"ผมไปก่อนนะ!"
เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ เจียงเซี่ยก็หันหลังเตรียมจะวิ่งหนี แต่กลับถูกหลี่ซือถงรัดคอเอาไว้แน่น
"ที่รัก~"
"ผมเป็นแฟนเธอนะ เป็นแฟนที่คบกันแบบจริงจังด้วย เธอจะมาทารุณกรรมผมแบบนี้ไม่ได้!" เจียงเซี่ยดิ้นรนพร้อมกับร้องโวยวาย
"ดื่มสักอึกสิ แค่อึกเดียวเอง!"
"ลองฟังสิ่งที่ตัวเองพูดหน่อยดีไหม!"
เจียงเซี่ยพยายามดึงมือของหลี่ซือถงออก หางตาเหลือบมองรอยยิ้มของเธอ แล้วมองเหล้าที่ถูกยื่นมาจ่อตรงปาก ในหัวพลันปรากฏภาพพานจินเหลียนป้อนยาพิษให้อู่ต้าหลางขึ้นมาทันที
เหล้าดีกรีแรงขนาดนี้ คนกินตายได้เลยนะเว้ย!
ยัยบ้าคนนี้เส้นประสาทกลับหรือไงอีกเนี่ย?
"ที่รัก แค่อึกเดียว อึกเดียวเท่านั้น นายดื่มอึกนึง ฉันดื่มอึกนึง ดีไหม?"
"No!"
หลี่ซือถงเริ่มไม่พอใจ "พวกคู่รักวัยรุ่นตามท้องถนนน่ะ เวลาแฟนสาวป้อนน้ำให้ แฟนหนุ่มเขาก็ไม่ปฏิเสธกันทั้งนั้นแหละ ทำไมนายถึงไม่รับน้ำใจกันบ้างเลยฮะ?"
เจียงเซี่ยกดมือหลี่ซือถงไว้ แล้วพูดอย่างจริงจัง "ฟังผมนะ เลิกทำร้ายกันเองเถอะ วางเหล้าลง แล้วผมจะเลี้ยงชานมไข่มุกเธอ เอาแบบไข่มุกเม็ดเบิ้มๆ เลย!"
หลี่ซือถงแค่นเสียงฮึดฮัด "เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นให้นายดื่ม นายก็กะจะดื่ม พอฉันให้นายดื่ม นายกลับไม่ดื่ม นี่ฉันสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลยใช่ไหม?"
เจียงเซี่ยจ้องหน้าหลี่ซือถงเขม็ง "มันเอามาเปรียบเทียบกันแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?"
"ทำไมจะเปรียบเทียบไม่ได้ล่ะ เป็นผู้หญิงเหมือนกันแท้ๆ แถมฉันยังเป็นแฟนของนายด้วย นายเชื่อฟังหล่อนแต่ไม่เชื่อฟังฉันงั้นเหรอ?"
จะว่าไปแล้ว เวลาหลี่ซือถงงอนตุบป่องแบบนี้ ก็ดูมีฟีลลิ่งเหมือนแฟนสาวตัวน้อยๆ อยู่เหมือนกัน
"ผมรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร เธออยากเห็นผมตอนกลายร่างใช่ไหมล่ะว่าหน้าตาเป็นยังไง" เจียงเซี่ยพูดแทงใจดำ
เขารู้สึกว่าตัวเองพอจะจับจุดความบ้าคลั่งของหลี่ซือถงได้บ้างแล้ว
ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนบ้า แต่ความจริงแล้วไม่เคยสติแตกขึ้นมาดื้อๆ โดยไม่มีสาเหตุ
"ฉันล่ะชอบความหัวไวของนายจริงๆ หรือว่านายไม่อยากเห็นล่ะว่าตอนตัวเองกลายร่างแล้วเป็นยังไง?"
เจียงเซี่ยเองก็สงสัยเหมือนกัน "จะว่าไปก็อยากรู้อยู่หรอก แต่ไม่มีวิธีอื่นนอกจากดื่มเหล้าแล้วเหรอ?"
หลี่ซือถงบอกว่า "นายคงเป็นประเภทที่ไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ตามใจชอบ นายต้องผ่านการกลายร่างเป็นมารอย่างสมบูรณ์แบบสักครั้งเสียก่อน หลังจากนั้นถึงจะกลายร่างได้ตามต้องการ"
ได้ยินดังนั้น เจียงเซี่ยก็มองเหล้าในมือหลี่ซือถง พลางคิดในใจ: (ถ้าอย่างนั้นเหล้าขวดนี้ผมก็ต้องดื่มให้ได้งั้นสิ?)
หลี่ซือถงพูดต่อ "อีกอย่าง เหล้านี้นายต้องดื่ม ไม่ใช่แค่ตอนนี้นะ แต่หลังจากนี้ก็ต้องดื่มบ่อยๆ ด้วย นายต้องทำให้ร่างกายทนต่อแอลกอฮอล์ได้มากที่สุด อย่างน้อยก็ในเวลาห้านาทีหลังจากดื่มลงไป ต้องสามารถกดข่มความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรงที่แอลกอฮอล์ส่งผลต่อร่างกายให้ได้ นายคงไม่อยากถูกแอลกอฮอล์ครอบงำเอาง่ายๆ ในวันข้างหน้าหรอกใช่ไหม?"
เจียงเซี่ยคิดว่ามีเหตุผล พอคิดจะดื่มก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่เหมาะ "เปลี่ยนที่เถอะ ขืนผู้ตื่นรู้คนนั้นพาพวกกลับมาล่ะก็ยุ่งแน่"
"ยัยนั่นไม่กล้ากลับมาหรอก แต่ก็กันเหนียวไว้ก่อนเถอะ"
หลี่ซือถงพูดพลางทอดสายตามองไปที่ร่างของผู้หญิงบนพื้นที่ถูกแทงเข้าที่ตา พึมพำว่า "ไอ้พวกผู้ตื่นรู้บ้าเอ๊ย ทำเอาฉันชักจะหิวขึ้นมาแล้วสิ"
"งั้นเธอก็ค่อยๆ กินไปนะ ผมไปรอข้างนอก"
"พวกพ้อง" ที่ตายไปคนนี้ น่าจะถือเป็นงานเลี้ยงมื้อใหญ่สำหรับหลี่ซือถงเลยทีเดียว เจียงเซี่ยไม่อยากดูขั้นตอนการกิน เขายังคงรับสภาพแบบนั้นไม่ได้อยู่ดี
"ไม่ต้องหรอก ไปด้วยกันนี่แหละ ฉันไม่สนใจของเหลือเดนที่ถูกคนอื่นล่ามาหรอกนะ ฉันชอบล่าด้วยตัวเองมากกว่า"
เจียงเซี่ยเกาขอบตาที่คันยิบๆ เล็กน้อย: ดูไม่ออกเลยแฮะ ว่ายัยนี่จะเลือกกินด้วย!
"แล้วที่นี่ไม่ต้องจัดการเหรอ?" เจียงเซี่ยกวาดตามองห้องนั่งเล่นที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ทิ้งศพสองศพไว้ตรงนี้เลย มั่นใจนะว่าจะไม่มีปัญหา?
"ไม่ต้องสนใจหรอก เดี๋ยวก็มีคนมาจัดการเองแหละ ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามควบคุมความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างเต็มที่ ถ้าเดาไม่ผิด พวกเขาคงประกาศออกไปว่าเกิดเหตุปล้นทรัพย์ในบ้าน..." หลี่ซือถงพูดต่อ "หรือไม่ก็เป็นคู่รักทะเลาะกันเพราะปัญหาหัวใจ ฝ่ายชายฆ่าฝ่ายหญิงแล้วฆ่าตัวตายตาม"
"แล้วเขาจะสืบมาถึงตัวพวกเราไหม?"
"กล้องวงจรปิดแถวนี้ถูกฉันทำลายทิ้งหมดแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าตอนนี้พวกเขาจะมีคนมากพอมาตามสืบเรื่องของเรา แถมยัง..." หลี่ซือถงไม่ได้พูดต่อ
"แถมยังอะไร?"
"ไม่มีอะไร"
"ใช่ว่าในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เธอพูดถึง จะมีพวกเดียวกันกับเราอยู่ด้วยหรือเปล่า?"
เมื่อเห็นหลี่ซือถงพยักหน้ายอมรับ เจียงเซี่ยก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้มันเน่าเฟะและง่อนแง่นเต็มทนแล้ว
ทั้งสองคนกลับไปที่คฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม หลังจากอยู่ได้ไม่กี่นาที เจียงเซี่ยกับหลี่ซือถงก็ทยอยออกจาก "หมู่บ้านชิวเฟิง" โดยทิ้งระยะห่างกันไม่กี่นาที
หลี่ซือถงไม่ได้ปล่อยเจียงเซี่ยไป แต่กลับลากเขากลับไปที่โรงแรมม่านรูดที่พวกเขาพักเมื่อคืน
ยังคงเป็นห้องเดิมเมื่อคืน ไฟกะพริบสร้างบรรยากาศแบบเดิม เตียงกรงนกแบบเดิม ในตู้ขายของข้างเตียงมีอุปกรณ์เสริมความรักราคาแพงวางเรียงรายอยู่ ลวดลายละลานตาไปหมด
สิ่งที่ต่างไปจากเมื่อคืนก็คือ เจียงเซี่ยในคืนนี้ไม่ได้หวาดกลัวขนาดนั้นอีกแล้ว เขาค่อยๆ ยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้แล้ว
ในห้องน้ำ เสียงของหลี่ซือถงที่กำลังล้างมืออยู่ดังแว่วออกมา:
"ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ คนก็ยิ่งตายมากขึ้นเท่านั้น ต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามปกปิดแค่ไหน เรื่องพวกนี้ก็ต้องถูกเปิดเผยต่อสายตาสาธารณชนในสักวัน ตอนนี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังแอบสร้างเขตปลอดภัยกันอยู่ ทันทีที่เขตปลอดภัยลอตแรกสร้างเสร็จ พวกเขาก็จะแตกหักกับพวกเรา ดังนั้นการแข็งแกร่งขึ้น จึงเป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้แล้ว!"
พอพูดถึงตอนท้าย น้ำเสียงของหลี่ซือถงก็เคร่งขรึมลง
เจียงเซี่ยพยักหน้า เขาเองก็คอยติดตามข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตอยู่เหมือนกัน สองปีมานี้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พอมาคิดดูตอนนี้ น่าจะเป็นเพราะประเทศต่างๆ กำลังกักตุนเสบียงอาหารกันขนานใหญ่นั่นเอง
"แล้วผู้ตื่นรู้จะแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง?" เจียงเซี่ยถาม
"จากข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตื่นรู้ที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ วิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดที่พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นได้ก็คือการฆ่าพวกเรา" หลี่ซือถงเดินออกจากห้องน้ำ ใบหน้าชุ่มฉ่ำไปด้วยหยดน้ำ "แต่ไม่ใช่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ได้นะ ต้องใช้พลังพิเศษที่พวกเขาตื่นรู้ขึ้นมาฆ่าพวกเราถึงจะได้ผล"
เจียงเซี่ยใจเต้นตึกตักด้วยความยินดี: นี่มันเหมือนกับการตีมอนสเตอร์อัปเลเวลเลยไม่ใช่เหรอ? ตอนที่เขาเพิ่งฉีกร่างสัตว์ประหลาดขนาดเล็กตัวนั้นด้วยมือเปล่า เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีกระแสความอบอุ่นบางๆ ปรากฏขึ้นในร่างกาย
กระแสความอบอุ่นเหล่านั้นปรากฏขึ้นแล้วไม่ได้หายไป แต่กลับคล้ายกับแทรกซึมเข้าไปในเซลล์ร่างกายของเขา ทำให้ความแข็งแกร่งของร่างกายดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย
ดูเหมือนว่าตัวเขาเองก็เหมือนกับผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ ที่ต้องฆ่าเผ่ามารเพื่อแข็งแกร่งขึ้น
แค่ไม่รู้ว่าถ้าฆ่าเผ่ามารมากพอแล้ว ตัวเองจะวิวัฒนาการเหมือนกับพวกเผ่ามารหรือเปล่า?
ดวงตาของเจียงเซี่ยเป็นประกาย พลันตระหนักถึงข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพลัง 【ลำดับเทวะ】 ของตัวเองขึ้นมาได้ทันที——นั่นคือการสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกัน!
นั่นก็หมายความว่าเขาสามารถตามหาเผ่ามารที่อยู่รอบตัวได้อย่างแม่นยำเพื่อสังหารและเพิ่มความแข็งแกร่ง โดยไม่ต้องเล่นซ่อนหากับเผ่ามารเหมือนผู้ตื่นรู้คนอื่นๆ!
อย่างน้อยก่อนที่มนุษย์กับเผ่ามารจะแตกหักกัน ข้อได้เปรียบนี้ของเขาก็ถือว่ามหาศาลมากใช่ไหมล่ะ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของเจียงเซี่ยก็เกิดคำถามขึ้นมาอีกข้อ "ผมมีอีกคำถามหนึ่ง พวกผู้ตื่นรู้ตามหาพวกเราอยู่ตลอดเวลา แล้วจะเป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะจับพวกเดียวกันของเราไปสักคนก่อน แล้วข่มขู่ให้คนคนนั้นบอกว่าใครรอบตัวที่มีกลิ่นอายของพวกเดียวกันบ้าง?"
หลี่ซือถงยิ้มบางๆ "มีสิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ควบคุมพวกของเราไว้หลายคนแล้ว และใช้พวกเขาในการระบุตัวตนพวกของเราอีกหลายคน เรื่องนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก"
"ความจริงแล้ว การที่เราปิดบังตัวตนก็ไม่ได้ป้องกันหน่วยงานเบื้องบนพวกนั้นเป็นหลักหรอก แต่ป้องกันพวกผู้ตื่นรู้ที่กระจายตัวอยู่ต่างหาก"
เจียงเซี่ยถาม "พวกผู้ตื่นรู้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานพวกนั้นเหรอ?"
"ก็มีผู้ตื่นรู้บางส่วนที่ถูกดึงตัวไปอยู่ใต้สังกัดอย่างลับๆ แต่ผู้ตื่นรู้ส่วนใหญ่ก็ยังลุยเดี่ยวกันอยู่ ถึงจะรวมกลุ่มกัน ก็มีแค่สามห้าคนเท่านั้นแหละ!"
หลี่ซือถงพูดต่อ "ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ผู้ตื่นรู้ที่มีสมองสักหน่อยย่อมไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ลองคิดดูสิ ถ้านายเป้นผู้ตื่นรู้ ทั้งที่รู้ว่าในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะมีเผ่ามารแฝงตัวอยู่ นายยังจะเปิดเผยตัวตนว่าเป็นผู้ตื่นรู้แล้วเข้าร่วมกับพวกเขาอีกเหรอ?"
เจียงเซี่ยพยักหน้าเบาๆ พอคิดแบบนี้แล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ตื่นรู้ที่มีไม่ถึงหนึ่งคนในแสนคนนั้น อาจตกอยู่ในอันตรายมากกว่าพวกเขาก็เป็นได้
ทันทีที่ตัวตนของผู้ตื่นรู้ถูกเปิดเผย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็จะมีเผ่ามารนับไม่ถ้วนแห่กันมาเพื่อลิ้มรสงานเลี้ยงมื้อใหญ่
ตอนแรกเจียงเซี่ยยังรู้สึกเห็นใจผู้ตื่นรู้อยู่บ้าง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็สะดุ้งในใจ: เชี่ย! ผมเองก็เป็นผู้ตื่นรู้เหมือนกันนี่หว่า! ผู้ตื่นรู้สายลับอย่างผมเนี่ย เกรงว่าน่าจะเป็นคนที่อันตรายที่สุดในบรรดาผู้ตื่นรู้ทั้งหมดแล้วมั้ง?
หลี่ซือถงเดินเท้าเปล่าเหยียบลงบนพรมหนานุ่ม เธอหยิบแก้วมาสองใบ ไม่ได้เลือกดื่มเหล้าขวดนั้น แต่กลับรินเหล้าฝรั่งที่สั่งให้พนักงานต้อนรับของโรงแรมเอามาส่งให้เพียงก้นแก้วสองใบ
เธอนั่งลงบนตักของเจียงเซี่ย รูปร่างผอมเพรียวอรชรไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่น้อย เธอยื่นแก้วเหล้าใบหนึ่งให้เขา
เจียงเซี่ยมองแก้วเหล้าใบนั้น แล้วถามด้วยความสงสัย "ดูเหมือนเธอจะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ เธอมีองค์กรเหรอ?"
"ใช่!" หลี่ซือถงยิ้มบางๆ แล้วพูดอีกว่า "เมื่อถึงเวลา ฉันจะพานายเข้าร่วม รับรองได้เลยว่าคนในนั้นจะทำให้นายหูตาสว่างแน่นอน!"
เธอชูแก้วเหล้าในมือขึ้นชนกับขอบแก้วของเจียงเซี่ย เกิดเสียงดังกังวาน "ติ๊ง"
"ชนแก้ว!"