เกาหยางหลับตาลง
【เข้าสู่ระบบ】
【คุณได้รับแต้มโชคใหม่ 61 แต้ม】
ใกล้เคียงกับจำนวนแต้มที่เกาหยางคาดไว้ สองวันสี่สิบแปดชั่วโมงก็คือสี่สิบแปดแต้ม ตอนที่ถูกพั่งจวิ้นโจมตีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เลยได้เพิ่มมาอีกสิบกว่าแต้ม
(ฉันต้องการสุ่มพรสวรรค์หนึ่งครั้ง)
【การทำความเข้าใจพรสวรรค์ใหม่ต้องใช้แต้มโชค 30 แต้ม ยืนยันหรือไม่】
(ยืนยัน!)
【กำลังทำความเข้าใจ...】
【กำลังทำความเข้าใจ...】
【ทำความเข้าใจล้มเหลว】
(เวรเอ๊ย! เกินไปแล้วนะ! มันยากขนาดนี้เลยเหรอ?)
【ทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง ต้องใช้แต้มโชค 30 แต้ม】
(ไอ้พ่อค้าหน้าเลือด! ช่างเถอะ เหลือแต้มโชค 31 แต้ม เอาไปเพิ่มโชคให้ฉันทั้งหมดเลยแล้วกัน)
(ใกล้จะถึงเวลาสัมภาษณ์แล้ว แข็งแกร่งขึ้นอีกนิดก็ยังดี)
【เพิ่มแต้มสำเร็จ โชคเพิ่มเป็น 132】
【ขอแสดงความยินดี! ได้รับค่าคุณสมบัติอิสระถาวรเพิ่มพิเศษ 20 แต้ม สามารถจัดสรรได้อย่างอิสระ】
(งั้นก็เพิ่มโชคให้ฉันอีก)
【ห้ามวนลูป】
(ก็ได้ ขอคิดดูก่อน... เพิ่มค่าเสน่ห์แล้วกัน)
【เพิ่มค่าเสน่ห์ 20 แต้ม ยืนยันหรือไม่?】
(ยืนยัน แค่ 20 แต้ม เอาไปเพิ่มค่าคุณสมบัติอื่นก็คงไม่เห็นผลชัดเจน สู้เอามาเพิ่มคะแนนความประทับใจดีกว่า)
【พละกำลัง: 27 ความอดทน: 28】
【ความแข็งแกร่ง: 17 ความว่องไว: 27】
【พลังจิต: 37 เสน่ห์: 39】
【โชค: 132】
【สิ้นสุดการเข้าถึง ซ่อนระบบ】
【ติ๊ด 】
เกาหยางลืมตาขึ้น หันไปถามชิงหลิง "หน้าฉันมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม?"
ชิงหลิงปรายตามองเรียบๆ "ก็ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยน"
เกาหยางยังไม่ถอดใจ "ดูดีๆ สิ มันต้องมีอะไรต่างไปบ้างแหละ อย่างเช่น ตาดูกระจ่างใสขึ้น โครงหน้าชัดขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้นอะไรทำนองเนี้ย..."
"หน้าด้านขึ้นล่ะสิ" ชิงหลิงตอบ
ยัยนี่ไม่มีตาถึงเรื่องความงามเอาซะเลย ช่างเถอะ ไม่ถือสาหาความกับเธอดีกว่า
เกาหยางสูดหายใจเข้าลึกๆ จัดปกเสื้อให้เรียบร้อย แล้วก้าวฉับๆ เข้าไปในห้องเกมอาเขต
เบื้องหน้าคือห้องแถวเล็กๆ ขนาดยี่สิบตารางเมตร มีตู้เกมอาเขตรุ่นเก่าสองแถวตั้งชิดผนัง บนหน้าจอเกมอาเขตฉายแอนิเมชันโปรโมตสีสันฉูดฉาดวนไปวนมา พื้นที่สลัวๆ ถูกฉาบด้วยแสงฟลูออเรสเซนต์หลากสีสไตล์เรโทร พัดลมเพดานเหนือหัวหมุนเอื่อยๆ ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะ
ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่มุมห้อง กำลังเล่นเกมอย่างใจจดใจจ่อ
เกาหยางกับชิงหลิงมองหน้ากัน เกาหยางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยปาก "สวัสดีครับ พวกเรามาสัมภาษณ์"
อีกฝ่ายไม่สนใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นศัตรู
เกาหยางเดินเข้าไปดูใกล้ๆ อีกฝ่ายกำลังเล่นเกม 'สามก๊กไฟท์เตอร์' เลือกตัวละครขงเบ้ง ถือดาบน้ำแข็ง กำลังใช้บัคแช่แข็งบอสตัวสุดท้ายอย่างโจโฉแบบไร้ขีดจำกัด
ให้ตายสิ วัยรุ่นสมัยนี้ไม่รู้จักกฎกติกามารยาทเอาซะเลย
ชายหนุ่มที่กำลังเล่นเกมดูผอมเล็กน้อย สวมเสื้อหนังและกางเกงหนังแบบที่ตอกหมุดเต็มตัว ผมสองข้างถูกไถเตียน ตรงกลางตั้งเด่เป็นกระจุกและย้อมสีเหลืองสด ทรงหัวไม้กวาดตามมาตรฐานเป๊ะ
บนหน้าอก หลังคอ และท่อนแขนของเขามีแต่รอยสัก ลวดลายรอยสักดูพิลึกพิลั่น แต่มีลายหนึ่งที่เป็นรูปหัวหมูทรงไดร์เป่าผม เกาหยางจำได้แม่น
"อ๊าก "
บอสโจโฉในเกมอาเขตส่งเสียงร้องโหยหวน หลอดเลือดลดฮวบจนหมดหลอด เคลียร์เกมสำเร็จ
ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองเกาหยางแวบหนึ่ง "แกน่ะเหรอ?"
เกาหยางรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย อย่างน้อยฉันก็เพิ่งเพิ่มค่าเสน่ห์มาตั้งยี่สิบแต้ม ไม่คิดจะให้เกียรติกันหน่อยเหรอ?
"ยังมีฉันอีกคน" ชิงหลิงพูดขึ้น
ชายหนุ่มชะโงกหน้ามา พอเห็นชิงหลิงที่อยู่ด้านหลังเกาหยาง เขาก็หูตาสว่างขึ้นมาทันที
"โย่ว มีคนสวยด้วยแฮะ!" เขารีบลุกขึ้นยืน ใช้สองมือลูบผมทรงหัวไม้กวาดของตัวเองอย่างจงใจและโอเวอร์ "พวกเธอสองคนใช่ไหม"
"ยังมีผมด้วยนะ"
สารวัตรหวงเลิกม่านผ้าสีฟ้าแล้วเดินเข้ามา "ขอโทษทีครับ มาสายไปหน่อย ยังไม่เริ่มกันใช่ไหม?"
"พวกเราก็เพิ่งถึงครับ" เกาหยางบอก
สารวัตรหวงพูดกับหนุ่มหัวไม้กวาดอย่างสุภาพ "ขอผมแนะนำหน่อยนะครับ ท่านนี้คือผู้สัมภาษณ์ของพวกเราในคืนนี้ คุณอู๋ต้าไห่"
หนุ่มหัวไม้กวาดล้วงกระเป๋าสองข้าง ทำท่าทางกร่างๆ "เรียกฉันว่าพี่ไห่ก็พอ"
"สองท่านนี้คือเพื่อนร่วมทางที่ผมเพิ่งรู้จัก เกาหยาง กับชิงหลิง" สารวัตรหวงพูดจบก็ยิ้ม "คราวที่แล้วผมท้าทายแพ้ไป คราวนี้ผมพาเพื่อนมาร่วมท้าทายด้วย คงไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ?"
"ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคืนนี้แพ้ เดือนนี้ก็อย่ามาทำตัวน่ารำคาญให้ฉันเห็นอีกนะ" อู๋ต้าไห่พูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
"ได้ครับ"
"เริ่มกันเลย" ชิงหลิงสะบัดมือ ดาบถังด้ามหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือ
"เชดเข้ อาวุธนี่มีของแฮะ! ยืดหดได้ด้วย!" อู๋ต้าไห่ตาเป็นประกาย "ของเล่นนี่ไม่ใช่ของเธอเองใช่ไหม? ไปเอามาจากไหนเนี่ย?"
"ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย" ชิงหลิงตั้งท่าเตรียมต่อสู้
"คนสวยนี่มันหยิ่งจริงจริ๊ง!" อู๋ต้าไห่ไม่โกรธ เขาแคะหูอย่างเกียจคร้าน "พวกแกสามคน ใครจะเริ่มก่อนล่ะ"
"ผมก่อนครับ" สารวัตรหวงบอก
"ได้ กฎเดิม ท้าทายสามรอบ!" อู๋ต้าไห่กางแขนออก "เลือกเอาตามใจชอบ ชนะฉันได้สามครั้งก็ถือว่าผ่านด่าน"
"เลือกอะไร?" ชิงหลิงถาม
สารวัตรหวงยิ้ม "ลืมบอกพวกคุณไปเลย เนื้อหาการสัมภาษณ์คือการแข่งเล่นเกมอาเขต เลือกเกมไหนก็ได้สามตู้ ถ้าชนะเขาได้ก็ถือว่าสอบผ่าน ผมท้าทายมาหลายรอบแล้วแต่ก็แพ้ทุกรอบ พวกคุณเป็นวัยรุ่น น่าจะถนัดเล่นเกมมากกว่า โอกาสชนะคราวนี้คงมีสูง"
"สารวัตรหวง ที่คุณบอกว่าตัวเองอ่อนแอเกินไป หมายถึงเรื่องเล่นเกมเหรอครับ?" เกาหยางเริ่มพูดไม่ออก
"ใช่แล้วล่ะ"
ชิงหลิงขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจเอามากๆ "ทำไมไม่ฟันไอ้งั่งนี่ทิ้งไปเลยล่ะ?"
"ฮ่าๆๆๆๆ... ฟันฉันเนี่ยนะ?" อู๋ต้าไห่หัวเราะจนแทบสำลัก "คนสวย เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังอำนาจเอาซะเลย! นี่ฉันกำลังให้โอกาสพวกแกนะ! อย่ามาทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ถ้าพูดถึงเรื่องชกต่อยล่ะก็ อย่าว่าแต่พวกแกสามคนรุมเลย..."
อู๋ต้าไห่ตะโกนลั่น "ต่อให้พวกแกเข้ามาทีละคน! ฉันก็สู้ไม่ได้หรอกโว้ย!"
เกาหยางถึงกับเหงื่อตก นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า 'ใช้น้ำเสียงกร่างที่สุด พูดบทที่ปอดแหกที่สุด'
อู๋ต้าไห่ทำหน้าภูมิใจสุดๆ "หึ พี่ไม่ได้มีพรสวรรค์สายต่อสู้ ย่อมเอาไปเทียบกับพวกแกไม่ได้หรอก แต่ถ้าพวกแกกล้าแตะต้องฉันแม้แต่ปลายก้อยล่ะก็ ในองค์กรยังมีระดับบิ๊กอีกเพียบที่จะมาจัดการพวกแก"
"เอาล่ะๆ ทุกคนล้วนเป็นผู้ตื่นรู้ ควรจะถือความปรองดองเป็นที่ตั้ง อย่ามากัดกันเองเลยครับ" สารวัตรหวงรีบไกล่เกลี่ย "ผมขอเริ่มก่อน ผมเลือกเกมยิงเครื่องบิน"
เขาพูดพลางเดินไปนั่งหน้าตู้เกมอาเขตตู้หนึ่งแล้วหยอดเหรียญ อู๋ต้าไห่ก็เดินมานั่งข้างๆ แล้วหยอดเหรียญเช่นกัน
เกาหยางเดินเข้าไปดู มันคือเกม Strikers 1945 ภาคแรกของค่าย Psikyo
เกมนี้เป็นฝันร้ายในวัยเด็กของเกาหยางชัดๆ หยอดเหรียญลงไปเล่นได้ไม่กี่นาทีก็ตาย สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือเกมแนวยิงเครื่องบินนี่แหละ
สารวัตรหวงกับหนุ่มหัวไม้กวาดต่างเลือกเครื่องบินรบคนละลำ แล้วเข้าสู่เกมพร้อมกัน
"กฎเดิมนะ ถึงจะมีสามชีวิต แต่การแข่งมีแค่ชีวิตเดียว ห้ามใช้ระเบิด ใครตายก่อน คนนั้นแพ้"
"ไม่มีปัญหา"
เกมเริ่มขึ้น
ด่านแรกค่อนข้างง่าย ห่ากระสุนโจมตีของศัตรูยังมีไม่มาก ทั้งสองคนผ่านด่านไปได้อย่างสบายๆ และต่างก็เก็บไอเทมเพิ่มพลังยิงได้ดีที่สุด
ด่านที่สอง ห่ากระสุนโจมตีของศัตรูเริ่มหนาแน่นขึ้น การที่ไม่สามารถโยนระเบิดเพื่อเคลียร์ทางได้และต้องพึ่งพาการโจมตีธรรมดาล้วนๆ ทำให้ความกดดันพุ่งสูงปรี๊ด ทั้งสองคนต้องหลบหลีกซ้ายขวา เคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว
เมื่อเข้าสู่ด่านที่สาม ทั้งสองคนก็เริ่มเอาจริงเอาจังกันอย่างเห็นได้ชัด
สารวัตรหวงเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เทพปืน การเล่นเกมยิงแบบนี้น่าจะมีบัฟเสริมให้ด้วย เขามีท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็น ควบคุมได้อย่างมั่นคง นิ้วมือตอบสนองอย่างฉับไว
เมื่อเผชิญหน้ากับบอสด่านที่สาม สารวัตรหวงก็ละทิ้งการโจมตีไปดื้อๆ เจตนาของเขาชัดเจนมาก คือหวังจะยืมมือห่ากระสุนโจมตีของบอสมาจัดการอู๋ต้าไห่เสีย
การควบคุมของอู๋ต้าไห่ก็รวดเร็วว่องไวเช่นกัน แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มร้อนรน มือหนึ่งก็สาดกระสุนใส่บอสอย่างบ้าคลั่ง อีกมือก็ต้องคอยหลบห่ากระสุนโจมตี
สารวัตรหวงใช้มือข้างเดียวควบคุมจอยสติ๊ก มืออีกข้างคีบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เอาแต่คอยหลบห่ากระสุนอย่างเดียว
ท่าขี้เก๊กแบบนี้ เกาหยางให้คะแนนเต็มสิบไม่หัก
ท่ามกลางห่ากระสุนอันดุเดือด เครื่องบินของอู๋ต้าไห่ก็โชคร้ายถูกยิงตก สารวัตรหวงเองก็เลิกควบคุม เครื่องบินในเกมของเขาถูกยิงตกในวินาทีที่เขาปล่อยมือ เขาทนอยู่ได้นานกว่าอู๋ต้าไห่ 1 วินาที
เขาลุกขึ้นยืน "ขอบคุณที่ออมมือครับ"
"หึ แกก็เก่งแค่เกมยิงเครื่องบินนี่แหละ" อู๋ต้าไห่รู้สึกไม่ค่อยยอมรับความพ่ายแพ้ "ต่อๆ"
"การแข่งรอบต่อไป พวกคุณสองคนลุยเลย" สารวัตรหวงบอก
"คุณก็เล่นเก่งไม่เบาไม่ใช่เหรอครับ?" เกาหยางถาม
"ไม่ไหวหรอก ผมท้าทายมาหมดแล้ว" สารวัตรหวงยิ้มเจื่อน "นอกจากเกมยิงเครื่องบินแล้ว เกมอื่นผมโดนเขาบดขยี้เละเทะเลย"
"คนต่อไป ใครจะมาก่อน?" อู๋ต้าไห่เอ่ยถาม
เกาหยางสบตากับชิงหลิง ชิงหลิงเอ่ยปากเสียงเรียบ "ฉันเอง"







