เมื่อได้ยินแนวคิดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มชุมชนเกมของเย่ฉุย จั่วเสี่ยวโยวก็ถึงกับตกตะลึง
เธอไม่ได้สงสัยถึงความเป็นไปได้ของแนวคิดนี้ด้วยซ้ำ เพียงแต่อดคิดไม่ได้ว่า "ทำไมก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยนะ"
การเล่นไพ่หรือเล่นไพ่นกกระจอกกับคนอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต แนวคิดนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ!
ในโลกแห่งความเป็นจริง มีคนชอบเล่นไพ่และไพ่นกกระจอกนับไม่ถ้วน แต่เกมแบบนี้หากเล่นกับคนที่รู้จัก เมื่อเล่นบ่อยเข้าก็ย่อมรู้สึกเบื่อหน่าย ทว่าหากเล่นกับคนที่ไม่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต สถานการณ์เช่นนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ใบหน้าของจั่วเสี่ยวโยวเริ่มแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น ท่าทางแบบนั้นชวนให้คนนึกโยงไปถึงเรื่องอย่างว่าได้อย่างง่ายดาย...
ทว่าเธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด และรีบบอกกับเย่ฉุยว่า "แนวคิดของคุณน่าสนใจมาก ฉันจะเริ่มลงมือเตรียมการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้เลย!"
"อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ" เย่ฉุยพูดพลางหัวเราะ "เรายังต้องปรึกษาเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการเปิดเว็บไซต์กันก่อน"
จากนั้นเย่ฉุยก็ปรึกษาหารือกับจั่วเสี่ยวโยวเกี่ยวกับปัญหาในการสร้างเว็บไซต์นี้
จั่วเสี่ยวโยวเรียนเกี่ยวกับการสร้างและดูแลเว็บไซต์มาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย เธอจึงมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ เดิมทีเว็บไซต์ที่เธอจะสร้างให้เย่ฉุยเป็นเว็บไซต์ให้คำปรึกษาด้านข้อมูล ซึ่งเว็บไซต์แบบนั้นเธอสามารถจัดการคนเดียวได้
แต่ตอนนี้เมื่อต้องเพิ่มแพลตฟอร์มเกมนี้เข้าไป ความยากก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งในด้านการพัฒนาและการดูแลรักษา อย่างน้อยก็ต้องใช้คนทั้งทีม
ซึ่งในด้านนี้สตูดิโอเจี่ยนฝานไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะตอนนี้สตูดิโอเจี่ยนฝานกำลังทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปกับการพัฒนาเกมกังฟู จึงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น
อย่างไรก็ตาม จั่วเสี่ยวโยวรู้จักเพื่อนในสายงานนี้อยู่บ้าง เธอจึงสามารถรวบรวมทีมขึ้นมาเองได้ในเวลาอันสั้น
"แบบนั้นดีที่สุดเลย" เย่ฉุยเห็นด้วยอย่างยิ่ง หากไม่ใช่เพราะตอนแรกเขาไม่มีเส้นสายในด้านนี้ เขาก็คงไม่ต้องไปเข้าร่วมกับสตูดิโออื่น
"คุณเย่ฉุยคะ เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาแบบนี้ถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่แล้ว ฉันขอเสนอว่าเราควรเปิดบริษัทขึ้นมาเลยจะดีกว่าค่ะ เพื่อให้การจัดการเว็บไซต์เป็นไปตามระบบระเบียบ" จั่วเสี่ยวโยวเสนอแนะ
เย่ฉุยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เห็นด้วย "ตกลง งั้นพวกเรามาเปิดบริษัทกันเถอะ"
เย่ฉุยยังมีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ดีๆ อีกมากมายที่ต้องการนำมาปฏิบัติจริง อย่างเช่น เฟซบุ๊ก ในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นสุดยอดไอเดียที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์...
ในอนาคตเย่ฉุยยังตั้งใจจะพัฒนาเกมออนไลน์คลาสสิกอีกหลายเกม อย่างเช่น ชวนฉี, เวิลด์ออฟวอร์คราฟต์ และอื่นๆ
สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการความช่วยเหลือจากบริษัทเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น
การเริ่มก่อตั้งบริษัทตั้งแต่ตอนนี้ ก็ถือเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้า
การเปิดบริษัทในโลกนี้ ต้องใช้เงินทุนหนึ่งหมื่นหัวหยวน และต้องมีผู้ถือหุ้นตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยสามารถจดทะเบียนการค้าทางอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก
ทั้งเย่ฉุยและจั่วเสี่ยวโยวต่างก็ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบทำอะไรยืดยื้อ ในเมื่อมีแผนที่จะร่วมมือกันแล้ว พวกเขาก็เลยไปจดทะเบียนบริษัทกันตรงๆ เลย
เงินลงทุนเริ่มต้นของบริษัทคือสองแสนหัวหยวน โดยในจำนวนนั้นหนึ่งแสนห้าหมื่นหัวหยวนเป็นเงินของเย่ฉุย ส่วนจั่วเสี่ยวโยวออกทุนห้าหมื่นหัวหยวน ซึ่งนี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอมีแล้ว
เดิมทีจั่วเสี่ยวโยวตั้งใจจะใช้เงินก้อนนี้พัฒนาเว็บไซต์ แต่ตอนนี้เมื่อถูกดึงดูดด้วยไอเดียแพลตฟอร์มเกมของเย่ฉุย และตัดสินใจร่วมลงทุนเปิดบริษัทด้วยกัน เธอจึงนำเงินที่กว่าจะเก็บหอมรอมริบมาได้ก้อนนี้ออกมาใช้อย่างไม่ลังเล
เงินห้าหมื่นหัวหยวน หากเทียบกับอีกโลกหนึ่งก็คือสามถึงสี่แสนหยวน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับจั่วเสี่ยวโยว เงินก้อนนี้คือสิ่งที่เธอหามาได้จากการทำงานหนักตลอดสองปีหลังเรียนจบ บวกกับการรับงานพิเศษนอกเวลา
เย่ฉุยไม่รู้ว่าเงินลงทุนห้าหมื่นหัวหยวนของจั่วเสี่ยวโยวมีความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เมื่อเห็นว่าเธอยอมจ่ายเงินก้อนนี้อย่างง่ายดาย เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
อันที่จริงสำหรับเย่ฉุยแล้ว เงินห้าหมื่นหรือสองแสนก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
ตอนนี้ยอดดาวน์โหลดเกมเซียวเซียวคั่นในชื่อของเขาทะลุห้าสิบล้านครั้งไปแล้ว ซึ่งนั่นหมายถึงรายได้ห้าแสนหัวหยวน
ส่วนเกมเหลียนเหลียนคั่นก็มียอดดาวน์โหลดเกือบสี่สิบล้านครั้ง ซึ่งก็คือสี่แสนหัวหยวน
เมื่อรวมกับการที่เขาเคยให้คำแนะนำฟางซีในการพัฒนาเกมจ๋าวจ๋าวคั่นและพินพินคั่น ซึ่งเป็นเกมในซีรีส์ 'คั่น' ทั้งสองเกมนี้ เย่ฉุยก็ได้รับส่วนแบ่งอีกกว่าแสนหัวหยวน
เมื่อนำทั้งหมดนี้มารวมกัน เย่ฉุยก็ทำเงินได้มากกว่าหนึ่งล้านหัวหยวนแล้ว
เงินกว่าหนึ่งล้านหัวหยวน สำหรับคนส่วนใหญ่ในโลกนี้ถือว่าเป็นเงินก้อนโตอย่างแน่นอน
แต่สำหรับเย่ฉุยแล้วมันยังไม่พอ ยังไม่พอเลยสักนิด!
เขาต้องรักษาขาทั้งสองข้างของตัวเอง ซึ่งการรักษาหนึ่งคอร์สต้องใช้เงินถึงสามล้านหัวหยวน และหากต้องการให้หายขาด อย่างน้อยก็ต้องรักษาถึงสามคอร์ส ซึ่งนั่นก็คือสิบล้านหัวหยวน
ยิ่งไปกว่านั้น เงินสิบล้านหัวหยวนเป็นเพียงค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ได้ยินมาว่าเมื่อถึงเวลานั้นยังต้องใช้ค่าทำกายภาพบำบัดอีกไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงจะสามารถกลับมาแข็งแรงเป็นปกติได้...
ต้องรีบหาเงินให้ได้เร็วๆ แล้ว... พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ เย่ฉุยก็คอยกระตุ้นเตือนตัวเองอยู่เสมอ
"บริษัทจะชื่ออะไรดีคะ" ตอนที่จดทะเบียนบริษัท จั่วเสี่ยวโยวเอ่ยถามเย่ฉุย
เย่ฉุยเอียงคอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ค่อยถนัดเรื่องการตั้งชื่อสักเท่าไหร่ จึงหันไปมองฟางหนานที่นั่งอยู่ข้างๆ "หนานหนาน เธอคิดว่าไง"
"หา?" ฟางหนานที่กำลังเหม่อลอยอยู่ เมื่อได้ยินคำถามของเย่ฉุยก็รีบพูดขึ้นทันที "เอ่อ พวกคุณสองคนร่วมหุ้นเปิดบริษัทกัน จะให้ฉันเป็นคนตั้งชื่อมันคงไม่ค่อยดีมั้งคะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือซะว่าเป็นข้อมูลอ้างอิงก็แล้วกัน" จั่วเสี่ยวโยวพูดพลางหัวเราะ เธอเองก็ไม่ค่อยถนัดเรื่องการตั้งชื่อเหมือนกัน ดังนั้นตอนที่เป็นบรรณาธิการในเว็บบอร์ดของสหพันธ์ซอฟต์แวร์ เธอถึงได้ใช้ชื่อจริงของตัวเองลงทะเบียนไปเลย
เมื่อได้ยินจั่วเสี่ยวโยวพูดแบบนั้น ฟางหนานจึงครุ่นคิดอย่างจริงจัง "งั้นใช้ชื่อว่าศาสตราจารย์ชาดีไหมคะ ยังไงตอนนี้ฉุยฉุยก็มีชื่อเสียงบนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะใช้ชื่อของเขาช่วยสร้างชื่อเสียงให้บริษัทได้ด้วย"
จั่วเสี่ยวโยวตาเป็นประกายขึ้นมาทันที "ฉันว่าชื่อนี้ก็ดีนะคะ"
เย่ฉุยเองก็ตาเป็นประกายเช่นกัน ทว่าเขาไม่ได้เห็นด้วยกับชื่อนี้ แต่กลับนึกถึงอีกชื่อหนึ่งที่ยอดเยี่ยมกว่า "ศาสตราจารย์ชามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เอาเป็น... ชื่อเอ็กซ์เม็นดีกว่า"
"เอ็กซ์เม็น?" ฟางหนานและจั่วเสี่ยวโยวต่างก็ชะงักไป ฟางหนานถามขึ้นว่า "ฉุยฉุย ความหมายของคำว่าเอ็กซ์เม็นนี่ หมายถึงเหล่านักรบเอ็กซ์เม็นที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของศาสตราจารย์ชาอย่างนั้นเหรอคะ"
"ถูกต้อง" เย่ฉุยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ชื่อนี้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ"
ฟางหนานพยักหน้า "ฟังดูมีพลังมากเลยค่ะ..."
"งั้นตกลงตามนี้นะคะ" จั่วเสี่ยวโยวเองก็คิดว่าชื่อนี้ดี ฟังดูหรูหราอลังการและมีระดับ
ในตอนนั้นเย่ฉุยยิ่งคิดในใจอย่างนึกสนุกว่า "รอให้ตั้งบริษัทเสร็จเมื่อไหร่ จะตั้งฉายาให้พนักงานในบริษัทอย่าง วูล์ฟเวอรีน, ฟีนิกซ์, โร้ค, ไซคลอปส์ อะไรทำนองนี้ อืม ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ปีให้หลัง ศาสตราจารย์ชาและเหล่าเอ็กซ์เม็นของเขาอาจจะกลายเป็นตำนานบทหนึ่งเลยก็ได้..."
บริษัทถูกก่อตั้งขึ้นอย่างประสบความสำเร็จ โดยมีชื่อว่าบริษัทเครือข่ายเอ็กซ์เม็น
เย่ฉุยถือหุ้นร้อยละเจ็ดสิบห้าของบริษัท
ส่วนจั่วเสี่ยวโยวนอกจากจะถือหุ้นร้อยละยี่สิบห้าแล้ว เธอยังรับหน้าที่บริหารบริษัทและดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอีกด้วย
แน่นอนว่าตอนนี้ทุกอย่างยังไม่ลงตัว ทั้งสถานที่ตั้งสำนักงาน การรับสมัครพนักงาน การจัดตั้งทีมพัฒนา และเรื่องอื่นๆ จั่วเสี่ยวโยวยังต้องเป็นคนจัดการด้วยตัวเองทั้งหมด
หลังจากปรึกษาหารือกันอีกครู่หนึ่งจนจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จั่วเสี่ยวโยวก็ขอตัวกลับไปก่อน
"หลังจากนี้อีกหลายเดือน สงสัยคงต้องกินแต่ขนมปังกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกวันแล้วล่ะมั้ง" จั่วเสี่ยวโยวที่เดินออกมานอกร้านน้ำชาถอนหายใจเบาๆ จากนั้นเธอก็กำหมัดแน่น "กลับไปอยู่ในสภาพเหมือนตอนเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ อีกแล้วสินะ แต่ว่า... ฉันกลับรู้สึกมีไฟมากกว่าเดิมซะอีก!"
เย่ฉุยกับฟางหนานไม่ได้รีบร้อนจากไป
"ฉุยฉุย บริษัทที่คุณกับเสี่ยวโยวเปิดด้วยกัน อนาคตจะต้องโด่งดังมากแน่ๆ ค่ะ" จู่ๆ ฟางหนานก็พูดกับเย่ฉุยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ" เย่ฉุยพูดพลางหัวเราะ ความจริงเขาไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการเปิดบริษัทเท่าไหร่นัก แต่เรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับคนทำ เขาจึงค่อนข้างมีความมั่นใจ
"งั้น..." ฟางหนานมีท่าทีลังเล "ถ้าต่อไปบริษัทโด่งดังขึ้นมา คุณจะลาออกจากสตูดิโอหรือเปล่าคะ"
เย่ฉุยเข้าใจทันทีว่าฟางหนานกำลังกังวลเรื่องอะไร เขาจึงพูดปลอบใจด้วยรอยยิ้ม "เธอวางใจเถอะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็ไม่มีทางทิ้งสตูดิโอหรอก เพราะการสร้างเกมคือความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน บริษัทก็เป็นแค่ตัวช่วยสานฝันนี้ให้เป็นจริงเท่านั้นแหละ"
ฟางหนานยิ้มหวาน "งั้นก็ดีค่ะ ฉันก็นึกว่าคุณคิดจะถอนตัวออกจากสตูดิโอซะอีก"
"ไม่แน่นอนอยู่แล้ว" เย่ฉุยยิ้ม เมื่อเห็นว่ามือของฟางหนานวางอยู่บนโต๊ะ เขาก็เอื้อมมือไปจับมือเล็กๆ ของเธอเอาไว้ "หนานหนาน ดูเหมือนเธอจะไม่อยากให้ฉันไป... โอ๊ย!"
คำพูดที่มีความหมายลึกซึ้งของเย่ฉุยยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกขัดจังหวะด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นมาจากมือ—พริบตาเดียว ทันทีที่มือของเย่ฉุยสัมผัสโดนมือเล็กๆ ของฟางหนาน ฟางหนานก็พลิกมือกลับและคว้าข้อมือของเขาเอาไว้แน่น!
ความรู้สึกนั้นราวกับถูกคีมเหล็กหนีบเอาไว้ก็ไม่ปาน
เย่ฉุยน้ำตาแทบเล็ดในชั่วพริบตา...
"ขอโทษทีๆ ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจ มันชินน่ะค่ะ" ฟางหนานทำอะไรไม่ถูก และรีบพูดขอโทษขอโพย
เรื่องแบบนี้ก็มีความเคยชินด้วยเหรอ?
เย่ฉุยคิดไม่ตก และที่คิดไม่ตกยิ่งกว่าก็คือ—ฟางหนานดูบอบบางน่าทะนุถนอมขนาดนั้น แต่แรงมือกลับมหาศาลเหลือเกิน!
'แต่เดิมคิดว่าฉันกับหนานหนานต่างก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน เลยลองเสี่ยงไปแตะมือเธอสักหน่อย ดูเหมือนว่าจะใจร้อนเกินไปสินะ' จากนั้นเย่ฉุยก็คิดทบทวนในใจ
ฟางหนานช่วยนวดข้อมือให้เย่ฉุยพลางคร่ำครวญในใจอย่างเจ็บปวด 'เป็นเพราะปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติแท้ๆ พอมีคนมาโดนตัวฉันก็เลยตอบโต้กลับไปโดยไม่รู้ตัว... แย่แล้วสิ ดูเหมือนฉุยฉุยจะตกใจกลัวไปเลย น่าเสียดายจัง เมื่อกี้เกือบจะได้จับมือกันอยู่แล้วเชียว'
*****
ขอคะแนนโหวต chayexs.com.chayexs.com ขอคนเก็บเข้าชั้น chayexs.com.chayexs.com ด้วยนะครับ~~~