“ท่านผู้เฒ่าอวี้ ท่านมาได้อย่างไรขอรับ” ศิษย์พี่ผู้ดูแลรีบวางหนังสือปกิณกะในมือที่ชื่อว่า "ภรรยาจิตวิญญาณกระบี่ของข้า" ลงทันที พร้อมกับมองชายชราผู้นี้ด้วยสีหน้าตึงเครียด
หลินจิ้งเองก็มองตามไป หากเขาจำไม่ผิด ท่านผู้เฒ่าอวี้คือผู้อาวุโสที่ดูแลกิจการของศิษย์สายนอก ในสายนอกนี้เขาคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุด
“จื่อหราน เจ้ากำลังดูอะไรอยู่อีกแล้ว” ท่านผู้เฒ่าอวี้ขมวดคิ้วพลางยื่นมือออกไป หนังสือของศิษย์พี่ผู้ดูแลก็ลอยเข้าไปในมือของท่านผู้เฒ่าอวี้ทันที
“ท่านอาวุโส! หนังสือเล่มนี้แต่งโดยนักพรตเจี้ยนชิงเฟิงแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ แฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ ไม่ใช่หนังสือปกิณกะที่ไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน...” ศิษย์พี่ผู้ดูแลยังพูดไม่ทันจบ ท่านผู้เฒ่าอวี้ก็แค่นเสียงเย็นชาและเก็บหนังสือเล่มนั้นไป
“อ่านหนังสือไร้สาระในเวลาทำงาน ปรับศิลาวิญญาณของเจ้าครึ่งเดือน”
ศิษย์พี่ผู้ดูแลแสดงสีหน้าราวกับสัตว์เลี้ยงของตนตายจากไป
“จี๊ดๆๆ...” กระรอกใบสนเอามือปิดปากแอบหัวเราะ
จังหวะนั้น สายตาของท่านผู้เฒ่าอวี้ก็มองมาทางกระรอกใบสน... มองมาทางหลินจิ้ง
กระรอกใบสนหุบยิ้มทันที เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะสั่งปรับใบไม้ของตนไปครึ่งถุง
“หืม?”
“เจ้าคือหลินจิ้งหรือ?” กวาดตามองแวบหนึ่ง ท่านผู้เฒ่าอวี้ก็เอ่ยปากถามขึ้น
“เรียนท่านผู้เฒ่าอวี้ ศิษย์มีชื่อว่าหลินจิ้งขอรับ” หลินจิ้งไม่แปลกใจเลยที่ผู้อาวุโสสายนอกรู้จักเขา ท่านผู้เฒ่าโม่เป็นคนพาเขากลับมาและจัดให้อยู่ในสายนอก ย่อมต้องทักทายบอกกล่าวกับท่านผู้เฒ่าอวี้ไว้อยู่แล้ว
“เจ้ามารับภารกิจหรือ?” ท่านผู้เฒ่าอวี้ถาม
หลินจิ้งพยักหน้า
ท่านผู้เฒ่าอวี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “ดูเหมือนเจ้าจะยังหาภารกิจที่เหมาะสมไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าอยากรับภารกิจที่ได้ผลตอบแทนเป็นศิลาวิญญาณ หรืออยากรับภารกิจที่ได้ผลตอบแทนเป็นแต้มผลงานสำนักล่ะ?”
หลินจิ้งชะงักไป ผู้อาวุโสสายนอกหมายความว่าอย่างไร...
จะหาภารกิจที่เหมาะสมให้โดยเฉพาะอย่างนั้นหรือ?
“เรียนท่านอาวุโส ศิษย์อยากได้ทั้งสองอย่างเลยขอรับ”
ท่านผู้เฒ่าอวี้สำลักเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “ที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็เพื่อประกาศภารกิจหนึ่งพอดี”
“เทศกาลมังกรทะยานใกล้เข้ามาแล้ว เพื่อสร้างอสูรกลไก จึงต้องการไผ่วิญญาณจำนวนมาก ศิษย์สายนอกที่มีสัตว์เลี้ยงธาตุไม้ สามารถรับภารกิจนี้ไปตัดไผ่วิญญาณที่แหล่งไข่มุกทอง เพื่อแลกกับผลตอบแทนเป็นศิลาวิญญาณและแต้มผลงานสำนัก จำกัดผู้รับภารกิจเพียงหนึ่งคนชั่วคราว”
“ข้าเห็นว่าเจ้าทำพันธสัญญากับกระรอกใบสน เจ้าเต็มใจจะรับภารกิจนี้หรือไม่?”
หา?
ศิษย์พี่ผู้ดูแลและศิษย์สายนอกอีกสี่คนถึงกับเบิกตาโพลง พวกเขามองไปที่หลินจิ้งซึ่งมีใบหน้าแปลกตา พลางคาดเดาถึงที่มาที่ไปของเขาอยู่ในใจ
การกระทำของท่านผู้เฒ่าอวี้แบบนี้ แทบจะเขียนคำว่า 'เส้นสาย' 'เปิดเตาเล็ก' 'ใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว' แปะไว้บนกระดานภารกิจอยู่แล้ว!
คนผู้นี้... ตกลงแล้วมีฐานะอะไรกันแน่!
“ศิษย์ยินดีรับขอรับ!” แม้หลินจิ้งจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในฐานะคนซื่อสัตย์ เขาไม่อาจไม่ไว้หน้าผู้อาวุโสท่านนี้ได้
“จื่อหราน เจ้าบันทึกภารกิจนี้ไว้ด้วย ตัดไผ่ได้ทุก 10 ต้น จะได้รับผลตอบแทนเป็นศิลาวิญญาณหนึ่งก้อน และเพิ่มแต้มผลงานสำนักให้อีก 1 แต้ม” ท่านผู้เฒ่าอวี้กล่าว “มอบหมายให้ศิษย์ผู้นี้เป็นคนจัดการก็แล้วกัน”
เมื่อพูดจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง แล้วเดินออกจากหอภารกิจไป
เมื่อท่านผู้เฒ่าอวี้จากไป ศิษย์พี่จื่อหรานก็มองหลินจิ้งด้วยความเลื่อมใสทันทีพลางกล่าวว่า “ศิษย์น้อง ยินดีด้วยนะ ที่ถูกตาต้องใจท่านผู้เฒ่าอวี้ อนาคตของเจ้าช่างก้าวไกลจนยากจะประเมินได้จริงๆ”
หลินจิ้งประสานมือคารวะตอบ “แค่โชคดีเท่านั้นขอรับ ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ ภารกิจนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่? ช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
ศิษย์พี่จื่อหรานไม่มีหนังสือให้อ่านแล้ว จึงมีเวลาว่างพอจะอธิบายให้ฟัง “เทศกาลมังกรทะยานเจ้าน่าจะรู้จักสินะ”
นี่คือหนึ่งในเทศกาลดั้งเดิมของอาณาจักรโบราณเทียนหยวน เล่าลือกันว่า ผู้ก่อตั้งอาณาจักรโบราณเทียนหยวน ปฐมจักรพรรดิเคยใช้วิชาลับมังกรแท้จริงเบิกเนตรเทือกเขาที่อยู่ใจกลางทวีปเทียนหยวน เทือกเขานั้นทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายร่างเป็นมังกรเทพ แบกรับภาระหน้าที่ในการปกป้องอาณาจักรโบราณเทียนหยวน
มังกรยักษ์ตัวนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคชะตาของอาณาจักรโบราณเทียนหยวน มันหลับใหลอยู่ใต้พิภพ กลายเป็นชีพจรมังกรแห่งโชคชะตา คอยปกป้องอาณาจักรโบราณจากรุ่นสู่รุ่น และทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติอันยากจะต่อกรภายในอาณาจักร มันก็จะตื่นขึ้นมาเพื่อกำราบภัยพิบัตินั้น
นานวันเข้า เพื่อเป็นการรำลึกถึงมังกรยักษ์ที่จำแลงกายมาจากเทือกเขา วันที่มังกรยักษ์ถือกำเนิดขึ้นจึงกลายเป็นเทศกาลดั้งเดิม ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเท่านั้น แม้แต่คนธรรมดาสามัญก็ยังร่วมเฉลิมฉลองด้วย
หลินจิ้งไม่คิดเลยว่า ภายในสำนักพิชิตอสูรจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลนี้โดยเฉพาะด้วย
“สำนักพิชิตอสูรจะเฉลิมฉลองเทศกาลมังกรทะยานทุกปี แน่นอนว่าไม่ได้จัดงานใหญ่อะไรนักหนา เพียงแต่จัดกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ตามปกติเท่านั้น”
“ในวันเทศกาล ถือเป็นโอกาสอันดีที่ศิษย์สายนอกและสายในจะได้แสดงฝีมือของตนเอง”
“และในสำนักพิชิตอสูรของเรา ตอนที่เฉลิมฉลองเทศกาลมังกรทะยาน จะมีรายการที่พิเศษมากรายการหนึ่ง นั่นก็คือ 'ศึกมังกรปะทะอสูร'”
“ศิษย์สามารถส่งสัตว์เลี้ยงของตัวเองออกไปท้าทาย 'มังกร' ได้!”
“แน่นอนว่า มังกรตัวนี้ไม่ใช่มังกรที่แท้จริง ภายในสำนักพิชิตอสูรของเรายังไม่มีมังกรที่แท้จริง มังกรตัวนี้หมายถึงมังกรกลไกที่สร้างขึ้นด้วย 'วิชากลไก'”
“ตอนที่ท่านผู้เฒ่าอวี้ยังหนุ่ม เขาเคยเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทวีป และได้เรียนรู้วิธีการสร้างอสูรกลไก ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชากลไกอันเป็นร้อยศาสตร์แห่งการบำเพ็ญเพียร!”
“ทักษะวิชานี้ยังถือว่าพบเห็นได้น้อยมากในสำนักพิชิตอสูรของเรา”
“ด้วยความสามารถนี้ของท่านผู้เฒ่าอวี้ เทศกาลมังกรทะยานภายในสำนักทุกปีจึงอยู่ในความรับผิดชอบของท่าน การที่ท่านประกาศภารกิจตัดไผ่วิญญาณ น่าจะตั้งใจนำไผ่วิญญาณมาสร้าง 'มังกรไผ่กล'”
เมื่อศิษย์พี่ผู้ดูแลพูดจบ ศิษย์สายนอกคนหนึ่งที่อยู่ในหอภารกิจด้วยก็พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “มังกรไผ่กล ดูเหมือนปีนี้จะเป็นมังกรกลไกธาตุไม้ สัตว์เลี้ยงของข้าคือวิหคเพลิงวิญญาณ มีข้อได้เปรียบเรื่องธาตุข่มกันพอดี”
“นี่ถือเป็นข่าวที่หาได้ยากยิ่ง ตอนนี้ก็เริ่มศึกษาวิธีรับมือกับอสูรธาตุไม้ได้เลย” ศิษย์สายนอกอีกคนกล่าว
“หลายปีที่ผ่านมา ผู้ที่เอาชนะมังกรกลไกได้ ล้วนได้รับรางวัลที่ไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นศิลาวิญญาณ โอสถ ของวิเศษ หรือวิชาอาคม มีทุกอย่างพร้อมสรรพ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายในหรือสายนอก ล้วนแต่กระตือรือร้นอยากจะลองดูสักตั้ง” ศิษย์พี่จื่อหรานหัวเราะ “แต่มังกรกลไก... แม้ว่าระดับการบำเพ็ญอย่างมากที่สุดจะเทียบเท่าแค่ขั้นเลี่ยนชี่ พลังต่อสู้ไม่ได้เวอร์วังอะไร แต่มันก็มาจากฝีมือของผู้อาวุโสขั้นจินตัน การจะเอาชนะมันได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” หลินจิ้งเข้าใจแล้ว เขาจึงถามต่อว่า “ขอเรียนถามศิษย์พี่ การตัดไผ่วิญญาณมีข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ขอรับ?”
แม้ว่าเขาจะพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชวิญญาณชนิดต่างๆ อย่างหนักแล้ว แต่เวลาในการเรียนรู้ก็ยังมีไม่มากนัก
“แหล่งไข่มุกทองคือหุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างยอดเขาสองลูกทางตอนเหนือของสำนักพิชิตอสูร ที่นั่นมีทะเลไผ่ซึ่งอุดมไปด้วยไผ่วิญญาณ หากข้าจำไม่ผิด ไผ่วิญญาณชนิดนี้ต้องใช้ขวานที่มีพลังธาตุไม้แฝงอยู่ในการตัด เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณสมบัติไป”
“อ้อ การใช้วิชาธาตุไม้ก็น่าจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน อย่างเช่นวิชาใบไม้บินของกระรอกใบสน เมื่อครู่นี้ท่านผู้เฒ่าอวี้ก็บอกแล้วว่า เป็นเพราะเห็นเจ้ามีกระรอกใบสน จึงมอบหมายภารกิจนี้ให้แก่เจ้า” ศิษย์พี่จื่อหรานแสดงสีหน้าอิจฉาออกมาอีกครั้ง
“ผลตอบแทนของภารกิจนี้ค่อนข้างงดงามมากทีเดียว แม้แต่ในบรรดาภารกิจที่ศิษย์สายในสามารถรับได้ ก็เกรงว่าจะไม่มีภารกิจไหนที่ให้ผลตอบแทนงามขนาดนี้”
“ทว่า...” เขาสังเกตหลินจิ้งกับกระรอกใบสนครู่หนึ่ง
“กระรอกใบสนของเจ้า ยังอยู่แค่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสามใช่หรือไม่? ตามที่ข้าเข้าใจ ไผ่วิญญาณนั้นเหนียวทนทานหาใดเปรียบ ต่อให้เป็นกระรอกใบสนที่อยู่ในขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางใช้วิชาใบไม้บิน ก็เกรงว่าจะต้องใช้เวลาฟันหลายครั้งถึงจะโค่นไผ่วิญญาณลงมาได้สักต้นหนึ่ง ซึ่งกินแรงเป็นอย่างมาก!”
“ถ้ามันคิดจะใช้วิชาใบไม้บินตัดไผ่วิญญาณให้ขาด เกรงว่าคงไม่ง่ายนักหรอก”
ศิษย์พี่ผู้ดูแลพลันตระหนักขึ้นมาได้ เขาก็ว่าอยู่ว่าทำไมท่านผู้เฒ่าอวี้ถึงได้ใจป้ำขนาดนี้
เมื่อครู่เขายังคิดอยู่เลยว่า ผลตอบแทนมันมากเกินไปหน่อยหรือไม่ ที่แท้ท่านผู้เฒ่าอวี้ก็ดูออกว่าด้วยความสามารถของศิษย์น้องผู้นี้ ไม่เพียงพอที่จะตัดไผ่วิญญาณได้มากนัก หากความตั้งใจหลักคือการช่วยให้อีกฝ่ายได้ฝึกฝนวิชาใบไม้บิน เช่นนั้นก็สมเหตุสมผลแล้ว