หากกล่าวถึงความแยบยลของกระบวนท่า เขาไม่เป็นรองหยางเซิ่งแล้ว หากกล่าวถึงพลังในการควบคุมร่างกาย เขากลับอยู่เหนือกว่าหยางเซิ่งเสียอีก!
ทว่า ระหว่างเขากับหยางเซิ่งกลับมีช่องว่างที่ไม่อาจก้าวข้ามได้ขวางกั้นอยู่ นั่นก็คือตบะพลังปฐมภูมิ
การโจมตีของเขาฟาดฟันลงบนร่างของหยางเซิ่ง ทว่าไม่อาจทะลวงการสำแดงปราณโลหิตของหยางเซิ่งได้!
"ต่อให้เคล็ดวิชาเตาหลอมแปรเปลี่ยนของข้าสามารถทะลวงถึงขั้นที่สี่ได้ในเวลานี้ ก็ไม่อาจทะลวงปราการปราณโลหิตของเขาได้ ร่างกายของเขาราวกับมีหนังมังกรจระเข้หนาเตอะงอกขึ้นมาคลุมไว้ชั้นหนึ่ง!"
ซูหยุนถอยร่น หลบหลีกการโจมตีของหยางเซิ่ง
เคล็ดวิชาเตาหลอมแปรเปลี่ยนบทบำรุงปราณแบ่งออกเป็นครึ่งแรกและครึ่งหลัง ครึ่งแรกคือการบำรุงปราณ เพาะสร้างพลังปฐมภูมิ โคจรปราณโลหิต พลังปฐมภูมิจะไหลเวียนไปตามสายเลือดและถูกส่งไปยังทุกส่วนของร่างกาย ค่อยๆ เสริมสร้างเรือนร่างให้แข็งแกร่งขึ้น
ทว่าหน้าที่หลักของครึ่งแรก ก็ยังคงเป็นการยกระดับตบะพลังปฐมภูมิ
แต่ครึ่งหลังของเคล็ดวิชาเตาหลอมแปรเปลี่ยน มังกรจระเข้คำราม คือการนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้งานจริง โดยนำตบะพลังปฐมภูมิมาประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ห้ำหั่น
วิชามังกรจระเข้คำรามนอกจากจะใช้ในการต่อสู้แล้ว ยังมีสรรพคุณในการเสริมสร้างเรือนร่าง ซึ่งช่วยยกระดับร่างกายได้อย่างมหาศาล
ความสำเร็จทั้งสามขั้นของวิชามังกรจระเข้คำราม อันได้แก่ เสียงอสนีบาต สำแดงรูปลักษณ์ และสำแดงกายา ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการที่ปราณโลหิตเสริมสร้างเรือนร่างจนแข็งแกร่ง
การยกระดับเรือนร่างของครึ่งหลังนั้นรวดเร็วกว่าครึ่งแรกหลายเท่าตัว และดีเลิศกว่าหลายเท่าตัว
เมื่อฝึกวิชามังกรจระเข้คำรามจนสำเร็จขั้นที่สาม ร่างกายจะเหนียวแน่นทนทานแทบจะเทียบเท่ากับหนังมังกรจระเข้ แม้ถูกดาบฟันลงมาก็เป็นเพียงแผลถลอกบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
การโจมตีของซูหยุนจึงไม่อาจสร้างบาดแผลให้หยางเซิ่งได้ด้วยเหตุนี้เอง
ภายในป่าละเมาะ หยางเซิ่งรุกคืบเข้ากดดันทุกฝีก้าว กระบวนท่าต่อสู้พลิกแพลงถูกงัดออกมาใช้อย่างไม่ขาดสาย
ซูหยุนถอยร่นอย่างต่อเนื่องและใช้กระบวนท่าพลิกแพลงเข้าต้านทานเช่นกัน การโจมตีของหยางเซิ่งทวีความรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ กระบวนท่าของซูหยุนก็ยิ่งช่ำชองขึ้นเรื่อยๆ ทว่าไม่ว่ากระบวนท่าของเขาจะแยบยลเพียงใด ก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้หยางเซิ่งได้เลย
พละกำลังที่ถ่ายทอดมาจากหมัดและเท้าของหยางเซิ่งกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บีบบังคับให้ซูหยุนต้องถอยร่นอย่างต่อเนื่องเพื่อสลายพลังของอีกฝ่าย แขนและขาของเขาถูกกระแทกจนชาหนึบขึ้นทุกที บนผิวหนังเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวไปทั่ว
"ศิษย์น้อง พรสวรรค์ของเจ้าช่างเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ!"
หยางเซิ่งโหมโจมตีอย่างบ้าคลั่ง น้ำเสียงของเขาดังแทรกมากับเสียงอสนีบาตเป็นระลอก "มิน่าเล่าท่านสุ่ยจิ้งถึงรั้งอยู่สอนเจ้าที่นี่! คนที่ทำให้เขายอมเสียเวลาถึงสิบวันด้วยความเต็มใจได้ ย่อมต้องมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา สูงส่งยิ่งกว่าข้าเสียอีก!"
ซูหยุนฝืนรับกระบวนท่าของเขาไปหนึ่งคราจนถูกกระแทกให้ปราณโลหิตพลุ่งพล่านและเซถอยหลังไป หยางเซิ่งเห็นช่องโหว่เข้าพอดี จึงฟาดกระบวนท่าเข้าใส่หน้าอกของเขาอีกหนึ่งครา
เสื้อผ้าบริเวณหน้าอกของซูหยุนถูกฉีกขาดเสียงดังแคว่ก ผิวเนื้อตรงหน้าอกเผยให้เห็นรอยกรงเล็บข่วนลึกหลายสาย
"แม้แต่ท่านสุ่ยจิ้งยังชื่นชมในพรสวรรค์ของเจ้า ตามหลักแล้วข้าในฐานะศิษย์พี่ ก็สมควรรักใคร่ทะนุถนอมผู้มีความสามารถเช่นกัน" หยางเซิ่งตวัดเท้ากวาดเข้ามา ปราณโลหิตแปรเปลี่ยนเป็นมังกรจระเข้สะบัดหาง
ซูหยุนสืบเท้าหลบหลีก ในใจรู้ดีว่ากระบวนท่าครึ่งหลังของอีกฝ่ายจะต้องเป็นกระบวนท่ามังกรจระเข้พ้นวารีอย่างแน่นอน ทว่าท่อนแขนทั้งสองของซูหยุนกลับปวดเมื่อยอ่อนเปลี้ย แม้จะรู้ทันกระบวนท่าของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่อาจต้านทานได้ จึงถูกครึ่งกระบวนท่ามังกรจระเข้พ้นวารีของหยางเซิ่งตะปบเข้าที่หัวไหล่
กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบนหัวไหล่ของซูหยุนกระตุกเต้น ทว่ากลับไร้เรี่ยวแรงจะดีดฝ่ามือของอีกฝ่ายออกไป
หยางเซิ่งออกแรงจากนิ้วทั้งห้า สลับเส้นเอ็นเคลื่อนกระดูกจนกระดูกหัวไหล่ขวาของซูหยุนหลุดออก เส้นเอ็นใหญ่บริเวณหัวไหล่บิดเบี้ยว เขากล่าวกลั้วหัวเราะ "แต่ข้ากลับนึกขึ้นมาได้ว่า หากปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ จะไม่เท่ากับมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรอกหรือ?"
ซูหยุนแค่นเสียงครางต่ำ ฝืนสลัดตัวหลุดจากอีกฝ่ายแล้วสาวเท้าถอยร่นอย่างรวดเร็ว ประดุจมังกรจระเข้ถอยร่นสู่ห้วงลึก
หยางเซิ่งพุ่งทะยานตามมาติดๆ ราวกับจระเข้ยักษ์ควบคมกระแสน้ำเชี่ยวกรากพุ่งเข้าทะลวง
ซูหยุนรู้ดีในใจว่าการโจมตีครั้งต่อไปของอีกฝ่ายยังคงเป็นมังกรจระเข้สะบัดหาง ทว่าตนกลับไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานการโจมตีครั้งนี้แล้ว
"คู่แข่งในเมืองซั่วฟางมีมากพอแล้ว!" พลังปฐมภูมิในช่องอกของหยางเซิ่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเปล่งเสียงอสนีบาตมังกรจระเข้ออกมา
เป็นดั่งที่ซูหยุนคาดการณ์ไว้ หยางเซิ่งใช้ออกด้วยครึ่งกระบวนท่ามังกรจระเข้สะบัดหาง ซูหยุนทำได้เพียงยกหัวไหล่ขวาที่หลุดเบี่ยงออกมารับการโจมตีอย่างฝืนทน ร่างทั้งร่างถูกหยางเซิ่งเตะกวาดจนกระเด็นลอยไป
ปัง!
เขาพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นปราดมาจากหัวไหล่ขวา
ซูหยุนรูดไถลลงไปนั่งกองกับพื้น เขากัดฟันแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย ทว่าหางตากลับมีหยาดน้ำตารินไหลออกมาเพราะความเจ็บปวด
นับตั้งแต่ตาบอด เขาต้องทนกินความขมขื่นมามากเกินพอแล้ว
ทั้งสะดุดล้ม หัวโขก ร่วงตกลงไปในหลุม ถูก "คน" หัวเราะเยาะเย้ย ด่าทอ หลายปีมานี้เขาได้เรียนรู้ที่จะอดกลั้นต่อความเจ็บปวดบาดแผลแล้ว
เขารู้ดีว่าการเปล่งเสียงร้องออกมาไม่ได้ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น น้ำตาก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี มีแต่จะดึงดูดคำเยาะเย้ยและการกลั่นแกล้งให้เข้ามาหา
ทว่าบาดแผลในครั้งนี้มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน
"ลดคู่แข่งไปได้หนึ่งคน ข้าก็ย่อมมีโอกาสปีนป่ายขึ้นไปได้มากขึ้นอีกส่วน!"
หยางเซิ่งพุ่งทะยานเข้ามาอีกระลอก กระบวนท่าต่อสู้พลิกแพลงนานาชนิดระเบิดออกมาจากหมัดและเท้าของเขา ปราณโลหิตและสภาวะพลังของอีกฝ่ายในสัมผัสรับรู้ของซูหยุน ดูราวกับมังกรจระเข้ที่งอกหัวออกมาสี่ห้าหัวและมีหางหลายเส้น แข็งแกร่ง บิดเบี้ยว และพิลึกพิลั่น!
ซูหยุนฝืนตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่นับวันยิ่งขยายใหญ่โตตนนี้ ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะไปต่อกรกับหยางเซิ่งได้อีกแล้ว
"ห้ามฆ่าพี่เสี่ยวหยุนนะ!"
ซูหยุนได้ยินเสียงของชิงชิวเย่ว์ จากนั้นก็เห็นมังกรจระเข้ตัวน้อยตัวหนึ่งถูกสัตว์ประหลาดมังกรจระเข้ซัดกระเด็นลอยไป
"พี่เสี่ยวหยุนรีบหนีไป!"
ซูหยุนได้ยินเสียงของหลีเสี่ยวฝาน จากนั้นก็เห็นมังกรจระเข้ตัวน้อยอีกตัวพุ่งทะยานเข้ามา แต่กลับถูกสัตว์ประหลาดมังกรจระเข้ตนน้ันเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าจนกระอักเลือดออกมาไม่หยุด
"เสี่ยวหยุน จงมีชีวิตรอดเพื่อแก้แค้นให้พวกเราและหมู่บ้านเนินจิ้งจอก!" เสียงของฮวาหูดังแว่วมา
เขาเห็นมังกรจระเข้ตัวน้อยอีกตัวหนึ่งกระโจนเข้าใส่ขาทั้งสองข้างของสัตว์ประหลาดมังกรจระเข้ และเห็นมังกรจระเข้ตัวที่สี่เกาะหนึบอยู่บนหลังของสัตว์ประหลาดมังกรจระเข้
เขารู้ว่านั่นคือฮวาหูและหูปู้ผิง รู้ดีว่าพวกเขากำลังทุ่มสุดชีวิตเพื่อถ่วงเวลาให้เขาหลบหนี
ซูหยุนสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดร้าวรานประดุจถูกฉีกกระชากที่ส่งมาจากหัวใจ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกร้อนผ่าวแผดเผาที่ส่งมาจากปอด จู่ๆ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็ปวดปลาบและบวมเป่ง หยาดน้ำตารินไหล ทว่าดวงตายังคงมองไม่เห็นสิ่งใดเช่นเดิม
เขาทำได้เพียงอาศัยสัมผัสจากปราณโลหิตและสภาวะพลัง "มองเห็น" สัตว์ประหลาดมังกรจระเข้ร่างยักษ์ตนนั้น ทุบตีมังกรจระเข้ตัวน้อยทั้งสองจนกระอักเลือด ทุบตีจนร่างบิดเบี้ยว
เขาหอบหายใจฮักๆ "มองเห็น" สัตว์ประหลาดมังกรจระเข้ร่างยักษ์ตนนั้นทะยานร่างขึ้น งอกหัวออกมามากกว่าเดิม งอกหางออกมามากกว่าเดิม แล้วกระโจนเข้าใส่เขา!
วิชามังกรจระเข้คำรามของหยางเซิ่งเข้าขั้นเกือบจะสมบูรณ์แบบ แข็งแกร่งเสียจนชวนให้สิ้นหวัง!
ซูหยุนฝืนยกท่อนแขนขวาที่แทบจะพิการของตนขึ้นมาแล้วสะบัดอย่างแรง พลังปฐมภูมิและหยาดโลหิตของเขาพุ่งกระแทกเข้าใส่ท่อนแขนขวาที่หลุดออก ฝืนทะลวงกระดูกให้กลับเข้าที่ ฝืนดึงเส้นเอ็นใหญ่ที่เคลื่อนผิดรูปให้กลับคืนสภาพเดิม!
ความเจ็บปวดรุนแรงอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อนทำให้เขาแผดเสียงร้องตะโกนออกมาสุดเสียง
เสียงตะโกนนั้นราวกับจะช่วยให้เขาทะลวงฝ่าความหวาดกลัวต่อความตายไปได้ ทำให้ภาพจระเข้เทพข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ และกระบี่เซียนสังหารจระเข้เทพผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง
นั่นคือฝันร้ายของเขา
คล้อยตามเสียงร้องตะโกนอย่างเจ็บปวดของเขา กระบี่เซียนในฝันร้ายก็จู่โจมเข้ามาอีกครา
"อ๊าก——"
ซูหยุนตวัดท่อนแขนขวาขึ้น ท่อนแขนขวาของเขาดูคล้ายจะซ้อนทับเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่เซียนเล่มนั้น พุ่งทะยานเข้าปะทะกับสัตว์ประหลาดมังกรจระเข้หลายหัวหลายหางที่ดูดุร้ายน่าเกรงขามตนนั้น!
ท่อนแขนขวาของเขาไม่ได้ใช้ออกด้วยกระบวนท่าต่อสู้พลิกแพลงใดๆ ของวิชามังกรจระเข้คำรามเลย เป็นเพียงการสับลงไปราบเรียบธรรมดาเท่านั้น
การสับฟันครั้งนี้ดูราบเรียบไร้ความน่าทึ่ง ทว่ากลับทะลวงผ่านช่องว่างระหว่างกระบวนท่ามังกรจระเข้คำรามของหยางเซิ่งเข้าไปได้
กระบวนท่าของหยางเซิ่งพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทว่ากลับไม่อาจขัดขวางกระบี่นี้เอาไว้ได้
"นี่คือเพลงกระบี่หรือ?"
หยางเซิ่งเผยสีหน้าฉงนสงสัย "ท่านสุ่ยจิ้งเป็นผู้ถ่ายทอดให้เขาอย่างนั้นหรือ?"
สันมือขวาของซูหยุนสับลงบนลูกกระเดือกของเขา หยางเซิ่งได้ยินเสียงดังก๊อบดังแว่วมา สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ซูหยุนใช้ท่อนแขนขวาต่างกระบี่ สภาวะพลังดุดันปานทำลายกิ่งไม้ผุพัง บดขยี้ปราณโลหิตคุ้มกายของเขาจนแหลกสลาย สับกระดูกอ่อนตรงลูกกระเดือกจนขาดสะบั้น และสับเส้นเสียงของเขาจนขาดกระจุย
หยางเซิ่งได้ยินเสียงลมหวีดหวิวอีกระลอก นั่นคือเสียงที่เกิดจากเส้นเลือดใหญ่สองข้างลูกกระเดือกฉีกขาด ปราณโลหิตพุ่งกระแทกเข้าใส่เยื่อแก้วหู
เขาได้ยินเสียงดังก๊อบอีกหนึ่งครา นั่นคือเสียงที่ดังขึ้นยามสันมือของซูหยุนสับทะลวงลำคอของเขา และสับลงบนกระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นที่สี่
ภายใต้อานุภาพของกระบี่นี้ กระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นที่สี่ของเขา รวมไปถึงกระดูกอ่อนที่เชื่อมต่อกับกระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นที่สามและชิ้นที่ห้า ถูกกระแทกจนขาดสะบั้นทั้งเป็น!
คล้อยตามอานุภาพกระบี่ของซูหยุนที่ฟาดฟันลงมาอย่างหนักหน่วง กระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นที่สี่ของเขาก็ปูดโปนทะลุหลังคอออกมาถึงสองนิ้วสี่หุน
ปัง!
ร่างของเขาพุ่งกระแทกเข้ากับต้นไม้ด้านข้าง ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นถูกกระดูกสันหลังส่วนคอชิ้นที่สี่ของเขากระแทกเข้าใส่ เปลือกไม้ด้านหลังต้นไม้พลันระเบิดออกประดุจถูกของมีคมกรีดทะลวง
ต้นไม้ใหญ่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังซู่ซ่า ใบไม้นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาเกลื่อนกลาด
เขายกมือขึ้นกุมลำคอของตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับมืดมิดสนิท
"ท่านสุ่ยจิ้งช่างลำเอียงนัก ถึงกับถ่ายทอดเพลงกระบี่ที่ใช้ทำลายวิชามังกรจระเข้คำรามกระบวนท่านี้ให้เขา..." ความคิดนี้ในห้วงคำนึงของเขาค่อยๆ เลือนลางลงพร้อมกับโลหิตที่หยุดไหลเวียน
หยางเซิ่งเบิกตากว้างโพลง ร่างไร้วิญญาณรูดไถลลงมาตามลำต้นไม้อย่างไร้เรี่ยวแรง และทรุดนั่งกองอยู่บนพื้น