โอวเซี่ยงหรงมาปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยซงไห่ได้อย่างไร? แถมยังอยู่กับสวีอิ๋งอิ๋งอีก?
เขากล้ามาปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยซงไห่ได้อย่างไร ในเมื่อกำลังถูกองค์กรทางการตามล่าตัวอยู่ นี่เป็นเพราะฝีมือดีเลยกล้าบ้าบิ่น หรือว่าสมองมีปัญหากันแน่?
จางหยวนชิงเกร็งไปทั้งตัว เขาหยุดเดินแล้วหันไปพูดกับเพื่อนนักศึกษาที่อยู่ข้างๆ ว่า
"พวกนายขึ้นไปก่อนเลย ฉันขอไปโทรศัพท์หน่อย"
โทรเรียกคนก่อนแล้วค่อยว่ากัน... เขาเดินไปริมถนน ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วต่อสายหาหลี่ตงเจ๋อ
"ขอโทษค่ะ หมายเลขที่คุณเรียกปิดเครื่อง"
เสียงตอบรับอัตโนมัติแจ้งว่าปิดเครื่อง
เขาโทรเข้ามือถือของกวนหย่าอีกครั้ง แต่ก็ยังคงปิดเครื่อง
"ประชุมอยู่? กำลังวางแผนปฏิบัติการ? หรือว่าแฝงตัวอยู่แถวมหาวิทยาลัยซงไห่?" จางหยวนชิงมีข้อสันนิษฐานต่างๆ แล่นเข้ามาในหัว
ถ้าเป็นอย่างหลังก็คงไม่มีธุระอะไรของผมแล้ว แต่ถ้าติดต่อไม่ได้เพราะติดประชุม ในฐานะอาชญากรที่ถูกตามจับ โอวเซี่ยงหรงคงไม่สามารถอยู่ที่มหาวิทยาลัยซงไห่ได้นานนัก หากพลาดโอกาสนี้ไปก็คงน่าเสียดายแย่
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางหยวนชิงก็เปิดสมุดรายชื่อผู้ติดต่อ แล้วกดโทรออกหาเบอร์มือถือของหวังไท่
ด้วยความเคยชินในการเข้าสังคม เขาจึงบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของหวังไท่เอาไว้ในสมุดรายชื่อด้วย แม้ว่าพี่ชายคนนี้จะไม่ชอบพูด ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และทุกครั้งที่เข้าไปทักทาย อีกฝ่ายก็มักจะแสดงสีหน้าเล็กๆ ที่บอกว่า "ไสหัวไปไกลๆ อย่ามายุ่งกับฉัน" เสมอก็ตาม
"มีอะไร" เสียงที่ไร้ชีวิตชีวาของหวังไท่ดังมาจากลำโพง
"ผมเห็นโอวเซี่ยงหรง ฆาตกรที่ฆ่าจ้าวอิงจวิน คดีนี้คุณรู้ใช่ไหม?"
"รู้สิ แต่ทำไมคุณถึงติดต่อผมล่ะ คุณควรจะติดต่อผู้กองสิ" น้ำเสียงของหวังไท่ยังคงราบเรียบเช่นเคย
คุณไม่ควรจะพูดอะไรทำนองว่า "เชี่ย โคตรเจ๋ง" หน่อยเหรอ ใจเย็นเกินไปแล้ว... จางหยวนชิงบ่นในใจพลางพูดว่า
"ผู้กองกับเจ๊สายซิ่งติดต่อไม่ได้น่ะสิ"
"เจ๊สายซิ่งคือใคร?"
"นั่นไม่ใช่ประเด็น" จางหยวนชิงอธิบายสถานการณ์ทางนี้คร่าวๆ แล้วถามว่า "คุณพอจะติดต่อผู้ท่องแดนวิญญาณหน่วยอื่นได้ไหม"
"ได้..." หวังไท่รัวแป้นพิมพ์เสียงดังแต๊กๆ แล้วพูดว่า
"ผมดึงข้อมูลคดีของจ้าวอิงจวินมาแล้ว จ้าวอิงจวินเลี้ยงดูนักศึกษาหญิงไว้หลายคน หนึ่งในนั้นเรียนอยู่มหาวิทยาลัยของคุณ ชื่อสวีอิ๋งอิ๋ง จากสถานการณ์ที่คุณบอกมา ผมเดาว่าเขาคงอยากหาเบาะแสจากผู้หญิงข้างกายของจ้าวอิงจวิน"
ที่แท้คนเลี้ยงดูสวีอิ๋งอิ๋งก็คือจ้าวอิงจวินนี่เอง มิน่าล่ะเมื่อวานถึงมีเจ้าหน้าที่รักษาความสงบมาหาถึงที่... จางหยวนชิงถึงบางอ้อ
หวังไท่พูดต่อ
"โอวเซี่ยงหรง ปีศาจล่อลวงระดับ 3 มีพลังชั่วร้ายติดตัว ในการล้อมจับเมื่อวานเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ระดับความอันตรายลดลงไปมาก แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่คุณจะต่อกรได้อยู่ดี
"ผมวิเคราะห์ให้คุณแล้ว วิธีที่ถูกต้องคือจับตาดูเขาไว้ แล้วรอการสนับสนุนจากทางการ สามารถใช้สกิลท่องราตรีก่อกวนได้ตามความเหมาะสม แต่อย่าเข้าไปพัวพัน ไม่อย่างนั้นคุณจะตายอย่างอนาถ"
ถึงจะไม่เก่งเรื่องเข้าสังคม แต่เวลาทำงานก็พึ่งพาได้ดีแฮะ จางหยวนชิงแกล้งทำเป็นมองวิวรอบๆ และอาศัยฝูงชนเดินตามโอวเซี่ยงหรงกับสวีอิ๋งอิ๋งไปห่างๆ
"ผู้กองกับพี่กวนหย่าติดต่อไม่ได้ พวกเขาแฝงตัวอยู่แถวซงไห่หรือเปล่า?" จางหยวนชิงถามอย่างคาดหวัง
"ไม่หรอก สวีอิ๋งอิ๋งก็แค่นักศึกษาหญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีค่าอะไร โอวเซี่ยงหรงคนนี้... จิตใจเริ่มไม่ค่อยปกติแล้ว" หวังไท่พูด "เพื่อนร่วมชั้นหญิงของคุณคนนั้นตายแน่"
ด้วยความโหดเหี้ยมของโอวเซี่ยงหรง จะต้องไม่ปล่อยให้รอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน
ตอนนั้นเอง จางหยวนชิงก็เห็นโอวเซี่ยงหรง "โอบ" สวีอิ๋งอิ๋งเดินเข้าไปในโรงจอดรถใต้ดินของอาคารอเนกประสงค์
ทั้งสองเดินลงไปตามทางลาดชันจนลับสายตาไป
"พวกเขาเข้าไปในโรงรถแล้ว แค่นี้ก่อนนะ คุณรีบแจ้งสมาชิกหน่วยอื่นให้เร็วที่สุดเลย"
จางหยวนชิงวางสายโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ
ตรงนี้เป็นที่เปลี่ยว ไม่สามารถใช้คนเดินผ่านไปมาเป็นโล่กำบังได้เหมือนเมื่อกี้ ถ้าตามเข้าไปในโรงจอดรถใต้ดินจะต้องถูกจับได้แน่
จางหยวนชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาถอดกระเป๋าเป้โยนทิ้งไว้ในพุ่มไม้ริมทาง จากนั้นก็ดึงพลังไท่อินในร่างกายออกมา หมอกสีดำจางๆ ระเบิด "ปัง" ออกมา ลบร่างของเขาให้หายไปในพริบตา
หลังจากใช้สกิลท่องราตรี เขาก็วิ่งพุ่งเข้าไปในโรงจอดรถใต้ดินอย่างบ้าคลั่ง
มีรองเท้าเต้นรำสีแดงกับสกิลท่องราตรี ต่อให้สู้โอวเซี่ยงหรงไม่ได้ แต่เรื่องหนีก็ไม่มีปัญหา
ดังนั้นจึงคุ้มค่าที่จะเสี่ยง
ผู้หญิงอย่างสวีอิ๋งอิ๋งถึงจะหน้าเงินและเห็นแก่ตัว แต่ยังไงก็เป็นชีวิตชีวิตหนึ่ง
ในสถานการณ์ที่พอจะช่วยได้ จางหยวนชิงย่อมไม่นิ่งดูดาย ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้พวกสมองมีปัญหาอย่างโอวเซี่ยงหรง ยิ่งจัดการได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งสงบสุขเร็วขึ้นเท่านั้น
เขาไม่จำเป็นต้องตั้งใจซ่อนเสียงฝีเท้า เพราะสถานะท่องราตรีสามารถปกปิดเสียงที่ตัวเองทำขึ้นได้ แม้กระทั่งความร้อนในร่างกายก็ยังถูกปกปิดเอาไว้
ทันทีที่พุ่งเข้ามาในโรงจอดรถใต้ดิน เขาก็ได้ยินเสียงสั่นเครือปนเสียงสะอื้นของสวีอิ๋งอิ๋ง
"ฉัน ฉันไม่รู้ว่าของที่คุณตามหาอยู่ที่ไหน ฉันอยู่กับจ้าวอิงจวินก็หวังแค่เงินของเขา เขาให้ฉันเดือนละสองหมื่น ฉันก็เลยยอมเป็นแฟนเขา..."
สอง สองหมื่น? ก่อนฉันจะผ่านโปร เงินเดือนฉันยังแค่เดือนละสองหมื่นเอง เงินนี่มันหาได้ง่ายเกินไปแล้วมั้ง... จางหยวนชิงมองไปตามเสียง ที่ท้ายรถเก๋งสีดำคันหนึ่งตรงริมกำแพง สวีอิ๋งอิ๋งยืนตัวชิดกำแพงด้วยความหวาดกลัว ส่วนโอวเซี่ยงหรงยืนถือมีดอยู่ด้านข้าง
"อย่ามาบอกฉันว่าไม่รู้ อย่ามาบอกฉันว่าไม่รู้..."
โอวเซี่ยงหรงส่งสายตาดุร้าย ตวาดเสียงต่ำอย่างคนเสียสติ
"ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย จ้าวอิงจวินเคยหลุดปากบอกข้อมูลเกี่ยวกับจอกศักดิ์สิทธิ์กับสมุดรายชื่อให้เธอฟังบ้างไหม"
"ฉัน ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าคุณพูดเรื่องอะไร..." ขอบตาของสวีอิ๋งอิ๋งแดงก่ำ หยาดน้ำตาเม็ดโตกลิ้งร่วงหล่น
โอวเซี่ยงหรงเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าดังสะท้อนไปทั่วโรงจอดรถใต้ดิน
รูม่านตาของเขาสว่างวาบเป็นสีแดงฉาน สีหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวบ้าคลั่ง แฝงความวิกลจริตเล็กน้อย เขาพึมพำว่า
"ให้โอกาสแล้วไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ ให้โอกาสแล้วไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์..."
มือที่เต็มไปด้วยรอยด้านของโอวเซี่ยงหรงบีบคอขาวผ่องของสวีอิ๋งอิ๋ง ท่อนแขนล่ำสันยกตัวเธอขึ้นลอยเหนือพื้น ใบหน้าของสวีอิ๋งอิ๋งแดงก่ำขึ้นมาในพริบตา ก่อนจะเปลี่ยนจากแดงเป็นม่วงคล้ำ ขาทั้งสองข้างเตะถีบสะเปะสะปะ ตาเหลือกถลน
โอวเซี่ยงหรงแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ยื่นปลายมีดไปจ่อที่หน้าอกของสวีอิ๋งอิ๋ง
ในขณะที่เขากำลังจะแทงปลายมีดทะลุหัวใจของผู้หญิงคนนี้ ทันใดนั้น สัญชาตญาณของปีศาจล่อลวงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยให้เขารู้ ขนอ่อนที่หลังมือลุกซู่ขึ้นมาฉับพลัน
บริเวณใกล้เคียงไม่มีใคร ไม่มีแม้แต่ความเคลื่อนไหวหรือความผิดปกติใดๆ
แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บจากก้นบึ้งของหัวใจ มีอันตรายที่ไม่อาจคาดเดาได้กำลังเข้าใกล้ และปกคลุมตัวเขาเอาไว้
ผู้ท่องแดนวิญญาณ!
โอวเซี่ยงหรงผู้มากประสบการณ์ตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีของผู้ท่องแดนวิญญาณ เขาบีบคอสวีอิ๋งอิ๋งไว้ แล้วอาศัยความรู้สึกเหวี่ยงตัวเธอไปด้านหลังอย่างแรง
พลั่ก! สวีอิ๋งอิ๋งกระแทกพื้นอย่างแรง กลิ้งไปหลายเมตรแล้วสลบไป
เมื่อเห็นว่าผู้โจมตีไม่ได้เข้าไปช่วยผู้หญิงคนนี้ โอวเซี่ยงหรงก็ก้าวถอยหลัง "ตึก ตึก ตึก" พร้อมกับตวัดมีดหลิวเริ่นไปด้านหน้า
คมมีดอันแหลมคมวาดเป็นเส้นโค้งสว่างจ้า กลางอากาศที่ว่างเปล่าเบื้องหน้ามีเสียง "เคร้ง" แหลมบาดหูเตดังขึ้น พร้อมกับประกายไฟที่สาดกระเซ็นจนแสบตา
เขาฟันโดนอาวุธของอีกฝ่ายแล้ว
โอวเซี่ยงหรงอาศัยสัมผัสจากการปะทะของอาวุธเพื่อประเมินตำแหน่งของศัตรู เขากล้ามเนื้อขาปูดโปนขึ้นมาทันที ทั้งร่างราวกับติดสปริง เขางอเข่า แล้วกระโดดพุ่งชน
เสียงดัง 'ปึ้ก' ทึบๆ เข่าทั้งสองข้างของโอวเซี่ยงหรงสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกอย่างจัง ข้างหูมีเสียงครางอู้อี้ของผู้ลอบโจมตีดังขึ้น
วินาทีต่อมา กลางอากาศที่ว่างเปล่าก็มีคน "ลอย" ออกมา เป็นนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่ง สวมกางเกงวอร์มและเสื้อเบสบอล หน้าตาดี บุคลิกสดใส ในมือถือสากทองเหลืองยาวประมาณครึ่งท่อนแขน
"เทพท่องราตรี?"
โอวเซี่ยงหรงเข้าใจในชั่วพริบตา เข้าใจแล้วว่าทำไมการจู่โจมเมื่อคืนถึงมาเร็วขนาดนั้น
เข้าใจแล้วว่าการล้อมจับที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดนั้นมาจากใคร
สภาพจิตใจที่ย่ำแย่ของเขา ทำให้แววตาฉายแววดุร้ายและเคียดแค้น เกิดจิตสังหารและความต้องการที่จะแก้แค้นเทพท่องราตรีตรงหน้าอย่างรุนแรง
โอวเซี่ยงหรงถือมีดหลิวเริ่นกระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศ พลังกระโดดอันมหาศาลทำให้เขาพุ่งข้ามระยะทางกว่าสิบเมตร พุ่งเข้าสังหารนักศึกษาที่ยังคงกลิ้งอยู่บนพื้นอย่างโหดเหี้ยม
รังสีอำมหิตดุร้ายราวกับไทรันโนซอรัสในร่างมนุษย์
เมื่อเห็นฉากนี้ จางหยวนชิงแทบจะตะโกนออกไปว่า: ขอโทษที่มารบกวนครับ พี่ชายไว้ชีวิตด้วย!
เขาไม่ได้พยายามลุกขึ้น แต่ปล่อยตัวกลิ้งต่อไปตามแรงเฉื่อย พร้อมกับดึงพลังไท่อินออกมา เพื่อเข้าสู่สถานะท่องราตรีอีกครั้ง
ร่างที่กำลังกลิ้งอยู่ของเขาหายวับไปจากสายตาของโอวเซี่ยงหรงอย่างกะทันหัน ทำให้ปีศาจล่อลวงตนนี้สูญเสียเป้าหมายไป
หลังจากหลบการพุ่งสังหารมาได้ จางหยวนชิงที่อยู่ในสถานะล่องหนก็ค้อมตัวลง วิ่งไปที่รถสีขาวทางด้านซ้าย แผ่นหลังพิงล้อรถ หอบหายใจอย่างหนัก
การถูกเข่ากระแทกเมื่อกี้ แทบจะทำให้หัวใจเขาหยุดเต้น
"เจ็บชะมัดเลย..."
ความเจ็บปวดที่หน้าอกทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือด แค่หายใจก็ยังรู้สึกเจ็บ โชคดีที่เทพท่องราตรีมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง และมีพลังการรักษาตัวเองที่น่าประทับใจ อาการบาดเจ็บแค่นี้อีกไม่นานก็จะหายเป็นปกติ
แต่จางหยวนชิงก็ได้ตระหนักถึงความแตกต่างของระดับพลังระหว่างทั้งสองฝ่ายผ่านการปะทะกันเมื่อครู่
ปีศาจล่อลวงตนนี้มีสัญชาตญาณที่เฉียบคมและประสบการณ์การต่อสู้ที่โชกโชน อีกทั้งยังมีพละกำลังทางร่างกายที่มหาศาล ดูเหมือนว่าจะเป็นสายอาชีพโจมตีระยะประชิด
ตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียง "ตึง" โอวเซี่ยงหรงกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถเก๋งสีดำที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
นัยน์ตาดุดันของโอวเซี่ยงหรงกวาดตามองไปทั่วโรงจอดรถใต้ดิน น้ำเสียงเย็นเยียบ:
"เทพท่องราตรีของสำนักไท่อีไม่น่าจะอยู่ที่ซงไห่ แกคือเทพท่องราตรีของพันธมิตรห้าธาตุงั้นสิ?
"หึ เทพท่องราตรีระดับ 1 กระจอกๆ บังอาจมาลอบโจมตีฉัน ขอฉันคิดดูก่อนนะ สกิลท่องราตรีระดับ 1 มีเวลาล่องหนไม่เกินยี่สิบวินาที แกจะซ่อนไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?"
โอวเซี่ยงหรงมั่นใจมากว่าอีกฝ่ายเป็นเทพท่องราตรีระดับ 1 หากเป็นระดับ 2 ในการปะทะเมื่อครู่ เขาคงไม่ได้เปรียบขนาดนี้
และถ้าเป็นระดับ 3 คนที่ต้องหนีในตอนนี้ก็คือตัวเขาเอง
ในสภาพบาดเจ็บสาหัสและอ่อนแอ เขาไม่มีทางสู้กับเทพท่องราตรีในระดับเดียวกันได้ เทพท่องราตรีก็เหมือนกับปีศาจล่อลวง ล้วนเป็นสายอาชีพระดับท็อป
ยี่สิบวินาที? แกก็ประเมินฉันสูงเกินไปแล้ว อย่างมากฉันก็ได้แค่สิบวินาที... จางหยวนชิงหดตัวอยู่ข้างล้อรถ กลั้นหายใจเอาไว้
"หมอนี่แข็งแกร่งจนเกินเหตุ แถมยังไม่ได้ใช้สกิลของปีศาจล่อลวงเลย ขอฉันนึกถึงความสามารถของปีศาจล่อลวงหน่อย..."
เขานึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับปีศาจล่อลวงในฟอรัมของทางการ
สายอาชีพสายชั่วร้ายแบบนี้ในขอบเขตเหนือมนุษย์ จะมีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่แข็งแกร่งมาก หลังจากฆ่าคนแล้วจะเข้าสู่สถานะคลุ้มคลั่ง ทำให้พลังการต่อสู้เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
นอกจากนี้ ทันทีที่เกิดการต่อสู้ขึ้น ปีศาจล่อลวงจะสามารถใช้วิธีพิเศษในการทำเครื่องหมายอีกฝ่ายไว้ได้ ต่อให้เหยื่อจะหนีไป พวกมันก็จะตามล่าอย่างไม่ลดละ
สุดท้ายก็คือความสามารถหลักของขอบเขตเหนือมนุษย์ ล่อลวง!
การล่อลวงเป็นสกิลประเภทควบคุมจิตใจ เป็นสกิลแบบกดใช้ เมื่อใช้ร่วมกับความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดที่แข็งแกร่งสุดๆ แล้ว เรียกได้ว่าแทบจะไร้เทียมทาน
ตอนนั้นเอง สิบวินาทีก็สิ้นสุดลง ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นมา
วินาทีต่อมา เสียงแหวกอากาศดังก้องอยู่ข้างหู จางหยวนชิงใจหายวาบ รู้ได้ทันทีว่าการโจมตีของโอวเซี่ยงหรงมาถึงแล้ว เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง รีบกระโจนม้วนตัวไปข้างหน้า และล่องหนอีกครั้ง
โครม!
ตัวถังรถเก๋งสีขาวถูกลูกเตะตวัดฟาดจนยุบเป็นรอยลึก เสียงสัญญาณกันขโมยดังสนั่นหวั่นไหว
โอวเซี่ยงหรงกวาดสายตาเย็นเยียบมองไปรอบๆ พลางระแวดระวังตัว และใช้คำพูดกระตุ้นอีกฝ่ายไปด้วย:
"ดูจากรูปร่างหน้าตาแกแล้ว คงเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยซงไห่ล่ะสิ รู้ไหมว่าสำหรับผู้ท่องแดนวิญญาณแล้ว การเปิดเผยตัวตนหมายถึงการนำภัยมาสู่ครอบครัว? รู้ว่าแกเป็นนักศึกษา ฉันก็สามารถยอมเสียเวลาค่อยๆ หาตัวแกจนเจอ แล้วฆ่าแกซะ จากนั้นก็ฆ่าล้างโคตรแกให้หมด"
หลังจากพูดจบ โอวเซี่ยงหรงก็กำมีดหลิวเริ่นในมือแน่น ในใจนับถอยหลังเงียบๆ รอคอยให้ไอ้อ่อนนั่นปรากฏตัว หรือไม่ก็ลอบโจมตี
ไอ้บ้าเอ๊ย... จางหยวนชิงใจหล่นวูบ
ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้ยั่วโมโห แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเริ่มโกรธขึ้นมาแล้วจริงๆ และก็เกิดความหวาดหวั่นอย่างรุนแรงขึ้นมาด้วย
จางหยวนชิงหลบอยู่ท้ายรถอีกคัน สมองทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหาวิธีรับมือศัตรู
"สัญชาตญาณของหมอนี่น่ากลัวมาก ถ้าไม่สามารถสังหารได้ในพริบตา ฉันก็ไม่ควรเสี่ยงลอบโจมตี แต่ก็ซ่อนตัวอยู่ตลอดไม่ได้ พละกำลังของฉันอย่างมากก็ทนใช้สกิลท่องราตรีได้อีกแค่สองครั้ง หลังจากนั้นก็ทำได้แค่หนี และเจ้าหน้าที่ของทางการก็ไม่มีทางมาถึงในเวลาสั้นๆ แค่นี้แน่"
"ถ้าปล่อยให้หมอนี่หนีไปได้ ฉันกับคุณยายและคนอื่นๆ ก็จะตกอยู่ในอันตราย"
"สกิลทั้งสามของปีศาจล่อลวง คลุ้มคลั่ง ทำเครื่องหมาย และล่อลวง สกิลแรกถ้ายังไม่ฆ่าคนก็ไม่ต้องไปคิดถึงมัน สกิลที่สอง ฉันคงถูกทำเครื่องหมายไปแล้ว แต่สกิลท่องราตรีสามารถปิดกั้นการรับรู้ของมันได้"
"สิ่งที่ต้องระวังจริงๆ ก็คือความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของมัน รวมถึงสกิลล่อลวงด้วย เฮ้อ ถ้าตอนนี้เป็นตอนกลางคืนก็คงจะดี..."
ในระหว่างที่ความคิดแล่นผ่านไป จางหยวนชิงก็วางแผนการเสร็จสรรพ
นั่นก็คือให้รองเท้าเต้นรำสีแดงเป็นตัวโจมตีหลัก ส่วนเจ้านายที่ไร้ประโยชน์อย่างเขาคอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง และหาโอกาสลอบโจมตี
พอดีเลย จะได้ลองดูระดับการรับมือศัตรูของไอเทมประเภทกฎเกณฑ์ชิ้นนี้เสียหน่อย
"ปัง!" โอวเซี่ยงหรงกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถอีกครั้ง มองลงมาจากที่สูงเพื่อสำรวจโรงจอดรถใต้ดิน
เขานับเวลาในใจ รอให้ศัตรูหลุดจากสถานะท่องราตรี ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแปลกประหลาดดังมาจากด้านหลัง
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันสะท้อนไปทั่วโรงรถที่ว่างเปล่า ทำให้โอวเซี่ยงหรงผู้มากประสบการณ์ถึงกับใจหายวาบ เขาหันขวับกลับไปพร้อมกับถือมีดไว้ในมือโดยอัตโนมัติ และตั้งท่าระวังภัย
จากนั้น เขาก็มองเห็นต้นตอของเสียงฝีเท้าอันแปลกประหลาดนั้นอย่างชัดเจน
มันคือรองเท้าเต้นรำสีแดงแบบตะวันตกคู่ใหม่เอี่ยมคู่หนึ่ง อยู่ห่างจากเขาไปสามเมตร มันกำลังยกขึ้นและวางลงสลับกันในพื้นที่อันกว้างขวางและเงียบสงบ ราวกับว่ามีคนที่มองไม่เห็นกำลังสวมมันและย่ำเท้าอยู่กับที่
ฉากอันน่าสยดสยองนี้สามารถทำให้คนธรรมดาตกใจจนขาสั่น และกรีดร้องออกมาได้เลยทีเดียว
ไอเทมสายวิญญาณ?
ในขณะที่โอวเซี่ยงหรงมองเห็นรองเท้าเต้นรำสีแดง ข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเขา:
【คุณยินดีจะเต้นรำกับฉันสักเพลงไหม หากยินดี โปรดย่ำเท้าอยู่กับที่】
......
ปล.: ลงก่อนแล้วค่อยแก้คำผิด ขอโหวตตั๋วรายเดือนหน่อย บทนี้สี่พันตัวอักษร







