ท่าทีของเฝิงเซี่ยวเฉินทำให้เผิงไห่หยางรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย แต่ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน เดิมทีเป็นเพราะเขาถูกโรงงานซินหมินต้อนจนพูดไม่ออก จึงอยากให้เฝิงเซี่ยวเฉินมาช่วยกู้สถานการณ์ ใครจะไปรู้ว่าเฝิงเซี่ยวเฉินกลับยกธงขาวขอยอมแพ้ดื้อๆ แต่พอคิดดูให้ดี การแสดงออกของเฝิงเซี่ยวเฉินก็ไม่ได้น่าแปลกใจนัก เขาไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีจริงๆ นั่นแหละ ที่ก่อนหน้านี้พูดคำว่าการฝังตัวของเม็ดทรายออกมาได้ ก็เดาว่าคงฟังมาจากหัวหน้าวิศวกรฉาง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญของโรงงานซินหมิน จะไปหวังให้เขาพูดอะไรเพื่อกู้สถานการณ์ได้อีกล่ะ?
ทว่าคำพูดของเฝิงเซี่ยวเฉินกลับฟังดูระรื่นหูสำหรับกลุ่มคนจากโรงงานซินหมิน ทุกคนต่างคิดว่าหัวหน้าแผนกหนุ่มคนนี้ก็รู้จักประเมินตนเองอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่เหมือนเผิงไห่หยางคนนั้นที่ไม่รู้จักหนักเบา ดูท่าการที่อีกฝ่ายได้เป็นถึงรองหัวหน้าแผนกตั้งแต่อายุยังน้อย แม้จะเป็นแค่ตำแหน่งลอยๆ แต่ก็มีเหตุผลอยู่บ้าง ถ้าเผิงไห่หยางมีท่าทีแบบนี้เหมือนกัน เรื่องในครั้งนี้ก็จัดการได้ง่ายขึ้นไม่ใช่หรือ?
ว่ากันตามตรง โรงงานซินหมินเองก็อยากผลิตวาล์วไฮดรอลิกคุณภาพสูงออกมา ใครจะไปชอบให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเสียวันเว้นวัน ต่อให้ไม่มีคนมาด่าทอถึงหน้าประตู แต่โดนนินทาลับหลังก็ต้องมีจามกันบ้างไม่ใช่หรือ? แต่ปัญหาคือ สโลแกนเรื่องการยกระดับคุณภาพนั้นพูดง่าย แต่ทำจริงกลับยากเย็นแสนเข็ญ การออกแบบ กระบวนการผลิต วัสดุ อุปกรณ์ รวมถึงระดับฝีมือของคนงาน ไม่ว่าจุดไหนก็ห้ามมีปัญหาทั้งนั้น สิ่งที่โรงงานพอจะทำได้คือการเพิ่มกำลังคน และหาทางทำวาล์วไฮดรอลิกตัวนี้ให้ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น แต่ถ้าอยากให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าต่างประเทศ นั่นก็ยังเป็นเรื่องยากมากอยู่ดี
"เอาอย่างนี้แล้วกัน หัวหน้าเผิง หัวหน้าเฝิง"
ผอ.เฮ่อหย่งซินเอ่ยปาก คล้ายกับเป็นการสรุปการประชุมในวันนี้:
"เกี่ยวกับความสำคัญของรถขุดขนาด 12 ลูกบาศก์เมตรนั้น พวกเราเข้าใจดีมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นกับวาล์วไฮดรอลิก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเรายังพยายามไม่พอ และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสภาพบ้านเมืองที่เป็นปัจจัยภายนอก อย่างไรเสียพวกเราก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนา ระดับเทคโนโลยีย่อมไม่อาจเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วในโลกตะวันตกได้ พวกเราจะจัดตั้งทีมที่เก่งกาจที่สุดของโรงงาน เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหานี้อีกครั้ง และจะคัดเลือกช่างเทคนิคที่เก่งที่สุดมาผลิตวาล์วไฮดรอลิกอีกสองตัว พร้อมทั้งตรวจสอบก่อนออกจากโรงงานอย่างเข้มงวด เพื่อรับประกันให้ได้มากที่สุดว่าการทดลองเชิงอุตสาหกรรมของรถขุดขนาด 12 ลูกบาศก์เมตรจะไม่ได้รับผลกระทบ
หัวหน้าทั้งสองท่าน รวมถึงหัวหน้าแผนกฟ่านเดินทางมาไกลอย่างยากลำบาก พวกคุณไปพักผ่อนให้สบายที่เรือนรับรองของโรงงานเราก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยไปดูที่โรงปฏิบัติงานและช่วยชี้แนะการทำงานสักหน่อย ถ้าพวกคุณสนใจ มะรืนนี้ผมจะให้สำนักงานจัดรถไปส่งพวกคุณทั้งสามคนไปเที่ยวภูเขาม้าขาวที่อยู่ข้างๆ เรา ทิวทัศน์บนภูเขานั้นสวยงามมากทีเดียว บนเขามีวัดหลงเฉวียน ได้ยินว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี น่าไปชมดูสักครั้งนะครับ"
"ภูเขาม้าขาวคงไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ในเมื่อ ผอ.เฮ่อบอกว่าจะมีการร่วมวิเคราะห์กันอีกครั้ง ผมก็อยากจะเข้าร่วมด้วย อยากฟังว่าวิศวกรของโรงงานเราจะพูดว่าอย่างไรบ้าง" เผิงไห่หยางกล่าวด้วยใบหน้าดำทะมึน ปกติแล้วเขายังพอจะรักษาท่าทีเป็นมิตรไว้ได้บ้าง แต่พอเจอเรื่องที่ทำให้เสียเปรียบทางเทคนิค ธาตุแท้ของเขาก็เผยออกมา
"ยินดีต้อนรับครับ ยินดีต้อนรับ" เฮ่อหย่งซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเบิกบาน "มีหัวหน้าเผิงมาช่วยชี้แนะ ผมเชื่อว่าการระดมสมองของพวกเราจะต้องประสบความสำเร็จมากขึ้นอย่างแน่นอน... หัวหน้าเฝิงล่ะครับ มีแผนจะทำอะไรไหม จะให้ผมสั่งสำนักงานจัดกำหนดการแยกต่างหากให้คุณกับหัวหน้าแผนกฟ่านหรือเปล่า?"
"เรื่องนี้... เกรงว่าจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นะครับ" เฝิงเซี่ยวเฉินมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาแสร้งทำเป็นลอบมองเผิงไห่หยางแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า "ในเมื่อหัวหน้าเผิงไม่ไป ผมก็ย่อมต้อง... อืม ก็คงไม่ไปเหมือนกันครับ แต่เรื่องทางเทคนิคผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ผมค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโรงปฏิบัติงานการผลิตของเรามากกว่า สองสามวันนี้ช่วยจัดคนพาผมไปเดินดูตามโรงปฏิบัติงานต่างๆ หน่อยได้ไหมครับ ถือเสียว่าเป็นการเปิดหูเปิดตา"
คนของโรงงานซินหมินหลายคนต่างหันมายิ้มให้กัน พวกเขาเดาว่าในใจของเฝิงเซี่ยวเฉินคงอยากไปภูเขาม้าขาวแน่นอน เพียงแต่เผิงไห่หยางไม่ไป เขาก็เลยไม่สะดวกที่จะไป เผิงไห่หยางอยากไปเข้าร่วมการประชุมของแผนกเทคนิค ส่วนเฝิงเซี่ยวเฉินก็ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี ตามไปก็รังแต่จะขายหน้าเปล่าๆ ดังนั้นจึงเลือกไปเยี่ยมชมโรงปฏิบัติงานแทน ก็จริงนะ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่นั่งทำงานในออฟฟิศของกระทรวง เครื่องจักรและอุปกรณ์ในโรงปฏิบัติงานก็คงเป็นของแปลกใหม่ทีเดียว ที่เขาบอกว่าอยากเปิดหูเปิดตาก็คงเป็นความจริงใจนั่นแหละ
ดังนั้นกำหนดการในช่วงสองสามวันหลังจากนั้นจึงถูกกำหนดขึ้น เผิงไห่หยางจะไปร่วมวิเคราะห์วิธีปรับปรุงการผลิตวาล์วไฮดรอลิกกับช่างเทคนิคของแผนกเทคนิคโรงงานซินหมิน ส่วนเฝิงเซี่ยวเฉินจะมีรองหัวหน้าแผนกจากแผนกการผลิตคอยเดินเต็ดเตร่เป็นเพื่อนในโรงปฏิบัติงาน สำหรับพนักงานจัดซื้อฟ่านกังเสียง จะเป็นตัวแทนหัวหน้าแผนกทั้งสองไปเที่ยวภูเขาม้าขาว เขาไม่มีตำแหน่งข้าราชการอะไร จึงไม่ต้องกลัวใครมานินทา การได้มีโอกาสไปเที่ยวแบบนี้ เขาถึงกับปรารถนาให้ได้มาอยู่แล้ว ในที่ประชุมยังตกลงกันว่า ทางโรงงานซินหมินจะรับผิดชอบเรื่องที่พักและอาหารของคนจากหลินจ้งทั้งสามคน โดยเฮ่อหย่งซินได้สั่งการรองผู้อำนวยการฝ่ายพัสดุเป็นการเฉพาะ ให้จัดเตรียมต้อนรับตามมาตรฐานเดียวกับตอนที่ผู้บริหารจากกรมมณฑลมาตรวจเยี่ยม
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง แขกและเจ้าภาพก็ทักทายอำลากัน เผิงไห่หยางยังไม่หายโกรธ เขาทำหน้าบูดบึ้ง ฝืนจับมือกับเฮ่อหย่งซินและคนอื่นๆ ส่วนเฝิงเซี่ยวเฉินกลับมีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว ดูเบิกบานใจ ซ้ำยังแฝงแววประจบประแจงอยู่บ้าง เขาพูดคำตามมารยาทอย่างเช่น ขอบคุณและขอรบกวน ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับเฮ่อหย่งซิน ไต้เซิ่งหัว และคนอื่นๆ ทำให้เผิงไห่หยางที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก
"เสี่ยวเฝิง ทางโรงงานจัดให้คุณมาที่หมิงโจวเพื่อมาทำอะไรกันแน่?"
หลังจากเข้าพักในเรือนรับรองแล้ว เผิงไห่หยางก็เดินกระฟัดกระเฟียดมาที่ห้องพักของเฝิงเซี่ยวเฉินเพื่อเอาเรื่อง โรงงานซินหมินดูแลพวกเขาสองสามคนเป็นอย่างดีจริงๆ แต่ละคนได้พักห้องเดี่ยว เพียงแต่สภาพห้องนั้นเรียบง่ายมาก การล้างหน้าแปรงฟันและทำธุระส่วนตัวล้วนต้องไปใช้ห้องน้ำและห้องอาบน้ำรวมที่ทางเดิน
"หัวหน้าเผิง นั่งลงคุยกันก่อนครับ อารมณ์ร้อนไปก็แก้ปัญหาไม่ได้ ไม่ใช่หรือครับ?"
เฝิงเซี่ยวเฉินกวาดท่าทีแกล้งโง่ทำตัวอ่อนหัดก่อนหน้านี้ทิ้งไปจนหมดสิ้น แล้วพูดกับเผิงไห่หยางด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เผิงไห่หยางรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเฝิงเซี่ยวเฉิน รู้สึกเพียงว่าในแววตาของอีกฝ่ายดูจะมีความเยือกเย็นที่ชวนให้รู้สึกยำเกรง หรือจะเรียกว่าเป็นความน่าเกรงขามก็ว่าได้ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เฝิงเซี่ยวเฉินชี้ให้โดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่พูดก็อ่อนลงไปหลายส่วน:
"เสี่ยวเฝิง ก่อนออกเดินทาง คุณไปทำความเข้าใจเรื่องการฝังตัวของเม็ดทรายกับหัวหน้าวิศวกรฉางมาแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมในการประชุมวันนี้ถึงไม่พูดอะไรสักคำเลยล่ะ? สาเหตุหลักที่วาล์วไฮดรอลิกของโรงงานซินหมินมีปัญหาก็คือการฝังตัวของเม็ดทรายที่ตัววาล์ว แต่พวกเขากลับหลีกเลี่ยงประเด็นสำคัญไปพูดเรื่องหยุมหยิม อย่างเรื่องวัสดุเหล็กหล่อหรือความแม่นยำในการขึ้นรูปอะไรพวกนั้น นี่มันตั้งใจจะหลอกลวงพวกเราชัดๆ ไม่ใช่หรือไง? ถ้าปัญหาการฝังตัวของเม็ดทรายนี้ไม่ได้รับการแก้ไข ต่อให้พวกเขาทำลูกเล่นอะไรไปมากกว่านี้ก็เปล่าประโยชน์ จุดนี้คุณเองก็ควรจะรู้ดีไม่ใช่หรือ?"
เฝิงเซี่ยวเฉินพยักหน้า "ผมรู้ดีมากครับ"
"แล้วทำไมคุณถึงไม่พูดล่ะ?" เผิงไห่หยางถาม
เฝิงเซี่ยวเฉินตอบ "การประชุมในวันนี้ เจตนาของอีกฝ่ายชัดเจนมาก คือต้องการปัดความรับผิดชอบ เมื่อวาล์วไฮดรอลิกมีปัญหา ทีมออกแบบร่วมก็ต้องรายงานเรื่องนี้ไปยังกระทรวงเครื่องจักรกลอย่างแน่นอน และทางกระทรวงก็จะต้องเอาเรื่องนี้แน่ สิ่งที่โรงงานซินหมินต้องทำก็คือ พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว หรือถึงขั้นพยายามเกินร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แบบนี้พวกเขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแล้วครับ"
"..." เผิงไห่หยางมองเฝิงเซี่ยวเฉินด้วยความงุนงงไปชั่วขณะ เขาเองก็อายุสี่สิบแล้ว ทำงานในองค์กรธุรกิจมานานนับสิบปี มีหรือจะไม่เข้าใจเรื่องตื้นลึกหนาบางในแวดวงนี้ เพียงแต่เมื่อครู่ในที่ประชุมมัวแต่จดจ่ออยู่กับเรื่องน้ำมันรั่วจนลืมประเด็นนี้ไปเสียสนิท เขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มอย่างเฝิงเซี่ยวเฉินจะมีไหวพริบขนาดนี้ สามารถมองทะลุถึงแก่นแท้ของปัญหาได้ในรวดเดียว
เฝิงเซี่ยวเฉินยิ้มบางๆ ไม่ได้อธิบายอะไร และอันที่จริงก็อธิบายไม่ได้ด้วย ในชาติก่อน เขาผ่านเรื่องแบบนี้มาน้อยเสียเมื่อไหร่? พอเกิดปัญหาขึ้นมา ทุกคนต่างก็ต้องรีบปัดสวะให้พ้นตัวกันก่อนทั้งนั้น บนพื้นฐานของการทำให้ตัวเองอยู่ในจุดที่ไม่เพลี่ยงพล้ำ ถึงจะค่อยมาพูดคุยเรื่องแผนงานการแก้ปัญหา การที่เผิงไห่หยางพุ่งเป้าโจมตีโรงงานซินหมินตรงๆ แบบนี้ โรงงานซินหมินจะไปยอมรับได้อย่างไร ขนาดไม่มีเหตุผลพวกเขายังโวยวายเอาเรื่องได้เลย นับประสาอะไรกับตอนที่พวกเขายังพอมีข้ออ้างข้างๆ คูๆ อยู่บ้างแบบนี้
"ดังนั้น ในการประชุมนี้ พวกเราจึงควรวางท่าทีให้เหมาะสม อย่าไปพูดถึงเรื่องความรับผิดชอบ ต้องยอมรับในผลงานของโรงงานซินหมินอย่างเต็มที่ครับ" เฝิงเซี่ยวเฉินค่อยๆ พูดตะล่อม
"อืม ก็มีเหตุผล" เผิงไห่หยางพยักหน้ารับราวกับเด็กนักเรียนประถม ก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง "แต่ทำแบบนี้มันก็แก้ปัญหาไม่ได้นี่นา!"
"ผมไม่ได้บอกว่าทำแบบนี้แล้วจะแก้ปัญหาได้สักหน่อยครับ" เฝิงเซี่ยวเฉินกล่าว เขาล่ะยอมใจพี่ชายคนนี้จริงๆ หัดมีความคิดซับซ้อนซ่อนเงื่อนบ้างจะได้ไหม ไอ้นิสัยแบบพวกบ้าเทคโนโลยีเนี่ย ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ
"หัวหน้าเผิง การประชุมในวันนี้เดิมทีก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ทำได้แค่หารือช่องทางในการแก้ปัญหาเท่านั้น" เฝิงเซี่ยวเฉินกล่าว "คุณเองก็เรียกร้องขอเข้าร่วมการประชุมวิเคราะห์ทางเทคนิคของพวกเขาได้แล้วไม่ใช่หรือครับ? ในที่ประชุม คุณก็เสนอแนวทางปรับปรุงเพื่อช่วยพวกเขาปรับแต่งการออกแบบและกระบวนการผลิตให้ดีขึ้น จำข้อนี้ไว้นะครับ อย่าพูดถึงเรื่องความรับผิดชอบ ให้พูดถึงแค่แผนงานการแก้ปัญหา ต้องทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจและไม่มีความกดดันทางความคิดใดๆ ในการไปแก้ปัญหา"
"ยาก" เผิงไห่หยางขมวดคิ้วแน่น "ความยากที่สุดก็คือ ผมไม่มีประสบการณ์เรื่องการผลิตชิ้นส่วนไฮดรอลิกเลย สิ่งที่พวกเขาพูดมาจะถูกหรือผิด ผมก็แยกแยะได้ลำบาก ผมคิดว่าถ้าผมอยู่ในที่ประชุม พวกเขาก็คงจะสงวนคำพูดไว้บ้าง แผนงานที่มีความยากลำบากในทางปฏิบัติ พวกเขาคงไม่หยิบยกขึ้นมาพูดแน่ๆ และผมเองก็เสนอไม่ได้ นี่แหละคือปัญหา"
เฝิงเซี่ยวเฉินหยิบกระเป๋าเอกสารของตัวเองมา ดึงปึกเอกสารออกมาส่งให้เผิงไห่หยาง แล้วพูดว่า "หัวหน้าเผิง นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบและผลิตชิ้นส่วนไฮดรอลิกที่ผมคัดลอกมาจากเอกสารอ้างอิงบางส่วน แล้วก็มีบางส่วนที่ผมไปสอบถามจากคนอื่นมา ถือซะว่าเป็นบทสรุปภาพรวม คุณเอาไปลองอ่านดูนะครับ พรุ่งนี้พอเอาไปประกอบกับเนื้อหาพวกนี้ ก็น่าจะพอตัดสินได้บ้างว่าแนวทางเทคนิคของพวกเขามีปัญหาหรือไม่ บางทีอาจจะหาเบาะแสในการแก้ปัญหาเจอได้ครับ"
"อะไรนะ ข้อมูลที่คุณคัดลอกมางั้นเหรอ!"
เผิงไห่หยางตกตะลึง ไม่ใช่ว่าหมอนี่เป็นแค่ข้าราชการติดจรวดที่กระทรวงส่งมาชุบตัวหรอกหรือ นี่ถึงกับรู้จักคัดลอกข้อมูลมาด้วย? เขาเปิดดูเอกสารด้วยความกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย อ่านไปได้แค่สองสามหน้าก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา:
"นี่มันของล้ำค่าชัดๆ! คุณไปเอามาจากไหนกัน ในเมื่อคุณมีข้อมูลพวกนี้ ทำไมในการประชุมวันนี้ถึงไม่พูดล่ะ! ถ้าคุณพูดออกมา... เอ้อๆ เอาเถอะๆ คุณไม่พูดก็คงมีเหตุผลของคุณ แต่พรุ่งนี้ผมต้องคุยกับพวกเขาให้รู้เรื่องสักหน่อยแล้ว!"







