนึ่งคันรถนี้ หากท่านไม่ต้องการรับไว้ ก็ถือเสียว่าฝากไว้ที่จวนของท่านก็แล้วกัน คุณชายน้อยของข้า เฝ้ารอให้คุณชายน้อยชุยเซี่ยนรีบย้ายไปที่จวนอยู่ตลอด”
“วันนี้ท่านยังไม่ต้องรีบปฏิเสธ ลองพิจารณาดูอีกหน่อย หากตกลงแล้ว ก็ส่งข่าวมาที่จวนเผย ข้าจะมารับคุณชายน้อยชุยเซี่ยนในทันที”
“หากสุดท้ายท่านยังคงไม่ตกลง ก็ไม่เป็นไร แต่คงต้องเปลี่ยนเป็นจวนเผยของพวกเราที่ต้องมารบกวนท่านแล้ว เพราะคุณชายน้อยอยากจะย้ายมาเล่นกับคุณชายน้อยชุยเซี่ยน ถึงตอนนั้น หวังว่าท่านคงจะไม่รังเกียจ”
“คุณชายน้อยกินจุมาก กินเก่ง หนึ่งคันรถนี้คาดว่าคงไม่พอขอรับ ถึงเวลานั้น คงต้องลากมาเพิ่มอีกสักสองคันรถ”
สมกับที่เป็นพ่อบ้านของตระกูลใหญ่ พูดจาได้สละสลวยจริงๆ
พูดจบ พ่อบ้านชราก็ไม่รอให้ใครได้พูดอะไร ยัดเงินสิบตำลึงนั้นใส่มือชุยเซี่ยน
จากนั้น เขาก็จากไปเช่นนั้น
ในลานบ้านตระกูลชุย
คนทั้งครอบครัวยังคงตกอยู่ในความตกตะลึง บรรยากาศหดหู่เจ็บปวดก่อนหน้านี้หายไปสิ้น
เงินสิบตำลึง บวกกับข้าวสาร แป้ง น้ำมัน และผ้าเต็มคันรถอยู่ตรงหน้า ใครจะยังทุกข์ใจลงอีกเล่า?
ไม่หัวเราะออกมาก็ดีเท่าไหร่แล้ว!
สถานการณ์ที่พลิกผันจากร้ายกลายเป็นดีอย่างใหญ่หลวงนี้ ช่างเหนือความคาดหมายของทุกคนจริงๆ
หลินซื่อถึงกับกลัวว่าจะมีคนคอยจ้องมอง จึงลอบปิดประตูใหญ่อย่างลับๆ ล่อๆ
จากนั้น
ทุกคนในครอบครัวทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างหันไปมองชุยเซี่ยนพร้อมกัน ในแววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง
เฉินซื่อใช้มือข้างหนึ่งประคองท้องของตนไว้เบาๆ แล้วเอ่ยถามข้อสงสัยของทุกคนออกมา “เซี่ยนเกอ นี่...นี่มันเรื่องอะไรกันแน่! เจ้าเล่ามาให้ละเอียดสิ!”