กู้ฝานนอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์บนบีนแบ็กในห้องนั่งเล่น สายตาจับจ้องไปที่ห้องไลฟ์สตรีมของอาจารย์ติงอีกครั้ง
ส่วนลิลิธนั้นขดตัวอยู่บนโซฟาเดี่ยวอีกตัว ตรงหน้าเต็มไปด้วยขนมและเครื่องดื่ม เตรียมพร้อมเพลิดเพลินไปกับผลงานในครั้งนี้
สำหรับเกม "ซิซีฟัส" นี้ เธอมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ครั้งนี้จะไม่มีทางซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด!
ก่อนหน้านี้เกม "วิถีนรก" จู่ๆ ก็เกิดบั๊กกระสุนเลี้ยวโค้งขึ้นมาอย่างงงๆ แต่ "ซิซีฟัส" ไม่ใช่เกมแนว FPS เลยสักนิด ไม่มีทั้งกระสุนและศัตรู คงไม่มีทางเกิดบั๊กทำนองนั้นขึ้นอีกหรอกมั้ง?
ยังไงซะตราบใดที่ไม่มีเหตุไม่คาดฝัน เกมนี้ก็ถือว่าชัวร์ป้าบ
"พี่น้องครับ ได้ค่าข้าวมาอีกแล้วครับพี่น้อง!
"วันนี้พวกเราจะมาลองเล่นเกมใหม่ของบริษัทเกม 'ต้านสวรรค์' กันนะครับ ชื่อว่า "ซิซีฟัส" ซิซีฟัสทุกคนคงรู้จักกันดีใช่มั้ยครับ ก็คือด้วงขี้ควายที่เข็นหินขึ้นภูเขาในตำนานเทพเจ้ากรีกนั่นแหละ เอ้ย ไม่ใช่ เทพที่เข็นหินขึ้นภูเขาต่างหาก"
อาจารย์ติงเริ่มไลฟ์ตรงเวลาเป๊ะ และยังคงเหมือนเดิมคือบอกกับชาวช่องทุกคนอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองกำลังจะหาค่าข้าวแล้ว
นี่คือ 'คำออกตัว' ของเขา
ทว่าการรับงานสปอนเซอร์ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากครั้งก่อนๆ อยู่บ้าง
อาจารย์ติงพูดเสริมว่า "ครั้งนี้สปอนเซอร์ผู้มีพระคุณค่อนข้างใจป้ำนะครับ เลือกที่จะ 'เหมาจ่ายรายเดือน' ให้กับห้องไลฟ์สตรีมของเราไปเลย แต่ผมเป็นคนยังไง? ใช่มั้ยล่ะ พี่น้องทุกคนก็รู้กันดีว่าอาจารย์ติงคนนี้ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การรับชมของพี่น้องมาโดยตลอด ดังนั้นผมจึงตัดสินใจว่า!
"จะสตรีมให้ดูกันก่อนห้าวัน ถ้าพี่น้องชอบดูก็จะสตรีมต่อ แต่ถ้าไม่ชอบก็พอแค่นี้"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป ผู้ชมก็พากันตกตะลึง
"ช่างเป็นคนที่หน้าหนาไร้ยางอายอะไรเช่นนี้!"
"เซียนรับสปอนเซอร์ชักจะเอาใหญ่แล้วใช่มั้ย? ก่อนหน้านี้รับงานทุกสัปดาห์พวกเราก็ยอมทนแล้วนะ ตอนนี้ถึงขั้นจะรับงานรวดเดียวทั้งสัปดาห์เลยเหรอ?"
"กรุณาอย่าแทรกเกมในโฆษณา!"
"อาจารย์พูดมาดีๆ บริษัทต้านสวรรค์นี่ญาติคุณเปิดใช่มั้ย?"
แม้ในช่องแชตจะเต็มไปด้วยคำก่นด่าวิพากษ์วิจารณ์ แต่อาจารย์ติงเซ็นสัญญาไปแล้ว ย่อมไม่มีทางถอยกลับตอนนี้แน่
เขาทำเป็นมองไม่เห็นและเริ่มเกมทันที
ตามแผนเดิมของอาจารย์ติง เขาจะสตรีมเกมนี้ห้าวัน วันละสองชั่วโมง
ทางสปอนเซอร์บอกว่าระยะเวลาของเกมนี้มากกว่า 10 ชั่วโมงแน่นอน ดังนั้นอาจารย์ติงจึงไม่กังวลว่าจะเคลียร์เกมเร็วเกินไปจนไม่มีอะไรทำ
ได้แต่หวังว่าเกมนี้จะมีคอนเทนต์ให้เล่นเยอะหน่อยแล้วกัน!
ไม่นานอาจารย์ติงก็เข้าสู่หน้าจอไตเติลของเกมอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้หน้าจอไตเติลของเกม "วิถีนรก" จัดวางค่อนข้างธรรมดา มีพื้นหลังเป็นประตูหน้าตานรกขนาดใหญ่บวกกับตัวเลือกทั่วไปอย่าง 'โหมดผู้เล่นคนเดียว' 'โหมดออนไลน์' และ 'ตั้งค่า' คล้ายกับเกมส่วนใหญ่
แต่เกม "ซิซีฟัส" นี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย
หน้าจอไตเติลของมันดูสะอาดตามาก มีเพียงไอคอนรูป 'คลิกซ้าย' อยู่ตรงมุมขวาล่างในตำแหน่งที่ไม่สะดุดตา ด้านหลังไอคอนมีตัวอักษรศิลป์ขนาดเล็กเขียนว่า: 'ก้าวสู่การเดินทางไถ่บาป'
เห็นได้ชัดว่า แค่กด 'คลิกซ้าย' เกมก็จะเริ่มต้นขึ้นทันที
และในหน้านี้ก็ไม่มีตัวเลือกประเภท 'โหลดเกม' หรือ 'ตั้งค่า' เลย
อาจารย์ติงเดาว่าตัวเลือกเหล่านี้น่าจะถูกนำไปรวมไว้ในเกม ซึ่งนี่ก็เป็นวิธีที่เกมแนวศิลปะหลายเกมมักใช้กัน นั่นคือพยายามไม่ทำลายความรู้สึกอินไปกับเกมของผู้เล่น
นอกจากนี้ที่น่าพูดถึงก็คือ เกม "ซิซีฟัส" นี้รองรับการใช้จอยสติ๊กด้วย
หากใช้จอยสติ๊กในการเล่น 'คลิกซ้าย' ตรงนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นปุ่ม 'LT' บนจอยสติ๊กแทน
นอกเหนือจากนั้นก็คือภาพวาดต้นฉบับขนาดใหญ่บนหน้าจอไตเติลนี้
นี่คือภาพมุมกว้างของเทือกเขาอันยิ่งใหญ่ตระการตา
ท้องฟ้าที่มืดครึ้มเต็มไปด้วยเมฆดำทะมึน มีฟ้าแลบฟ้าร้องเป็นระยะ น้ำทะเลสีดำสนิทซัดสาดเข้าหาชายหาดและโขดหินใต้เทือกเขา วังน้ำวนในทะเลที่อยู่ไกลออกไปยังก่อให้เกิดคลื่นลมแรงจนน่าสงสัยว่ามีสัตว์ประหลาดในทะเลอาละวาดอยู่หรือเปล่า
ที่บริเวณชายหาดด้านล่างมีถนนสายหนึ่งที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด พาดผ่านหน้าผา หุบเหว ถ้ำ น้ำตก และลาวา คดเคี้ยวทอดยาวขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆ เกิดเป็นรูปทรงเกลียวคร่าวๆ แบ่งภูเขาทั้งลูกออกเป็นหลายชั้น
และแต่ละชั้นของภูเขาลูกนี้ก็มีสไตล์ที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นบางชั้นก็เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส บางชั้นก็เต็มไปด้วยของมีค่า และบางชั้นก็เต็มไปด้วยอาวุธนานาชนิดราวกับเป็นสนามรบ
แน่นอนว่าเนื่องจากเป็นภาพมุมกว้าง อาจารย์ติงจึงมองไม่เห็นรายละเอียดมากนัก แต่เขาก็พอมองออกว่าถนนที่วนเวียนขึ้นไปนี้ไม่ได้เป็นหนทางเดียว อันที่จริง รอบๆ ภูเขาลูกนี้ยังมีวัตถุลอยตัวอยู่มากมาย ราวกับก้อนเมฆที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ
วัตถุลอยตัวเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับชั้นที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย ตัวอย่างเช่นในชั้น 'อาหารเลิศรส' อาจารย์ติงก็เห็นพิซซ่าชิ้นยักษ์ลอยอยู่
"โอ้! พี่น้องครับ ไม่ต้องพูดอะไรมาก งานอาร์ตของบริษัทเกมต้านสวรรค์นี่มันสุดยอดของสุดยอดจริงๆ แค่ดูหน้าจอไตเติลนี้ผมก็รู้สึกว่าเกมนี้หลับตาซื้อยังได้เลย
"48 หยวนเองนะครับพี่น้อง ซื้อไปไม่มีคำว่าขาดทุน ไม่มีคำว่าโดนหลอก ซื้อมาก็คือกำไรแล้ว!
"เกมนี้ผมเองก็ยังไม่ได้เล่นนะ ไม่แน่ใจว่าระบบการเล่นจริงๆ เป็นยังไง แต่ดูจากคำอธิบายแล้ว ผมคิดว่าเกมนี้น่าจะเป็นเกมแอ็กชันแนวแฟนตาซีหรือเปล่า?
"เอาล่ะ ต่อไปเสี่ยวติงเทพเจ้าแห่งเกมแอ็กชันคนนี้จะมาโชว์สเต็ปให้ทุกคนดู จะแสดงให้เห็นว่าการฟันศัตรูเป็นผักปลามันเป็นยังไง!"
พูดจบ อาจารย์ติงก็กดคลิกซ้ายและเริ่มเกมอย่างเป็นทางการ
สำหรับคำคุยโวของอาจารย์ ผู้ชมก็ชินชาเสียแล้ว แม้พวกเขาจะสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเกมของต้านสวรรค์ถึงขึ้นราคาเร็วขนาดนี้ จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นเกือบสามเท่า แต่ถึงอย่างไรราคา 48 หยวนก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สมเหตุสมผล ส่วนจะคุ้มหรือไม่คุ้มนั้น คงต้องรอดูเนื้อหาของเกมก่อนถึงจะตัดสินได้
หลังจากกดคลิกซ้าย หน้าจอก็ไม่ได้ตัดสลับไปทันที แต่กลับซูมกล้องลงมายังจุดต่ำสุดของภูเขาลูกนี้
จากการเปลี่ยนผ่านจากหน้าจอไตเติลไปสู่หน้าจอเกมจริงนั้นไร้รอยต่อและลื่นไหลสุดๆ
บนชายหาดริมทะเล ตรงจุดเริ่มต้นของถนนที่คดเคี้ยวขึ้นไปนี้ มีก้อนหินขนาดยักษ์ก้อนหนึ่ง
ซิซีฟัสในชุดกรีกโบราณโก่งหลังเล็กน้อย โน้มตัวไปข้างหน้า กางแขนออกเพื่อพยายามยันก้อนหินเอาไว้ไม่ให้มันกลิ้งไปมา
เครื่องแต่งกายของกรีกโบราณนั้นค่อนข้างเรียบง่าย เสื้อคลุมสีขาวตัวนี้ขาดวิ่นจนดูไม่ได้ นอกจากสีจะคล้ำขึ้นแล้ว บนนั้นยังเต็มไปด้วยรูโหว่ กล้ามเนื้อที่กรำแดดกรำฝนจนดำขลับของซิซีฟัสโผล่พ้นออกมาจากรูโหว่ ดูแล้วทรงพลังไม่เบา
ในตอนนั้นเอง บนหน้าจอก็ปรากฏคำแนะนำการควบคุมพื้นฐานของเกมขึ้นมา
กดปุ่ม 'ASWD' ทั้งสี่ปุ่มนี้เพื่อเคลื่อนที่ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือควบคุมให้หินก้อนยักษ์ 'เลื่อน' ไปในสี่ทิศทาง
'คลิกซ้าย' ใช้สำหรับแบกหินยักษ์ขึ้นมาในระยะเวลาสั้นๆ แต่การกระทำนี้มีจังหวะง้างและจังหวะฟื้นตัว เมื่อทำแอ็กชันนี้ ผู้เล่นจำเป็นต้องกดคลิกซ้ายค้างไว้ตลอด ซิซีฟัสถึงจะแบกหินไว้ตลอดเวลา หากปล่อยมือก็จะวางหินยักษ์ลงทันที
แน่นอนว่าการแบกหินก็มีเวลาจำกัด ระหว่างนั้นร่างกายของซิซีฟัสจะเริ่มสั่น และสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็จะหมดแรงและทิ้งหินยักษ์ลงโดยอัตโนมัติ
ส่วน 'Spacebar' คือการกระโดด แต่การกระโดดนั้นจะต้องอยู่ในสถานะ 'แบกหินยักษ์' เท่านั้นถึงจะทำได้
นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถใช้เมาส์เพื่อควบคุมมุมกล้องได้ แต่เวลาที่ผู้เล่นหมุนมุมกล้อง ทิศทางการเดินหน้าของซิซีฟัสจะไม่เปลี่ยนไป นี่เป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นสังเกตการณ์เท่านั้น
ก็ต่อเมื่อผู้เล่นกด 'คลิกขวา' ซิซีฟัสถึงจะขยับเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน และปรับด้านหน้าของตัวเองให้ตรงกับทิศทางมุมกล้องปัจจุบันของผู้เล่น
แน่นอนว่าผู้เล่นสามารถเลือกที่จะกด 'คลิกขวา' ค้างไว้ได้เช่นกัน แต่ในกรณีนี้ ความเร็วในการหมุนมุมกล้องของเกมจะซิงก์กับความเร็วในการหมุนตัวของซิซีฟัส ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นทำการเลี้ยวได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น
นี่คือการควบคุมทั้งหมดของเกมนี้
สำหรับจอยสติ๊ก ตำแหน่งปุ่มก็ง่ายพอกัน ปุ่ม 'ASWD' ทั้งสี่ปุ่มเปลี่ยนเป็นอนาล็อกซ้าย การควบคุมมุมกล้องเปลี่ยนเป็น 'อนาล็อกขวา' กระโดดเปลี่ยนเป็น 'A' แบกหินเปลี่ยนเป็น 'LT' และปรับมุมกล้องเปลี่ยนเป็น 'RT'
แน่นอนว่าเกมนี้รองรับการตั้งค่าปุ่มใหม่ด้วย ผู้เล่นสามารถใช้วิธีใดก็ได้ที่ตัวเองชอบเพื่อก้าวเข้าสู่การเดินทางสุดทรมานนี้
"เดี๋ยวก่อน พี่น้องครับ สรุปว่าเกมนี้ไม่ใช่เกมแนวแอ็กชันหรอกเหรอ? ผมคงคิดไปเอง"
อาจารย์ติงแอบผิดหวังเล็กน้อย เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะได้พบกับการต่อสู้อันดุเดือดเลือดพล่าน อย่างเช่นการฆ่าล้างบางไปทั่วทั้งแดนชำระอะไรทำนองนั้น
แม้ชื่อเกมจะเรียกว่า "ซิซีฟัส" แต่ยังไงนี่ก็คือเกม ไม่จำเป็นต้องทำตามเนื้อหาในตำนานทุกกระเบียดนิ้ว อาจจะมีการดัดแปลงไปเยอะก็ได้
เกมอื่นๆ ที่คล้ายกัน หลายเกมก็เลือกใช้ตัวละครไก่กาแล้วไปไล่ฆ่าเทพสังหารมารทั้งนั้น
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเกม "ซิซีฟัส" นี้จะไม่เหมือนใคร ไม่มีดัดแปลงอะไรหลุดโลกเลยสักนิด นี่จะเอาตามตำนานเป๊ะๆ เลยเหรอ?
สรุปแล้วเกมนี้ควรจะชื่อว่า 'เกมจำลองซิซีฟัสเข็นหิน' สินะ?
หรือจะเรียกว่า 'เกมจำลองด้วงขี้ควาย' น่าจะเหมาะกว่า