ในตอนนี้ เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอันบิดเบี้ยวของหัวเม่นทะเล ผู้คนส่วนใหญ่ถึงกล้าลืมตาขึ้น
แม้จะนับได้ยาก แต่รอบนี้ก็มีคนล้มลงไปอีกประมาณสิบกว่าคน
ในจำนวนนั้นรวมถึงคู่รักคนดังคู่นั้น และคนอีกสองสามคนที่เกิดความขัดแย้งกัน แต่ก็ยังมีคนปกติธรรมดาอีกหลายคนที่ต้องประสบเคราะห์ร้ายไปด้วย สองโอตาคุที่ดูไม่มีพิษมีภัยที่สุดก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน คิดไม่ออกจริงๆ ว่าพวกเขาไปละเมิดข้อห้ามอะไรเข้า หรือจะเป็นเพราะเล่นเกม...สองมิติออริจินัลกันนะ?
ส่วนจางชิงอี แทบไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเธอมีการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุอะไร
ไม่ทันได้สังเกตอะไรมากไปกว่านี้ หัวเม่นทะเลก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“เร่งความเร็วหน่อย... เร่งความเร็วหน่อย...
“ต่อไปเป็นพักกลางวัน... อืม... 20 นาทีแล้วกัน...
“ตอนกลับมาเรียนอีกครั้ง... ครูหวังว่าพวกเธอจะคัดเลือกนักเรียนที่ดีที่สุด และนักเรียนที่แย่ที่สุดออกมา
“ครูจะเคารพความเห็นของส่วนรวม มอบสมบัติล้ำค่าให้คนแรก และมอบบทลงโทษให้คนหลัง
“ถ้าอย่างนั้น เจอกันตอนบ่าย
“กริ๊ง... กริ๊ง...”
อาจเป็นเพราะพ่นอะไรออกมามากเกินไปในคราวเดียว ครั้งนี้ทั้งการสั่นกระดิ่งและฝีเท้าของหัวเม่นทะเลจึงดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัง
เมื่อประตูใหญ่ปิดกระแทกลงอีกครั้ง ทุกคนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก และจมดิ่งสู่ความเหนื่อยล้าจนชาชิน
ไม่มีใครพูดอะไร
ไม่มีแรงจะพูด และไม่มีอารมณ์จะพูดแล้ว
แล้วจะอย่างไรเล่า ที่รอดตายมาได้อีกครั้ง
คนครึ่งหนึ่งล้มลงไปแล้ว
ล้มลงไปอย่างไม่มีเหตุผล
ต่อให้ดำเนินต่อไปแล้วจะอย่างไร ในที่สุดก็ต้องมีสักคาบเรียนที่ถูกเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นพรากไป และถูกกินพร้อมกันในท้ายที่สุด...
ในตอนนี้ สติสัมปชัญญะของคนส่วนใหญ่ถูกความกลัวและความเหนื่อยล้ากัดกร่อนไปจนหมดสิ้น ไม่มีสมองจะไปคิดเรื่องกฎเกณฑ์อะไรอีกแล้ว
แค่ระมัดระวังคำพูดและการกระทำก็พอแล้ว ไม่ต้องทำอะไรเลยก็พอแล้ว...
ไม่ต้องทำอะไรเลย...
ไม่ต้องทำอะไรเลย...
หลังจากความเงียบเช่นนี้ดำเนินไปนานถึงสองนาที จู่ๆ ก็มีคนตบโต๊ะลุกขึ้นยืน
“ฉันคิดออกแล้ว!” ไช่จื้อซินตะโกนเสียงแหบแห้ง “ทุกท่านฟังฉัน! ถึงตาตัดสินแพ้ชนะของเราแล้ว!!”
พร้อมกับเสียงที่ฮึกเหิมของเขา คนในห้องก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเช่นกัน ทุกคนต่างหันไปมองเพื่อรอฟังความคิดเห็นอันสูงส่ง
ไช่จื้อซินหอบหายใจอย่างหนัก สะบัดเหงื่ออย่างฉุนเฉียวแล้วกวาดตามองไปรอบๆ พลางกล่าวว่า:
“ตลอดมานี้ ทำไมพวกเราถึงต่อต้านผู้คุมกฎไม่ได้? ทำไมแม้แต่หลี่ชิงหมิงก็ยังต่อต้านผู้คุมกฎไม่ได้?
“เพราะสมบัติล้ำค่า!
“ในแดนลับ มีเพียงพลังเร้นลับและสมบัติล้ำค่าเท่านั้นที่สามารถสร้างความเสียหายต่อสัตว์ประหลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ!
“แต่เมื่อกี้ พวกเธอได้ยินไหม?
“นักเรียนดีเด่นที่ถูกโหวต จะได้รับสมบัติล้ำค่า
“ผู้คุมกฎยังบอกอีกว่า พลังงานของมันกำลังลดลง
“เข้าใจหรือยัง?
“สมบัติล้ำค่าที่ทรงพลัง กับผู้คุมกฎที่อ่อนแอ!
“โอกาสมาแล้ว มาแล้ว!
“โหวตนักเรียนดีเด่นให้ฉันทั้งหมด ฉันจะใช้สมบัติล้ำค่าที่ผู้คุมกฎมอบให้เป็นรางวัลกำจัดมัน!
“ใครที่ฟังเข้าใจแล้วพยักหน้าตกลงกับฉัน!”
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
ทุกคนฟังเข้าใจ แต่กลับไม่มีใครพยักหน้าตกลง
เพียงเพราะท่าทีของไช่จื้อซินในตอนนี้ ดูคลั่งไคล้จนเกินไป ยากที่จะมอบอำนาจชี้เป็นชี้ตายให้กับคนแบบนี้ได้จริงๆ
ดูเหมือนตัวไช่จื้อซินเองก็สัมผัสได้ถึงความสงสัยของเพื่อนร่วมชั้น จึงรีบเบิกตาชี้ไปที่หัวหน้าห้องเจิ้งรุ่ยซิง
“ไม่เชื่อฉันก็ได้ แต่ก็น่าจะเชื่อเขาสิ?
“เดี๋ยวพวกเราอย่าแบ่งคะแนนโหวตเด็ดขาด โหวตนักเรียนดีเด่นทั้งหมดให้เจิ้งรุ่ยซิง!
“เขาคงไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม? ต้องคิดถึงส่วนรวมอย่างแน่นอนใช่ไหม?”
เมื่อได้ฟังตรรกะในการโน้มน้าวผู้คนอันยอดเยี่ยมของไช่จื้อซิน ในที่สุดทุกคนก็เริ่มแสดงท่าทีเชื่อถือออกมาบ้าง
จริงด้วย การกระทำของเจิ้งรุ่ยซิงได้พิสูจน์ถึงจิตวิญญาณส่วนรวมอันกล้าหาญของเขาแล้ว ไม่มีใครเหมาะสมกับสมบัติล้ำค่าไปกว่าเขาอีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าหลายคนพยักหน้ายอมรับ ความมั่นใจของไช่จื้อซินก็พุ่งสูงขึ้นในทันที จากนั้นเขาก็หมุนตัวอย่างสวยงาม แล้วเหลือบมองไปที่มุมห้องพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ส่วนคะแนนโหวตนักเรียนยอดแย่นั่น... สรรเสริญผู้คุมกฎ มันมอบโอกาสเดียวให้เราในการกำจัดหลี่ชิงหมิง”
ทุกคนรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว
อารมณ์เล็กๆ น้อยๆ ความปั่นป่วนเล็กๆ ที่เคยลืมเลือนไปบ้างแล้ว ก็ถูกปลุกขึ้นมาด้วย
ใช่แล้ว หลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก หลี่ชิงหมิงอาจจะทำร้ายคนอื่นก็ได้
อาศัยกฎของผู้คุมกฎกำจัดเขาไปเสียเลย นี่ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุดหรอกหรือ?
อย่างไรเสียก็ต้องมีนักเรียนยอดแย่หนึ่งคนอยู่แล้ว...
เลือกเขาย่อมไม่ผิดแน่
การกำจัดเขาถือเป็นความยุติธรรมโดยแท้จริงใช่ไหม
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อส่วนรวมใช่ไหม...
อย่างไรเสียเขาก็คือหลี่ชิงหมิง คนแบบนี้ต่อให้ถูกกำจัดไป ภายหลังก็คงไม่มีใครกล่าวโทษ
ในขณะที่อารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้กำลังก่อตัวขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
“ฉันคัดค้าน!” เจิ้งรุ่ยซิงยืนผงาดขึ้น กวาดตามองไปรอบๆ อย่างขุ่นเคืองแล้วกล่าวว่า “จนถึงตอนนี้ หลี่ชิงหมิงมีแต่บทบาทในด้านบวกในแดนลับมาโดยตลอด ถึงขั้นพูดได้ว่าเป็นเขาที่นำพาพวกเราเดินไปข้างหน้า อย่าพุ่งเป้าไปที่เขาอีกเลย!”
“แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรอีก?” ไช่จื้อซินหันกลับมาอย่างฉุนเฉียวยิ่งกว่าเดิม น้ำลายกระเซ็นขณะพูดกับทุกคน:
“ทุกท่าน ลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นคนนำแดนลับนี้เข้ามา?
“ลืมคำประกาศตนเป็นศัตรูของหลี่ชิงหมิงเมื่อครู่นี้แล้วหรือ?
“ลืมไปแล้วหรือว่าตลอดสองปีกว่าที่ผ่านมาเขาปฏิบัติต่อพวกเราอย่างไร?
“ลองถามใจตัวเองดู ถ้าหากหลังจากนี้มีกฎการแข่งขันขึ้นมา หลี่ชิงหมิงจะออมมือให้พวกเราหรือ?
“ดังนั้นเข้าใจหรือยัง? เป็นเขาที่บีบให้พวกเราทำแบบนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาทำตัวเองทั้งนั้น!
“ถอยมาหนึ่งก้าว อย่างไรก็ต้องโหวตนักเรียนยอดแย่หนึ่งคน นอกจากเขาแล้วยังมีใครคู่ควรกับคำว่า ‘นักเรียนยอดแย่’ อีก?”
“สละสิทธิ์ได้” เจิ้งรุ่ยซิงขัดจังหวะด้วยเสียงเฉียบขาด แล้ววิงวอนต่อทุกคนว่า “ครูไม่ได้บอกว่าสละสิทธิ์ไม่ได้ ขอแค่ทุกคนไม่โหวตนักเรียนยอดแย่ ก็จะไม่มีนักเรียนยอดแย่!”
“อย่าไปฟังเขา อย่าไปฟังเด็ดขาด!” ไช่จื้อซินรีบพูดแทรกอย่างบ้าคลั่ง “ถึงพวกเราจะไม่โหวตนักเรียนยอดแย่ หลี่ชิงหมิงก็ต้องโหวตแน่นอน! ถึงตอนนั้นก็เท่ากับส่งคนไปให้เขาฆ่าฟรีๆ! ฟังฉันทุกคน อย่าแบ่งคะแนน! นักเรียนดีเด่นโหวตให้เจิ้งรุ่ยซิงทั้งหมด นักเรียนยอดแย่โหวตให้หลี่ชิงหมิงทั้งหมด!”
“ไช่จื้อซิน!” เจิ้งรุ่ยซิงตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “ผู้คุมกฎให้โอกาสส่วนรวมขนาดนี้แล้ว นายจะให้โอกาสหลี่ชิงหมิงสักครั้งไม่ได้เลยหรือไง?”
พูดจบ เขาก็หันไปมองหลี่ชิงหมิงอีกครั้ง “ชิงหมิง นักเรียนดีเด่นนายจะโหวตใครก็ได้ ส่วนนักเรียนยอดแย่ก็สละสิทธิ์ แบบนี้ได้ไหม?”
“ไม่ได้” หลี่ชิงหมิงกล่าวอย่างไม่ลังเล “นักเรียนดีเด่นคือฉัน นักเรียนยอดแย่คือไช่จื้อซิน ฉันจะโหวตแบบนี้เท่านั้น”
ทุกคนพากันตกตะลึง
หัวหน้าห้องผู้ซื่อบื้อของเราอุตส่าห์ปูทางให้ถึงขนาดนี้แล้ว จะโกหกสักหน่อยก็ยังไม่คิดจะทำเลยหรือ?
“ฮ่าๆๆๆๆ!!” ไช่จื้อซินยิ่งตบโต๊ะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ได้ยินแล้วใช่ไหม ทุกคนได้ยินกันแล้วใช่ไหม? หลี่ชิงหมิงมันเป็นคนบ้า สิ่งที่มันเกลียดที่สุดก็คือส่วนรวม อยากให้พวกเราตายกันให้หมด! เพราะฉะนั้นโหวตนักเรียนยอดแย่ให้หลี่ชิงหมิงทั้งหมดน่ะถูกแล้ว! ไม่ต้องลังเลอะไรทั้งนั้น!”
แต่เจิ้งรุ่ยซิงยังไม่ยอมแพ้ เขาจ้องหลี่ชิงหมิงพลางกัดฟันถามต่อ “นายแค่โกหกสักหน่อยก็ไม่ได้เลยเหรอ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ว่าทำไม่ได้” หลี่ชิงหมิงกวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจ “มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่รู้กฎกันอีกเหรอ?”
ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
เขาเข้าใจกฎอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วงั้นเหรอ??
บ้าเอ๊ย ทำไมต้องเป็นเขาด้วย!
ไม่... ควรจะพูดว่าสมแล้วที่เป็นเขา...
ทีนี้ลำบากแล้ว... เขาไม่มีทางบอกกฎให้คนอื่นรู้เด็ดขาด...
ในขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความสิ้นหวัง
“กฎของโรงเรียน” หลี่ชิงหมิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ “กฎของโรงเรียนให้ฉันปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างซื่อสัตย์ การโกหกจะทำให้กลายเป็นนักเรียนยอดแย่”
ทันใดนั้น ทั่วทั้งห้องก็ตัวแข็งทื่อและยืดตัวตรงพรวดพราดราวกับกระต่ายที่ได้กลิ่นฉี่เสือ
“!!!”
“ห๊ะ?”
“อะไรนะ? เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ?”
“กฎของโรงเรียน? กฎของแดนลับคือกฎของโรงเรียนเหรอ?!”
“ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
ราวกับเมฆหมอกสลายไปจนได้เห็นท้องฟ้าแจ่มใสในที่สุด บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวพลันมลายหายไปสิ้น
ทุกคนต่างมองไปยังคนที่หลับใหลเหล่านั้น
มีคนไม่ได้ใส่ชุดนักเรียน...
มีคนพูดคำหยาบ...
มีคนสวมเครื่องประดับ...
มีคน... ยังไงก็ต้องทำอะไรที่ผิดกฎระเบียบแน่ๆ...
กฎของโรงเรียน กฎของโรงเรียน
ใช้มันมาแยกแยะนักเรียนดีเด่นกับนักเรียนยอดแย่...
ชัดเจนเกินไปแล้ว นี่มันชัดเจนเกินไปแล้ว