เมื่ออูรูลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความหวาดกลัวบนใบหน้าและความบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดก็มลายหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือ...ความตื่นเต้น
เพราะในตอนนี้ ผู้ที่ควบคุมร่างกายนี้อยู่ไม่ใช่อูรูอีกต่อไป แต่เป็นไป๋เหวย
หลังจากทะลุมิติมาหลายวัน ในที่สุดไป๋เหวยก็มีร่างกายให้ควบคุมเสียที ไม่ใช่แค่เป็นเพียงนิ้วมืออีกต่อไป ตอนนี้ไป๋เหวยสามารถรับรู้ได้ถึงทุกสัดส่วนของร่างกาย และขยับมันได้อย่างง่ายดาย เดิมทีมันเป็นฟังก์ชันที่คนปกติควรจะมี ทว่าไป๋เหวยกลับห่างหายจากความรู้สึกนี้มาเนิ่นนาน
ช่วงที่ผ่านมาต่อให้เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด ก็ทำได้แค่ทำให้ตัวเองตั้งโด่ ตั้งโด่ ตั้งโด่ ชูชัน ชูชัน ชูชัน ราวกับกระเจี้ยวที่อยากจะทะลวงสวรรค์ก็ไม่ปาน
แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว เขามีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ถึงแม้จะเป็นแค่ชั่วคราวก็ตาม
เพียงแต่ เขาไม่มีเวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่จะมานั่งดีใจกับการมีร่างกายใหม่ เพราะสิ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาในสนามรบเป็นลำดับถัดไป คือเจ้านั่นที่กระโจนขึ้นสูง และอ้าเขี้ยวหัวหมาป่ากลางอากาศ
ไป๋เหวยเงยหน้าขึ้น สบตากับหัวหมาป่านั่น
ภาพนี้เขาคุ้นเคยเสียจนไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ในจังหวะที่หัวหมาป่ากำลังจะงับลงมาที่หัวของเขา ไป๋เหวยไม่ได้หลบในทันที แต่กลับนับเลขในใจเงียบๆ สองตัว—หนึ่ง สอง
ในวินาทีที่กำลังจะนับถึงสาม ร่างกายของไป๋เหวยก็เบี่ยงไปทางซ้ายเล็กน้อย ก้าวเท้าสไลด์หลบไปได้อย่างเฉียดฉิวชนิดที่ว่าแทบจะแนบไปกับเขี้ยวของหัวหมาป่า
เสียง "ตู้ม" ดังสนั่น หัวหมาป่ากระแทกเข้ากับพื้นไม้อย่างจัง เศษไม้และฝุ่นคละคลุ้งกระจายไปทั่ว
ด้วยเหตุนี้ ไป๋เหวยที่ดูเหมือนจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายจึงหลุดพ้นจากวิกฤตได้ในพริบตา ตอนนี้เขากำลังยืนอย่างสบายอารมณ์อยู่ด้านข้าง มองดูผู้โจมตีที่เมื่อครู่ยังเป็นต่อ ทว่าตอนนี้กลับดูทุลักทุเลเล็กน้อย
"【โรเจอร์จอมกัด】" ไป๋เหวยพูดขึ้นอย่างเนิบนาบ "ฉันน่าจะจำไม่ผิดใช่ไหม?"
โรเจอร์จอมกัดเดินออกมาจากม่านฝุ่น จ้องเขม็งไปที่ไป๋เหวย "แกเป็นใคร? ทำไมถึงรู้ชื่อฉัน?"
ไป๋เหวยหัวเราะหึๆ "ถ้าอย่างนั้นฉันก็เป็นคนคุ้นเคยเก่าแก่ของแกเลยล่ะ แต่แกคงไม่รู้จักฉันหรอก"
คนคุ้นเคยเก่าแก่...ที่ไม่รู้จักกันเนี่ยนะ?
คำพูดนี้ฟังดูแปลกประหลาด แต่เมื่อเทียบกับคำพูดแล้ว ตัวไป๋เหวยเองกลับทำให้โรเจอร์รู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่า
บาร์แห่งนี้เป็นฐานที่มั่นลับของนิกายลับ แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน เป็นเพราะนิกายลับรู้ข่าวว่านิ้วมือของวิซาสมาปรากฏอยู่ที่นี่ ถึงได้ส่งเขาที่เป็นโรเจอร์มา ดังนั้นตามหลักแล้วร่องรอยของเขาควรจะเป็นความลับขั้นสุดยอด ทว่าทันทีที่เขามาถึงที่นี่ก็พบกับไป๋เหวย แถมยังเห็นศพนอนอยู่บนโต๊ะ เขาไม่รู้ว่าศพนั้นเป็นของใคร แต่ดูจากชุดนักบวชนั่นแล้ว น่าจะเป็นสุนัขรับใช้ของนิกายไรน์
แล้วเจ้านี่เป็นใครกันอีกล่ะ?
เป็นคนฆ่าบาทหลวงของไรน์งั้นหรือ? แล้วทำไมถึงเอามาทิ้งไว้ที่นี่? ตั้งใจมารอเขาอยู่ที่นี่โดยเฉพาะอย่างนั้นหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้โรเจอร์รู้สึกไม่เข้าใจก็คือ เห็นได้ชัดว่าในตอนแรกหมอนี่ทำตัวเหมือนคนขี้ขลาดไร้น้ำยา และถูกเขากดดันเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย หากไม่ใช่เพราะเขาอยากจะสืบให้รู้แน่ชัดถึงตัวตนของหมอนี่ก่อน จึงไม่ได้ลงมือฆ่าในทันที เจ้านี่ก็น่าจะตายตั้งแต่การเผชิญหน้ากันครั้งแรกแล้ว
แต่ตอนนี้...โอ๊ะ ไม่สิ พูดให้ถูกคือเมื่อครู่นี้ หมอนี่กลับหลบการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดาย
แถมยังเป็นการหลบในเสี้ยววินาทีสุดท้าย สิ่งนี้ทำให้โรเจอร์รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
เพราะการกัดจากบนลงล่างของโรเจอร์เมื่อครู่นี้ไม่ได้หลบกันได้ง่ายๆ หากอีกฝ่ายชิงหลบไปก่อน หัวหมาป่าของเขาก็จะตามรอยและพุ่งเข้าไปกัดซ้ำ มันจะไม่มีทางปล่อยจนกว่าจะงับอีกฝ่ายได้ นี่คือสาเหตุที่เขาถูกเรียกว่า 【โรเจอร์จอมกัด】
แต่กระบวนท่านี้ก็ใช่ว่าจะหลบไม่ได้เสียทีเดียว ขอเพียงแค่ทำการหลบหลีกในระยะที่ใกล้กับหัวหมาป่ามากพอก็พอแล้ว เพราะด้วยขนาดของหัวหมาป่า มันจำเป็นต้องมีระยะเผื่อเหลือเผื่อขาดระดับหนึ่ง ถึงจะสามารถเปลี่ยนทิศทางการโจมตีได้
ทว่าจุดนี้ไม่ได้กะเกณฑ์กันได้ง่ายๆ เพราะยิ่งระยะห่างสั้นลงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งหมายความว่ามีโอกาสผิดพลาดได้น้อยลงเท่านั้น หากตอบสนองช้าไปเพียงนิดเดียวก็จะถูกหัวหมาป่างับจนดิ้นไม่หลุด ดังนั้นคนทั่วไปต่อให้รู้จุดอ่อนนี้ ก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะหลบ ยิ่งไปกว่านั้นคนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่าหัวหมาป่ามันตามรอยได้ คนที่ไม่รู้เรื่องส่วนใหญ่จะโดนเล่นงานตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกแล้ว
แต่หมอนี่กลับหลบมันไปได้ แถมยังหลบได้อย่างชิลๆ ตอนที่เขายืนอยู่กับที่ก็ทำท่าเหมือนกำลังนับเลขในใจ ราวกับว่าเข้าใจโรเจอร์เป็นอย่างดี เข้าใจทะลุปรุโปร่งจนสามารถกะระยะการโจมตีนี้ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อรวมกับคำว่า "คนคุ้นเคยเก่าแก่" ที่ไป๋เหวยเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ แน่นอนว่ามันทำให้โรเจอร์รู้สึกกังวลใจ
สรุปว่าเป็นเรื่องบังเอิญ หรือว่า...
โรเจอร์ไม่ได้ยืนคิดอะไรให้เสียเวลาเปล่าอยู่นานนัก เขาเปิดฉากการโจมตีระลอกที่สองอย่างรวดเร็ว
สรุปว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ เดี๋ยวก็รู้กัน
หัวหมาป่านั่นงับจากบนลงล่างอีกครั้ง ราวกับหมาป่าหิวโซที่กำลังออกล่าเหยื่อ
ส่วนไป๋เหวยก็ยังคงทำเหมือนเดิม เขาหลบในวินาทีสุดท้ายที่หัวหมาป่ากำลังจะงับถึงตัว ดูเหมือนจะหวาดเสียว แต่แท้จริงแล้วกลับหลบการโจมตีนี้ไปได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง
หมอนี่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!
โรเจอร์มั่นใจในจุดนี้ทันที!
หมอนี่ ถ้าไม่มีทักษะการต่อสู้ที่สูงส่งพอจนมองจุดอ่อนของกระบวนท่านี้ออกในพริบตา ก็ต้องมีความเข้าใจในตัวเขาเป็นอย่างดี
โรเจอร์ตัดสินใจที่จะพิสูจน์อีกครั้ง
การคำนวณทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา
หลังจากที่การโจมตีครั้งนี้กัดลงบนพื้นอีกครั้ง โรเจอร์ไม่ได้ชักมือกลับในทันที แต่ใช้มือขวาที่กลายสภาพเป็นหัวหมาป่ายันพื้นเอาไว้ จากนั้นก็ใช้เท้าเตะไปทางไป๋เหวย
เมื่อเทียบกับมือขวาที่กลายเป็นหัวหมาป่าแล้ว เท้าข้างนี้ดูไร้พิษสงไปถนัดตา
และไป๋เหวยก็ดูเหมือนจะคิดเช่นนั้น เขาดูไม่ได้สนใจการโจมตีนี้เท่าไหร่นัก กลับทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่มือขวาของโรเจอร์
สำเร็จ!
โรเจอร์ลอบยินดีในใจ
วินาทีต่อมา หัวหมาป่าที่มือขวาของโรเจอร์ก็หายไป กลับกลายเป็นมือขวาปกติ
ทว่าขาที่เขาเตะออกไปหาไป๋เหวย กลับแปรสภาพเป็นความน่าเกรงขามดุร้ายในพริบตา
"โฮก!"
ขาขวากลายเป็นหัวหมาป่าในชั่วพริบตา ปากที่อ้ากว้างอาบเลือดในระยะนี้ดูเหมือนจะหลบไม่พ้นอีกต่อไป!
ขอฉันกัดทะลุไหล่แก แล้วมาดูกันว่าแกเป็นใครมาจากไหนกันแน่!
โรเจอร์ตะโกนก้องในใจ
หลังจากนั้น เขาก็เห็นไป๋เหวยเตะสวนออกมาเบาๆ อย่างไม่รีบร้อน
ทว่าลูกเตะนี้ กลับเตะเข้าที่มือขวาของโรเจอร์
มือขวาที่กำลังค้ำจุนร่างกายทั้งหมด แต่ไม่ได้อยู่ในสภาพหัวหมาป่าอีกแล้ว
และโดยธรรมชาติ โรเจอร์ก็เสียศูนย์ ร่างทั้งร่างล้มคะมำดังกึกก้อง ฝุ่นและเศษไม้สาดกระเซ็นยิ่งกว่าเมื่อครู่
...เป็นการล้มหน้าคะมำไม่เป็นท่าอย่างแท้จริง
ส่วนไป๋เหวยก็ถอยกลับไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยอีกครั้ง ท่าทางยังคงดูรับมือได้อย่างสบายๆ
ไม่นานโรเจอร์ก็ปีนลุกขึ้นมา จ้องมองไป๋เหวยอย่างดุร้าย "แกเป็นใครกันแน่?! ทำไมถึงรู้เรื่องของฉันดีขนาดนี้?!"
"คำถามนี้ของแก ฉันคงอธิบายให้ฟังยากหน่อย" ไป๋เหวยยักไหล่ "แต่ฉันก็รู้เรื่องของแกดีจริงๆ นั่นแหละ เพราะฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฟาร์มแกไปกี่รอบแล้ว แถมยังเป็นการฟาร์มแบบไร้รอยขีดข่วนอีกต่างหาก"
โรเจอร์: "?"