เผชิญหน้ากับเกมท้าทายความกล้าสุดบีบคั้นหัวใจที่จางชิงอีโยนมาให้กะทันหัน...
"...ฉันไม่รู้" เย่เฉี่ยนตอบเสียงแข็งทื่อ "ฉันไม่รู้ว่าฉันชอบเธอหรือเปล่า"
นี่เป็นคำตอบที่ห่วยแตกมาก แต่มันกลับเป็นความจริง
ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบงันทันที
แต่จางชิงอีไม่ยอมแพ้ ครู่ต่อมาเธอก็กัดฟันถามต่อว่า "งั้นนายอยากนอนกับฉันไหม?"
"อยาก...มาก" เย่เฉี่ยนหน้าแดง หันหน้าหนี "เธอพอได้แล้วมั้ง..."
"ฮ่าๆ งั้นก็แปลว่าชอบมากๆ เลยสิ" จางชิงอีเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ แกว่งขาทั้งสองข้างไปมาพลางเงยหน้าหัวเราะร่วน "ในเมื่อนายก็อยาก แล้วทำไมไม่เป็นฝ่ายรุกบ้างล่ะ? จะเรียนจบอยู่แล้ว ชีวิตก็ใกล้จะจบเห่แล้ว ทำไมยังมัวชักช้าอืดอาดอยู่อีก?"
"ฉันกลัว..."
"กลัวอะไร?"
"กลัวโดนเกาะติด กลัวสูญเสียทรัพย์สิน กลัวหุ้นถูกเจือจาง" เย่เฉี่ยนพูดจบก็เริ่มมีน้ำโห "เธอพอได้แล้ว...ถ้ายังเป็นแบบนี้ฉันจะย้ายที่นั่งแล้วนะ"
เมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้ จางชิงอีก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็แค่นยิ้มบางๆ แล้วส่ายหน้าก่อนจะเอนตัวพิงกำแพง ขี้เกียจจะเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
แต่ในตอนที่สมองของเธอกำลังว่างเปล่า จู่ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามขึ้นลอยๆ ว่า "นายมีของวิเศษสำหรับหลบหนีไหม?"
"..................มี"
ในขณะที่ถูกบีบให้ต้องตอบคำถาม มือของเย่เฉี่ยนก็ลูบไปที่เอวด้วย
"สำหรับกี่คน?" จางชิงอีหันขวับมาด้วยความตกตะลึง
"สองคน"
"แล้วนายยังจะรออะไรอยู่อีก............" จางชิงอีมองไปรอบๆ อย่างลุกลี้ลุกลน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็นถึงกดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า "เร็วเข้า...พวกเราออกไปกันเร็ว...ต่อให้ชาตินี้ฉันต้องเอาชีวิตเข้าแลก ฉันก็จะไปกู้เงินมาจ่ายค่าของวิเศษคืนให้นาย!"
"ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา" เย่เฉี่ยนเหลือบมองไปทางหลี่ชิงหมิงตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็กัดฟันพูดว่า "ถ้ามีอันตรายฉันจะใช้มันเอง"
"แล้วจะพาฉันไปด้วยไหม?"
"ไม่"
"............" สีหน้าของจางชิงอีว่างเปล่า ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำขึ้นมาทันที "นายไม่เคย...คิดจะพาฉันไปด้วยเลย...ใช่ไหม? ต่อให้ฉันกำลังจะตาย นายก็จะไม่พาฉันไปด้วย ใช่ไหม?"
"............ใช่" เย่เฉี่ยนหลับตาลง "อย่าบีบคั้นฉันอีกเลย"
"นายก็ชอบฉันชัดๆ...แล้วทำไมถึงไม่ช่วยฉันล่ะ?"
"เพราะว่า...ที่นี่มี...คนที่คุ้มค่า...ให้ไปช่วยมากกว่า............" เย่เฉี่ยนแทบจะร้องไห้ออกมา เขาขบกรามแน่นพลางก้มหน้าลง "ขอโทษนะ...อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ฉันขอร้องล่ะ..."
"ถามฉันสิ...ถามฉันว่าชอบนายไหม" จางชิงอีมองเย่เฉี่ยนอย่างไม่ยอมแพ้และพูดสะอื้น "ถามมาตอนนี้เลย ไม่งั้นฉันจะป่าวประกาศเรื่องของวิเศษของนาย"
"...เธอชอบฉันไหม?"
"ชอบ ฉันชอบนาย ชอบมากๆๆ"
"เพราะเงินเหรอ?" เย่เฉี่ยนอดไม่ได้ที่จะถามจี้
"ไม่ใช่ ก็แค่ชอบนาย" จางชิงอีก้มหน้าสะอื้น เช็ดน้ำตาพลางพูดว่า "ทุกๆ อย่างของนาย ท่าทางที่นายแสร้งทำเป็นลึกล้ำทั้งที่ความจริงเป็นแค่เจ้าทึ่ม ท่าทางที่นายแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือทั้งที่ความจริงเป็นคนขี้ขลาด แม้กระทั่งท่าทางที่ทั้งปอดแหกแต่ก็ยังดื้อด้านของนายในตอนนี้..."
".................." เย่เฉี่ยนหลับตาปี๋ เอามือกุมขมับอย่างหงุดหงิด
ทันใดนั้น
"กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!!!" เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น
ทุกคนเงียบเสียงและนั่งตัวตรงแหน่วราวกับไม้บรรทัดในพริบตา ราวกับเด็กประถมที่เพิ่งเคยเข้าเรียนเป็นครั้งแรก
แอ๊ด—
ประตูถูกผลักออกอย่างนุ่มนวล หัวเม่นทะเลก้าวเท้าเล็กๆ เดินเข้ามาในห้องเรียนอย่างตื่นเต้น ไปยืนอยู่หน้าชั้นเรียนและเอ่ยปากชมเชยอย่างอดใจรอไม่ไหว
"ขอบคุณทุกคน! เวลาพักเบรกนี้ ครูรู้สึกอิ่มเอมใจมาก!
"แต่ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครูไม่สามารถช่วยให้พวกเธอพูดทุกอย่างที่คิดได้อีกแล้ว สถานะพูดความจริงถูกยกเลิกไปตอนที่เสียงออดดังขึ้นแล้วล่ะ
"ขอโทษทุกคนด้วยนะ ครูอ่อนแอเกินไป พลังงานที่เหลืออยู่ไม่พอที่จะสนับสนุนให้พวกเธอซื่อสัตย์ต่อกันได้อีกแล้ว
"ครูสัมผัสได้ถึงพลังงานที่พรั่งพรูออกมาจากพวกเธอแล้วแท้ๆ แต่พลังงานพวกนั้นกลับไม่ได้ตกเป็นของครู...
"แปลกจัง ที่นี่ก็มีครูเป็นครูอยู่แค่คนเดียวนี่นา"
พูดถึงตรงนี้ หัวเม่นทะเลก็จับหนามเม่นทะเลของตัวเองพลางมองไปรอบๆ อย่างเหม่อลอย ตกอยู่ในความงุนงงอย่างบอกไม่ถูก
สิ่งนี้ทำให้หลี่ชิงหมิงรู้สึกเกรงใจมาก เขาจึงถือโอกาสก้มหน้าลงตรวจสอบสถานะของตัวเอง
【เสบียงสำรอง: 48 → 55】
อืม ช่วงเวลานี้รวบรวมพลังงานความกลัวมาได้ไม่น้อยเลย
หลี่ชิงหมิงสาบานว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ดูเหมือนว่าแรงดึงดูดฝั่งเขาจะมากกว่า พลังงานความกลัวเลยไหลมาทางนี้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เหลือให้ผู้คุมแดนลับเลยแม้แต่คำเดียว
เพียงแต่นี่ก็ทำให้หัวเม่นทะเลที่ควรจะเติบโตอย่างแข็งแรงต้องตกอยู่ในภาวะขาดสารอาหาร ถึงขั้นรักษาสภาพ "คำสาปพูดความจริง" เอาไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่หัวเม่นทะเลก็ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้นานนัก ไม่นานมันก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างแจ่มใสแล้วพูดว่า
"เนื่องจากปัญหาเรื่องพลังงาน พวกเราเลยต้องเร่งความก้าวหน้าในการเรียนการสอนสักหน่อย ไม่อย่างนั้นครูคงทนไม่ถึงตอนเลิกเรียนแล้วต้องเริ่มกินอาหารก่อนแน่ๆ
"เอาล่ะ...ให้ครูดูหน่อยสิว่า...
"นักเรียนเลวที่โผล่หัวออกมาตอนพักเบรกเมื่อกี้คือใครกัน..."
มันพูดพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะสมพลังอีกครั้ง ปากของมันยื่นออกมา
คนส่วนใหญ่ในตอนนี้ต่างหลับตาปี๋และสวดภาวนาอยู่ในใจ
ปุ๊— ตุ้บ
ปุ๊— ตุ้บ
ปุ๊— ตุ้บ
"ปุ๊" คือเสียงพ่นจุดสีดำ ส่วน "ตุ้บ" คือเสียงของคนที่โดนโจมตีฟุบหน้าหลับไปกับโต๊ะ
ทุกครั้งที่สองเสียงนี้ดังขึ้น ทุกคนก็จะสะดุ้งเฮือกพร้อมกันหนึ่งครั้ง
บางทีเป้าหมายต่อไปอาจจะเป็นตัวเอง...
จะเป็นก็เป็นเถอะ
การหมดสติไปเลยก็ถือเป็นการหลุดพ้นอย่างหนึ่ง ดีกว่าต้องมานั่งทรมานต่อไปตั้งเยอะ
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเลือกหนีปัญหา ยังมีคนใจกล้าบ้าบิ่นอยู่สองสามคนที่ลืมตาดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ
พวกเขาสังเกตจังหวะการ "ปุ๊" ขบคิดถึงจุดร่วมของคนที่โดนโจมตี และตระหนักได้ว่าทุกครั้งที่หัวเม่นทะเลเล็งเป้าหมาย มันจะต้องหยุดชะงักไปสองวินาทีเพื่อรวบรวมพลัง
สำหรับเย่เฉี่ยนแล้วเรื่องนี้มีความหมายมาก การดีเลย์สองวินาทีนั้นเพียงพอให้เขาพุ่งไปหาหลี่ชิงหมิงเพื่อใช้ของวิเศษแล้ว
ถ้าเกิดตัวเองหรือหลี่ชิงหมิงถูกเล็งเป้า ก็จะหลบหนีทันที
มิฉะนั้นก็จะอยู่ในแดนลับต่อไป และพยายามเคลียร์มันให้สำเร็จ
เขาคิดแบบนี้
จนกระทั่งปากกระบอกปืนของหัวเม่นทะเลเล็งไปที่เพื่อนร่วมโต๊ะของเขา
"อา" จางชิงอีเหม่อลอยไปเล็กน้อย "ฉันเหรอ..."
จากนั้นเธอก็หันไปหาเย่เฉี่ยนด้วยแววตาที่อธิบายไม่ถูก
เย่เฉี่ยนเองก็ตกอยู่ในความงุนงง
ทำยังไงดี...จะพาเธอไปด้วยไหม?
ไม่ได้สิ ขืนทำแบบนั้นหลี่ชิงหมิงก็ต้องมาตายอยู่ที่นี่น่ะสิ...
เขาต่างหากคือคนที่ฉันต้องการมากกว่า...
แถมสายตาของจางชิงอีแบบนี้...เหมือนความสิ้นหวังที่กำลังจะป่าวประกาศเรื่องของวิเศษ เพื่อให้พินาศไปด้วยกันทั้งคู่
เธอกำลังขู่ฉัน กำลังบีบให้ฉันพาเธอไป สายตานี้กำลังขู่ฉันอยู่!
ใช่แล้ว เธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่บูชาคนเก่งและทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ...
ตอนนี้ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ...
บัดซบเอ๊ย...สุดท้ายก็โดนผู้หญิงคนนี้เกาะติดจนได้...
เธอกำลังจะพูดออกมาแล้ว กำลังจะพูดออกมาแล้ว...
ถ้าเธอกล้าอ้าปาก ฉันก็จะลากตัวหลี่ชิงหมิงหนีไปดื้อๆ เลย
ใช่ มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น
ท่ามกลางสถานการณ์อันชะงักงัน
ปุ๊—
จุดสีดำแคบยาวพุ่งเข้าที่กลางใบหูของจางชิงอีพอดี
ตุ้บ—
เธอฟุบหน้าลงกับโต๊ะตรงๆ มองเย่เฉี่ยน เอามือกุมลำคอ และเปล่งเสียงที่เย่เฉี่ยนได้ยินเพียงคนเดียว
"หนีไป...สิ...เจ้าทึ่ม..."
เย่เฉี่ยนตัวแข็งทื่อ แววตาค่อยๆ ว่างเปล่า ไม่เหลือความสดใสอีกต่อไป
สิ่งที่เธอจะพูด
คือสิ่งนี้หรอกเหรอ
ในเวลาเดียวกัน หัวเม่นทะเลก็เปล่งเสียงหัวเราะประหลาดออกมาอย่างลืมตัว
"ฮี่ๆ...ฮี่ๆๆ...
"เติมเต็มฉัน เธอกำลังเติมเต็มฉัน...
"เป็นการเติมเต็มที่พิเศษมาก...เป็นการเติมเต็มที่ขมขื่นมาก...
"เธอไม่เหมือนกับยัยนั่น เธอคือ...เพื่อนร่วมชั้นแสนดี!
"ของสะสม เอาไปสิ"
พูดจบ หัวเม่นทะเลก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง นำพลังงานก้อนเล็กๆ ออกมาแล้วโยนไปให้
แต่เย่เฉี่ยนไม่ได้เอาตัวไปรับ ปล่อยให้ของสิ่งนั้นกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาแล้วกระดอนตกพื้นไป