ตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายปีที่แล้ว เรื่องนี้ก็ดึงดูดความสนใจของผู้บริหารได้แล้ว และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วเป็นต้นมา ผู้บริหารก็ได้ใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อปิดกั้นช่องทางต่างๆ ที่เงินทุนจะไหลจากตลาดในประเทศไปยังตลาดนอกประเทศ
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนปีที่แล้ว มีข่าวรายงานว่า ธนาคารกลางได้ให้คำแนะนำทางหน้าต่างแก่ธนาคารในประเทศบางแห่ง ให้ระงับการจัดหาการระดมทุนข้ามพรมแดนแก่บัญชีเงินหยวนของธนาคารนอกประเทศ และหลังจากนั้นไม่นาน ธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรในประเทศของธนาคารชำระบัญชีเงินหยวนนอกประเทศก็ถูกระงับเช่นกัน
พอถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คำแนะนำทางหน้าต่างของธนาคารกลางก็ระงับไม่ให้สถาบันต่างๆ ยื่นขอทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ RQDII ใหม่ หรือก็คือธุรกิจของนักลงทุนสถาบันในประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการลงทุนด้วยเงินหยวน
นอกจากนี้ ยังระงับธุรกิจข้ามพรมแดนของธนาคารต่างชาติบางแห่ง รวมถึงธุรกิจปริวรรตเงินตราในประเทศของธนาคารที่เข้าร่วมด้วย โดยธุรกิจปริวรรตเงินตราที่ถูกระงับนั้นรวมถึงการปิดสถานะสปอตและอื่นๆ
พูดให้ตรงประเด็นก็คือ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ธนาคารกลางได้ลงมือเปิดฉากสงครามค่าเงินที่ไร้ควันปืนกับเหล่าสถาบันนักชอร์ตระดับนานาชาติแล้ว
เพียงแต่นั่นยังเป็นแค่การปะทะเพื่อหยั่งเชิง และธนาคารกลางก็เป็นฝ่ายแสดงท่าทีตั้งรับก่อน โดยแค่ปิดช่องทางการไหลเวียนของเงินทุนเก็งกำไรระหว่างประเทศบางส่วนเท่านั้น
ทว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อทิศทางของค่าเงินหยวนมากนัก ภายใต้การโจมตีของเงินทุนเก็งกำไรระหว่างประเทศ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เงินหยวนนอกประเทศก็ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 6.32 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 6.42
จากนั้นในช่วงกลางเดือนธันวาคม ซึ่งก็คือตอนที่เฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็เผชิญกับการร่วงลงอย่างรวดเร็วอีกระลอก จนแทบจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 6.56 ไม่ไหว ไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกเหมือนว่าธนาคารกลางจะรับมือไม่ไหวแล้ว และเงินหยวนก็กำลังจะกลายเป็นเนื้อบนเขียงของเหล่านักชอร์ตระดับนานาชาติในไม่ช้า
เรื่องนี้ทำให้พวกเขาดีใจจนแทบคลั่ง โดยไม่ได้คิดเลยว่านี่คือละครฉาก "ล่อศัตรูให้ถลำลึก แสร้งปล่อยเพื่อจับกุม" ที่ธนาคารกลางแสดงให้พวกเขาดู
ก้าวเข้าสู่วันซื้อขายแรกของปีใหม่ ซึ่งก็คือเรื่องเมื่อวานนี้ เหล่าสถาบันนักชอร์ตระดับนานาชาติได้เพิ่มการโจมตีตั้งแต่วันซื้อขายแรกของปี ในสายตาของพวกเขา ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นจนแทบคลั่งได้อย่างไร
เมื่อวานนี้ อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในตลาดนอกประเทศร่วงจาก 6.5673 ของวันก่อนหน้า ทะลุแนวรับ 6.6 ลงมาโดยตรง และปิดที่ระดับ 6.6272 เมื่อวานนี้ ตลอดทั้งวันอ่อนค่าลงถึง 600 เบสิสพอยต์
และในวันนี้ วันที่ 5 มกราคม ณ ขณะนี้ ก็ยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง
ลู่หมิงไม่สนใจการเทขายชอร์ตอย่างหนักของคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย เขาสั่งให้เทรดเดอร์ในสังกัดเปิดสถานะลองอย่างบ้าคลั่งโดยตรง รอบนี้จะต้องทุบหัวพวกนักชอร์ตระดับนานาชาติให้แหลก ทะลวงทะลุไปถึงข้างในเลยทีเดียว!
...
วันที่ 6 มกราคม อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในตลาดนอกประเทศอ่อนค่าลงอีก 700 เบสิสพอยต์ ระหว่างวันเคยร่วงลงไปถึงระดับ 6.7316 วันนี้ลู่หมิงบัญชาการให้เทรดเดอร์ในสังกัดทำภารกิจเปิดสถานะลองด้วยเงินหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ก้อนที่สองจนสำเร็จ
วันที่ 7 มกราคม อัตราแลกเปลี่ยนนอกประเทศอ่อนค่าลงไปสูงสุดถึงตัวเลข 6.7585 เหล่านักชอร์ตระดับนานาชาติตื่นเต้นจนขนลุกซู่ หวังเพียงให้เงินหยวนร่วงลงมาให้สะใจ
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาฮึกเหิมอย่างมากก็คือ ตลาดหุ้น A-Share วันนี้เซอร์กิตเบรกเกอร์ทำงานอีกแล้ว มันทำงานตั้งแต่ตอนที่เริ่มใช้กลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ในวันแรกของปีเลย
วันนี้กระดานหลักของตลาดหุ้น A-Share เปิดต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้า จากนั้นก็ร่วงระนาวลงมาอย่างหยุดไม่อยู่
เปิดตลาดไม่ถึงสิบห้านาทีก็กระตุ้นเซอร์กิตเบรกเกอร์ระดับหนึ่ง หลังจากกลับมาซื้อขายได้ 15 นาที ก็ดิ่งลงไปอีก ครั้งนี้ทนได้แค่สามนาทีก็ยอมจำนน กระตุ้นเซอร์กิตเบรกเกอร์ระดับสอง หุ้นเกือบ 1,500 ตัวในทั้งสองตลาดร่วงลงไปแตะราคาฟลอร์
นี่คือท่าทีที่ตั้งใจจะพุ่งดิ่งลงไปต่ำกว่า 3,000 จุด
ตลาดหุ้น A-Share เลิกงานก่อนเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้า
ลู่หมิงที่อยู่ฮ่องกงก็กำลังติดตามสถานการณ์ของตลาดทุนในประเทศเช่นกัน เขารู้ว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้ผู้บริหารก็จะสั่งระงับกลไกเซอร์กิตเบรกเกอร์ และการลอกเลียนแบบเซอร์กิตเบรกเกอร์ของอเมริกาในครั้งนี้ก็ทำให้ทุกคนไม่เข้าใจเลยสักนิด ถึงขั้นรู้สึกว่างี่เง่าสุดๆ นักลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ด่าทอกันระงม
ผู้บริหารสนับสนุนให้เงินทุนทุกสายเข้าซื้อหุ้นบลูชิพเพิ่ม แต่กลับมีคนตอบรับน้อยมาก หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่เดิมทีก็ร่วงลงไปถึงราคาติดพื้นแล้ว สินทรัพย์หลักเหล่านี้ไม่ช้าก็เร็วจะต้องปรับตัวขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่แน่ แต่...
ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครเชื่อ และมีไม่กี่คนที่ตระหนักถึง
เอาแต่ด่าอย่างเดียว
ผู้บริหารก็พูดตรงเกินไปไม่ได้ กลุ่มทุนที่กระหายเลือดได้เงื้อเคียวเตรียมเก็บเกี่ยวแล้ว จะมาพูดกันตรงๆ ได้ยังไง การสนับสนุนให้เข้าซื้อหุ้นบลูชิพเพิ่มก็ถือเป็นข้อมูลที่มากพอแล้ว
มีเพียงการกดตลาดหุ้นเอาไว้ก่อนเพื่อปลดปล่อยความเสี่ยง จึงจะสามารถทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปโจมตีศัตรูที่จุดเดียวได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดอยู่ในสงครามสองด้านจนหน้าพะวงหลัง
วันนี้ ลู่หมิงนำเงินหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ก้อนที่สามมาเปิดสถานะลองอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้น กระสุนในมือก็เหลืออีกสองหมื่นล้านดอลลาร์ พรุ่งนี้วันศุกร์จะทุ่มเข้าไปให้หมด พรุ่งนี้ก็คือจุดเดือดแล้ว
ณ ขณะนี้ เหล่าเทรดเดอร์ในห้องซื้อขายกำลังเปิดสถานะลองอย่างต่อเนื่อง นำเงินทุนที่เหลือสำหรับเป้าหมายกระสุนของวันนี้มาลุยต่ออย่างหนัก
ลู่หมิงมองดูทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนนอกประเทศบนหน้าจอแล้วอดไม่ได้ที่จะรำพึงกับตัวเองด้วยความทึ่งว่า "สุดยอดไปเลย ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างตลาดในประเทศกับตลาดนอกประเทศเกิน 2,000 เบสิสพอยต์ ผมยังอดใจไม่ไหวอยากจะชอร์ตเพื่อทำกำไรส่วนต่างเลย"
ส่วนต่าง 2,000 เบสิสพอยต์คือแนวคิดแบบไหนน่ะหรือ?
สมมติว่าในกรณีที่ไม่หักต้นทุน เหล่าสถาบันนักชอร์ตระดับนานาชาติใช้เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ไปแลกเป็นเงินหยวนในตลาดนอกประเทศก่อน จากนั้นก็นำเงินหยวนที่ถือครองไปแลกกลับเป็นดอลลาร์สหรัฐในตลาดในประเทศ
แค่การสับเปลี่ยนง่ายๆ แบบนี้ ก็สามารถฟันกำไรสุทธิจากตรงนั้นได้ 0.2 หยวนแล้ว และนี่เป็นเพียงวิธีการเล่นระดับต่ำสุดเท่านั้น พวกนักเก็งกำไรในวอลล์สตรีทไม่ทำแบบนี้หรอก พวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเลเวอเรจ
หลังจากเพิ่มเลเวอเรจผ่านอนุพันธ์ทางการเงินต่างๆ แล้ว ก็จะสามารถงัดเลเวอเรจได้สิบเท่า หรือกระทั่งหลายสิบเท่า ทำให้เงิน 1 ดอลลาร์ที่ผ่านการหมุนเวียนหนึ่งรอบสามารถทำกำไรมหาศาลได้หลายหยวน หรือหลายสิบหยวน
กำไรมหาศาลขนาดไหนกัน? ไม่แปลกใจเลยที่เหล่านักชอร์ตระดับนานาชาติจะตื่นเต้นจนแทบคลั่งขนาดนี้
ประกอบกับนี่คือการซื้อขายแบบ T+0 ในทางทฤษฎีแล้วสามารถทำการซื้อขายหมุนเวียนซ้ำๆ ได้ภายในวันเดียว และเมื่อพูดถึงประสิทธิภาพการซื้อขายในปัจจุบัน ภายใน 1 วินาทีก็สามารถทำธุรกรรมสำเร็จได้เกือบสองครั้ง ภายใน 24 ชั่วโมง ในทางทฤษฎีสามารถสร้างความถี่ในการซื้อขายได้ถึง 170,000 ครั้งอย่างน่าสะพรึงกลัว แล้วถ้ามีสองบัญชีล่ะ? สามบัญชีล่ะ? หรือ N บัญชีล่ะ?
ช่องว่างในการทำกำไรมหาศาลที่เกิดจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเช่นนี้ ย่อมทำให้เงินทุนเก็งกำไรระหว่างประเทศทุกสายต้องคลุ้มคลั่ง
ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือการเปิดชอร์ตโดยตรง ส่วนต่างราคาตรงกลางนั่นแหละคือกำไร
จุดเด่นสำคัญอย่างหนึ่งของตลาดการเงินก็คือ เมื่อเกิดผลป้อนกลับเชิงบวกขึ้นมาแล้ว ก็จะมีทุนเก็งกำไรไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเพื่อผนึกกำลังผลักดันผลป้อนกลับนี้ ซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มใดแนวโน้มหนึ่งเร่งตัวขึ้น
จุดนี้สะท้อนให้เห็นในเรื่องของหุ้นเช่นเดียวกัน หุ้นตัวหนึ่งเริ่มแรกจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ สุดท้ายก็ฮอตฮิตขึ้นมากะทันหัน เมื่อมีคนรู้มากขึ้น การปรับตัวขึ้นหลังจากนั้นก็จะเร่งความเร็ว เพราะเงินทุนที่เข้ามาเปิดสถานะลองกำลังขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในทำนองเดียวกัน ผลป้อนกลับเชิงบวกแบบนี้ก็สามารถพบเห็นได้จากการจองซื้อกองทุนผสมเทียนเซิ่งแวลูโกรท ขนาดของการจองซื้อในตอนนี้กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และภาวะตลาดกระทิงคลั่งของตลาดหุ้น A-Share ในช่วงครึ่งปีแรกก็เช่นเดียวกัน มันคือเงินทุนเก็งกำไรนับร้อยล้านพันล้านที่ผนึกกำลังกันผลักดันดันดัชนีให้ทะลุ 5,000 จุดได้อย่างง่ายดาย ถ้าประเทศไม่ลดการใช้เลเวอเรจ ครึ่งปีหลังดันให้ไปถึงหนึ่งหมื่นสองพันจุดได้สบายๆ แน่นอน
ตรรกะเดียวกัน การดิ่งลงที่ก่อตัวเป็นแรงผลักดันก็เช่นกัน ภาวะตลาดกระทิงคลั่งขาขึ้นในครึ่งปีแรกเป็นผลมาจากการผนึกกำลังเร่งของฝั่งลอง ส่วนภาวะตลาดพังทลายอย่างฉับพลันในครึ่งปีหลังก็เป็นผลจากการผนึกกำลังผลักดันของฝั่งชอร์ต
ตลาดปริวรรตเงินตราในปัจจุบันก็เช่นกัน คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นตัวขับเคลื่อนให้เงินทุนเก็งกำไรหลั่งไหลเข้ามาทำการชอร์ตค่าเงินหยวนมากขึ้น เป็นการเร่งการอ่อนค่า
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ปริมาณการซื้อขายเงินหยวนก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เงินทุนก็ไหลออกจากประเทศอย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งในจำนวนนั้นมีเงินลงทุนในประเทศส่วนหนึ่งที่เข้ามาในตลาดเก็งกำไรนี้อย่างแน่นอน โดยทำตัวเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเข้าร่วมการเปิดชอร์ตไปพร้อมกับสถาบันนักชอร์ตระดับนานาชาติ
ท้ายที่สุดแล้ว กำไรมหาศาลจากการชอร์ตนั้นเย้ายวนใจเกินไปจริงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์ก้อนโต ก็มักจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่สนความถูกต้องเสมอ
...







