"พี่น้องทั้งหลาย ผมเดาผิดไปว่ะ ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่เกมแอ็กชันระดับความยากสูง แต่มันคือเกมระดับความยากสูงแนว... เรียกว่าอะไรนะ เกมปีนป่ายงั้นเหรอ หรือว่าเกมกระโดดข้ามแพลตฟอร์ม
"สรุปก็คือผมคิดว่ามันน่าจะคล้ายกับโหมด 'กระโดดหฤหรรษ์' ในหลายๆ เกมกระมัง
"ทุกคนวางใจได้ เกมพรรค์นี้ผมก็ถนัดเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ผมเคยเล่นโหมดกระโดดหฤหรรษ์ในเกม FPS มาไม่น้อย อย่างเช่น 'เส้นทางสู่การเลื่อนขั้น' ในด้านการกระโดดข้ามแท่น เสี่ยวติงคนนี้ยังไม่เคยกลัวใครหรอกนะจะบอกให้
"วันนี้ผมจะแสดงให้ทุกคนเห็นเองว่าทักษะการกระโดดอันยอดเยี่ยมมันเป็นยังไง!"
ในฐานะสตรีมเมอร์ 'การขี้โม้' และ 'การปากแข็ง' ถือเป็นทักษะหลักที่ต้องเชี่ยวชาญให้จงหนัก และอาจารย์ติงก็บรรลุวิชาเหล่านี้จนถึงขั้นสุดยอดแล้ว
เพียงคำพูดไม่กี่คำ เขาก็สามารถดึงความสนใจของผู้ชมจาก 'งานสปอนเซอร์' ให้หันมาจดจ่อกับเนื้อหาของตัวเกมได้สำเร็จ
หลังจากทำความคุ้นเคยกับการควบคุมเกมคร่าวๆ แล้ว อาจารย์ติงก็ก้าวเข้าสู่การเดินทางอันแสนทุกข์ทรมานของซิซีฟัส
"เอาล่ะพี่น้อง ข้างหน้ามีทางโค้ง พวกเราต้องระวังหน่อย ค่อยๆ ผ่านไป...
"ไม่มีปัญหาเลยว่ะพี่น้อง สบายมาก
"ตรงนี้มีร่องด้วย
"เฮ้ย ไม่เป็นไร พวกเราแบกหินก้อนใหญ่ขึ้นมาแล้วกระโดดข้ามไปเลย!
"เกมนี้มันง่ายมากเลยนี่นา การควบคุมง่ายๆ แค่นี้ ให้ย่าผมมาเล่นยังได้เลย ยังไงซะแค่เดินตามถนนคดเคี้ยวขึ้นเขาไปเรื่อยๆ ก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง"
อาจารย์ติงรู้สึกมั่นอกมั่นใจในตัวเองมาก ถึงขั้นพูดคุยหัวเราะร่ากับช่องแชตอย่างสนุกสนาน
ตอนเพิ่งเริ่มเล่นเกม เขายังมีความอดทนเหลือเฟือ ดังนั้นเมื่อผ่านร่องและหลุมบ่อแต่ละแห่งเขาจึงพยายามทำอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาปีนขึ้นมาถึงชั้นที่หนึ่งได้จริงๆ ซึ่งก็คือชั้น 'ผู้เกียจคร้านที่สำนึกบาปเมื่อจวนเจียนจะสิ้นใจ' บุคคลสำคัญในชั้นนี้คือเบลัคควา
ตำแหน่งนี้ น่าจะนับได้ว่าเป็นชั้นที่หนึ่งของเขตรอบนอกแดนชำระ
ส่วนในชั้นที่สี่ซึ่งอยู่ภายในแดนชำระก็มีสถานที่ที่คล้ายคลึงกัน เรียกว่าชั้น 'ผู้เกียจคร้าน' ธีมของทั้งสองชั้นนี้คล้ายกัน นั่นก็คือ 'ความขี้เกียจ'
องค์ประกอบฉากของพวกมันก็คล้ายคลึงกัน โดยหลักแล้วจะเป็นขยะที่กองสูงเป็นภูเขาเลากา บ้านเรือนที่ไม่มีใครซ่อมแซม ถนนที่เต็มไปด้วยข้าวของรกหูรกตา โครงการก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้าง และอื่นๆ
เพียงแต่ชั้นที่อยู่รอบนอกแดนชำระนี้ เมื่อเทียบกันแล้วจะมีขยะน้อยกว่าและความยากต่ำกว่า อาจเรียกได้ว่าเป็น 'เวอร์ชันซอฟต์'
เมื่อมาถึงชั้นนี้ถึงจะนับว่าก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งแดนชำระอย่างเป็นทางการ และระดับความยากก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างฮวบฮาบ
หลังจากเดินผ่านกองขยะจำนวนมหาศาล อาจารย์ติงก็มองเห็นตัวละครหลักของชั้นนี้อย่างเบลัคควา
เขาดูเหมือนยักษ์ที่สูงใหญ่มากๆ ร่างกายแบกของหนักอึ้งเอาไว้มากมายจนถูกทับให้หลังค่อมและยืดตัวตรงไม่ได้เลย
สองเท้าของเบลัคควาเหยียบย่ำลงบนพื้น ทิ้งรอยเท้าที่ลึกเอาไว้ เพียงแต่รอยเท้าเหล่านี้เป็นวงกลม เขากำลังเดินวนรอบชั้นนี้ที่เป็นเขตรอบนอกแดนชำระอย่างต่อเนื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่ก็เพื่อขจัดความเกียจคร้านเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่
เดิมทีอาจารย์ติงคิดว่าตัวเองสามารถพูดคุยสื่อสารง่ายๆ กับ NPC เหล่านี้ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดมากไปเอง
NPC ร่างยักษ์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฉากในเกมเท่านั้น นอกเหนือจากความจริงที่ว่าสามารถเคลื่อนไหวได้ เบลัคควาก็ไม่ได้มีความแตกต่างใดๆ จากกองขยะสูงเท่าภูเขาที่กองอยู่ริมทางเลย
"นี่ พี่น้องทั้งหลาย จู่ๆ ผมก็มีความคิดบ้าๆ ขึ้นมาว่ะ
"พวกคุณว่าถ้าผมเข็นหินไปขัดขาเขามันจะเป็นยังไง"
อาจเป็นเพราะการเพิ่งมาถึงชั้นใหม่ทำให้อาจารย์ติงที่กำลังประสาทตึงเครียดได้ผ่อนคลายลง จู่ๆ ในหัวจึงเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา
คิดปุ๊บก็ทำปั๊บ อาจารย์ติงเข็นก้อนหินยักษ์ตามเบลัคควาไป แล้วเลี้ยวหักศอกเอาก้อนหินยักษ์ไปขวางตรงเท้าของอีกฝ่ายทันที
ทว่าวินาทีต่อมา เบลัคควาที่ดูราวกับยักษ์ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปตามปกติเหมือนมองไม่เห็นอะไรเลย และเตะอัดก้อนหินยักษ์เข้าอย่างจัง!
"เฮ้ย! เชี่ยเอ๊ย!"
อาจารย์ติงร้องอุทาน เขาเห็นหินก้อนยักษ์หลุดออกจากการควบคุมของซิซีฟัส
ก้อนหินยักษ์กลิ้งขึ้นไปบนเนินเขาเล็กน้อยตามแรงเฉื่อย แต่ไม่นานนัก ภายใต้แรงโน้มถ่วง มันก็กลิ้งกลับไปในทิศทางตรงกันข้าม ทั้งยังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ กลิ้งลงเขาไปตามเส้นทางที่เพิ่งผ่านมา!
"เฮ้ย!
"เฮ้ย!!
"อย่าสิวะ!!!"
อาจารย์ติงลนลานขึ้นมาทันที เขาอยากควบคุมซิซีฟัสให้รีบหยุดหินก้อนนี้เอาไว้ ทว่ากลับขยับไม่ได้ เพราะในตอนนี้มุมมองของเกมได้เปลี่ยนเป็นมุมมองติดตามก้อนหินยักษ์ก้อนนี้ไปเสียแล้ว
อาจารย์ติงทำได้เพียงเบิกตากว้างมองก้อนหินยักษ์กลิ้งหล่นลงไปอย่างรวดเร็ว มันกระดอน 'ตึง ตึง ตึง' ผ่านร่องและหลุมบ่อต่างๆ ก่อนจะส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในท้ายที่สุด และกลับไปสู่ชายหาดจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
วินาทีต่อมา ซิซีฟัสก็ถูกเทเลพอร์ตกลับมาอยู่ข้างๆ ก้อนหินยักษ์
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และใช้สองมือประคองก้อนหินยักษ์เอาไว้ดังเดิม
เห็นได้ชัดว่าในเกมนี้ ซิซีฟัสกับก้อนหินยักษ์มีสถานะ 'ผูกมัดทางวิญญาณ' บางอย่างต่อกัน
เมื่อใดที่ก้อนหินยักษ์หลุดมือ ซิซีฟัสก็จะไม่สามารถทำอะไรได้อีก เขาทำได้เพียงมองดูก้อนหินยักษ์กลิ้งหล่นลงไป แล้วเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ใหม่อีกครั้งจากจุดที่ก้อนหินยักษ์หยุดนิ่งในท้ายที่สุด
การปีนขึ้นมาถึงชั้นนี้ อาจารย์ติงใช้เวลาไปประมาณสามสิบนาที แต่ตอนที่หินกลิ้งตกลงไป กลับใช้เวลาเพียงแค่สิบกว่าวินาทีสั้นๆ เท่านั้น
พูดได้คำเดียวว่าตอนที่หินก้อนใหญ่กลิ้งตกลงไป อาจารย์ติงได้รับรู้ซึ้งถึงความรู้สึก 'หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน' อย่างแท้จริง
เขาอ้าปากค้างเล็กน้อย มองดูคอมเมนต์ที่พิมพ์ว่า "ฮ่าๆๆๆ" เต็มหน้าจอจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"เกมนี้ไม่มีจุดเซฟเหรอวะเนี่ย??
"รู้งี้ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย! แม่งเอ๊ย!"
อาจารย์ติงรู้สึกเสียใจมาก แต่เสียใจไปก็เปล่าประโยชน์ เขาทำได้เพียงดันก้อนหินยักษ์อีกครั้ง แล้วเดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเมื่อครู่นี้ใหม่ทั้งหมด
หลังจากถูกทรมานทรกรรมเช่นนี้ สภาพจิตใจของอาจารย์ติงก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นทีละนิด
เขาเริ่มกลายเป็นคนใจร้อนหวังผลเลิศโดยไม่รู้ตัว เมื่อเทียบกับเส้นทางที่ค่อนข้างมั่นคงและปลอดภัยแล้ว เขากลับอยากเสี่ยงไปท้าทายเส้นทางอันตรายมากกว่า เพื่อที่จะประหยัดเวลาและไปถึงชั้นบนได้เร็วขึ้น
ทว่าสภาพจิตใจที่ใจร้อนหวังผลเลิศเช่นนี้ กลับทำให้เขาต้องเผชิญกับความล้มเหลวที่บ่อยครั้งยิ่งกว่าเดิม
โชคดีที่รอยยิ้มไม่ได้จางหายไปไหน มันแค่ย้ายจากใบหน้าของสตรีมเมอร์ไปอยู่บนใบหน้าของผู้ชมแทน
เมื่อเห็นอาจารย์ติงพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ชมในห้องสตรีมก็พากันหัวเราะร่า ส่งผลให้ความนิยมของช่องพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
......
เมื่ออาจารย์ติงเล่นไปเรื่อยๆ ผู้ชมก็เริ่มเข้าใจกลไกเชิงลึกบางอย่างของเกมนี้
แม้ว่าเมื่อมองเผินๆ จะเป็นแค่ 'การเข็นหิน' ธรรมดาๆ แต่ความจริงแล้วเกมนี้มีโหมดการเคลื่อนที่ที่แตกต่างกันอยู่สามโหมด
โหมดแรกคือ 'โหมดปกติ'
กดปุ่ม ASWD ทั้งสี่นี้โดยตรงเพื่อกลิ้งก้อนหินใหญ่ไปตามถนนสายหลักที่มุ่งสู่ยอดแดนชำระ นี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
แม้ว่ายิ่งความชันมากเท่าไรก็จะยิ่งเคลื่อนที่ช้าลงเท่านั้น แถมยังค่อนข้างกินแรงเมื่อต้องผ่านร่องหรือหลุมบ่อบางแห่ง แต่ก้อนหินยักษ์ก็แทบจะไม่มีทางหลุดมือเลย
เวลาที่ต้องเลี้ยว ให้ใช้เมาส์ปรับมุมมองก่อน จากนั้นคลิกขวาเพื่อให้ซิซีฟัสหันกลับมาตรงกับถนนอีกครั้ง โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด
โหมดที่สองคือ 'โหมดขับรถ'
นี่คือสิ่งที่อาจารย์ติงงมหาจนเจอ เขาพบว่าตราบใดที่กดคลิกขวาค้างไว้ ก็จะสามารถทำให้มุมมองของตัวเองหมุนไปพร้อมกับการหมุนตัวของซิซีฟัสได้ ในตอนที่เข็นหินจึงให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมแนวจำลองการขับรถ
ข้อได้เปรียบของโหมดการควบคุมนี้คือ สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ เวลาผ่านทางโค้งต่อเนื่องจะลื่นไหลกว่าวิธีแรก และยังประหยัดเวลาได้มากกว่าด้วย
แต่มันก็มีข้อเสียอยู่บ้าง นั่นก็คือเมื่อก้อนหินยักษ์เริ่มกลิ้ง การจะหยุดมันอีกครั้งต้องใช้เวลาพอสมควร หากในช่วงเวลานี้บังเอิญมีทางโค้งที่เลี้ยวไม่พ้นอยู่ตรงหน้า ก็อาจจะเกิดอาการ 'รถคว่ำ' ได้
โหมดที่สามคือ 'โหมดแบกหาม'
สามารถกดคลิกซ้ายค้างไว้เพื่อแบกหินก้อนใหญ่นี้ขึ้นบ่า แล้วกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางหรือร่องลึกบางอย่างได้ การควบคุมนี้ช่วยให้ซิซีฟัสสามารถผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปได้
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เล่นยังสามารถจงใจกระโดดไปยังตำแหน่งที่อันตรายบางแห่งได้ เช่น แท่นลอยฟ้าพวกนั้น
เมื่อเทียบกับเส้นทางปกติแล้ว เส้นทางใหม่เอี่ยมนี้เรียกได้ว่ามีความเสี่ยงสูงแต่ก็ให้ผลตอบแทนสูง หากทำสำเร็จก็จะสามารถประหยัดระยะทางไปได้มาก แต่หากล้มเหลว ความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าทันที
เมื่อดูผิวเผินแล้ว เกมนี้ก็ดูเหมือนจะน่าสนุกดีทีเดียว
แต่ปัญหาคือสำหรับสิ่งของอย่างเกมนั้น ระหว่าง 'ดูน่าสนุก' กับ 'เล่นสนุก' มักจะมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว!
และความบัดซบของเกม "ซิซีฟัส" ก็อยู่ที่รายละเอียดมากมายในด้านการควบคุมนี่แหละ
เดิมทีอาจารย์ติงคิดว่าตัวเองค่อยๆ เข้าใจรายละเอียดการควบคุมของเกมนี้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว หลังจากนี้น่าจะราบรื่นไร้อุปสรรค
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดผิด
ความทุกข์ทรมานที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก
"เฮ้ย! ทำไมวะ! ฉันอุตส่าห์ขึ้นไปยืนได้แล้ว ทำไมถึงร่วงลงมาอีกล่ะ!
"แม่มเอ๊ย ทำไมไอ้หมอนี่ถึงมาเบียดฉันวะ!
"เดี๋ยวก่อน! ตรงนี้วางหินไม่ได้เหรอ ทำไมมันถึงกลิ้งลงไปล่ะ!!
"พี่น้องทั้งหลาย พวกคุณช่วยตัดสินที ซิซีฟัสเป็นเทพไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงทำตัวเหมือนคนเป็นโปลิโอแบบนี้วะ!!"
ในห้องสตรีมของอาจารย์ติง มีเสียงโอดครวญด้วยความสติแตกดังขึ้นไม่ขาดหู
เห็นได้ชัดว่าหลุมพรางที่ใหญ่ที่สุดซึ่งลิลิธแอบขุดทิ้งไว้ให้เกมนี้เริ่มออกฤทธิ์แล้ว นั่นก็คือ สมรรถภาพทางร่างกายอันอ่อนแอของตัวละครในเกมนั่นเอง!