กลางดึก นอกหมู่บ้านสกุลกู่ ในป่าเล็กๆ
หลังจากหวังจื่อข่ายอาเจียนออกมา เขาก็สลบไสลไป พั่งจวิ้นพยายามรักษาหวังจื่อข่าย แต่ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก พรสวรรค์ด้านการรักษาของพั่งจวิ้นเพิ่งอยู่แค่ระดับ 2 และหน้าที่หลักคือเร่งการฟื้นฟูและสมานแผลภายนอกของผู้บาดเจ็บในระยะเวลาสั้นๆ
สำหรับอาการ "ถูกพิษ" ของหวังจื่อข่ายแบบนี้ พั่งจวิ้นได้แต่จนใจช่วยเหลืออะไรไม่ได้
หลังจากผ่านเรื่องราวมาขนาดนี้ ทุกคนไม่กล้ารั้งอยู่ในหมู่บ้านสกุลกู่อีก แต่ก็ออกไปไม่ได้ จึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นจากไป แล้วไปซ่อนตัวอยู่ในป่าเล็กๆ ก่อน ทุกคนล้วนเหนื่อยล้า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความทรมานทางจิตใจ ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องติดอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดนี้อีกนานแค่ไหน และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
สารวัตรหวงเสนอให้จับคู่กันเป็นกลุ่มละสองคน สลับกันพักผ่อนเพื่อออมแรง ทุกคนไม่มีข้อโต้แย้ง
เกาหยางอยู่กลุ่มเดียวกับชิงหลิง สารวัตรหวงอยู่กลุ่มเดียวกับพั่งจวิ้น สลับเวรกันทุกๆ สองชั่วโมง
ตลอดทั้งบ่าย เสียงงิ้ว ฆ้องกลอง ปี่ซั่วหน่า และประทัดดังแว่วมาจากทิศทางของหมู่บ้านสกุลกู่เข้ามาในป่าเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง แฝงไว้ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดของสังคมขนาดเล็กที่ยังไม่เจริญซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านบนภูเขาอันห่างไกล จนกระทั่งพลบค่ำถึงได้เงียบลง
เข้าสู่ยามค่ำคืนได้ไม่นาน หวังจื่อข่ายก็ขยับตัว เขาดูเหมือนจะยังนอนไม่พอ จึงพลิกตัวพลางส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้วหลับต่อ สภาพนั้นแทนที่จะบอกว่าถูกพิษ ดูเหมือนคนเมาปลิ้นเสียมากกว่า
ทั้งหมดนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเกาหยาง ไม่ว่าสิ่งที่หวังจื่อข่ายกินเข้าไปจะเป็นอะไรก็ตาม แต่เขาคืออสูรเชียวนะ ไม่ตายง่ายๆ หรอก
เกาหยางหลับตา เปิดระบบ ตรวจสอบแต้มโชค การปล่อยบอทสะสมแต้มโชคได้ถึง 25 แต้มแล้ว
นับตั้งแต่บ่ายสองโมงของเมื่อวาน จนถึงตอนไปเยือนศาลบรรพชนหมู่บ้านสกุลกู่ในตอนกลางคืน แล้วถูกปีศาจเส้นผมจับตัวไป ช่วงเวลานี้กินเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ได้รับแต้มโชคตามปกติ 8 แต้ม
หลังจากมาถึงหมู่บ้านสกุลกู่ "แห่งที่สอง" เริ่มนับตั้งแต่เที่ยงวัน จนถึงตอนนี้ก็ 8 ชั่วโมงเช่นกัน แต่ได้รับผลตอบแทนเพิ่มเป็นสองเท่า จึงได้รับแต้มโชค 16 แต้ม รวมเป็น 24 แต้ม
ส่วนแต้มโชคที่เกินมาอีก 1 แต้ม น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เขาสลบไป ลองกะประมาณดู เวลาที่เขาสลบไปหลังจากตกลงไปที่ "ก้นบ่อ" น่าจะไม่เกินครึ่งชั่วโมง
"คิดอะไรอยู่?" เสียงของชิงหลิงดังขึ้น
เกาหยางลืมตาขึ้น หลุดออกจากมิติของระบบ
"ไม่ได้คิดอะไร" เกาหยางพูดพลางยื่นมือไปหยิกแก้มชิงหลิงอีกครั้ง
"หยิกจนติดใจแล้วเหรอ?" ชิงหลิงไม่พอใจ
"อย่าเข้าใจผิดสิ มันเกิน 12 ชั่วโมงแล้ว ฉันสามารถคัดลอกพรสวรรค์ใหม่ได้" เกาหยางทำหน้าจริงใจ "ความจริงพิสูจน์แล้วว่า เทพปืนของสารวัตรหวงไม่มีประโยชน์เท่าเทพดาบของเธอ..."
"อ๊ะ..." เกาหยางยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ก็ใช้สองมือยันพื้น เลือดสูบฉีดขึ้น ใบหน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่
"เป็นอะไรไปอีก?" ชิงหลิงถาม
"มะ ไม่เป็นไร" ไม่กี่วินาทีต่อมา เกาหยางก็โบกมือ ใบหน้ายังคงแดงระเรื่อ "เมื่อกี้จู่ๆ ก็... รู้สึกดีชะมัดเลย"
ชิงหลิงชะงักไปเล็กน้อย "พรสวรรค์ของนายเลื่อนระดับแล้ว"
【ยินดีด้วย! คัดลอก: เลื่อนระดับ】
【คัดลอกระดับ 2: สามารถคัดลอกพรสวรรค์ทั้งหมดที่หมายเลขลำดับต่ำกว่า 22】
【วิธีคัดลอก: สัมผัสร่างกายอีกฝ่าย 0.9 วินาที】
【จำนวนที่คัดลอก: 1 ระยะเวลาจัดเก็บ: 3 ชั่วโมง】
【ระยะเวลาใช้งาน: 10 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์: 8 ชั่วโมง】
【โบนัสค่าคุณสมบัติถาวรของคัดลอกระดับ 2: พลังจิต +100, เสน่ห์ -20】
【พละกำลัง: 27 ความอดทน: 28】
【ความแข็งแกร่ง: 17 ความว่องไว: 27】
【จิตใจ: 137 เสน่ห์: 47】
【โชค: 132】
【คำแนะนำ: ไม่ทับซ้อนกับค่าคุณสมบัติถาวรของการคัดลอกระดับ 1】
เกาหยางพยักหน้า "ใช่ พรสวรรค์คัดลอกถึงระดับ 2 แล้ว"
ชิงหลิงครุ่นคิดเล็กน้อย "ดูเหมือนจะใช่แล้วล่ะ วิธีเลื่อนระดับจาก 1 ไป 2 น่าจะเป็นแค่ความชำนาญล้วนๆ พรสวรรค์เทพดาบกับโลหะของฉัน ก็เลื่อนระดับหลังจากใช้งานไปไม่กี่ครั้งเหมือนกัน"
เกาหยางยังคงดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้น "งั้นความรู้สึกแบบที่ฉันเป็นเมื่อกี้ เธอก็เคยลองมาแล้วสองครั้ง ไม่สิ สามครั้งแล้วงั้นสิ?"
"ใช่"
"มิน่าล่ะเธอถึงกระหายการเลื่อนระดับขนาดนั้น!" เกาหยางเข้าใจชิงหลิงจากใจจริง พูดตามตรงนะ ช่วงเวลาหนึ่งถึงสองวินาทีตอนเลื่อนระดับนั่นแม่งโคตรจะฟินจนแทบขึ้นสวรรค์
ชิงหลิงฟังความหมายแฝงในคำพูดของเกาหยางออก แววตารังเกียจพาดผ่านดวงตาของเธอ
"เกาหยาง พรสวรรค์นายเลื่อนระดับแล้วเหรอ? ดีเลย โอกาสชนะของเราเพิ่มขึ้นมาอีกนิดนึงแล้ว" สารวัตรหวงตื่นขึ้นมาแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำคือหาบุหรี่ แต่กลับล้วงได้แค่ซองบุหรี่แฟบๆ จากกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอก
"คำว่า 'อีกนิดนึง' ข้างหลังนั่นไม่ต้องเน้นก็ได้นะ" เกาหยางหัวเราะเยาะตัวเอง
สารวัตรหวงทิ้งซองบุหรี่เปล่า ยืนขึ้น ยืดเส้นยืดสาย จากนั้นก็ชักปืนออกมาตรวจสอบกระสุนและการขึ้นลำกล้องตามความเคยชิน แล้วเสียบกลับเข้าไปที่เอว
พั่งจวิ้นก็งัวเงียตื่นขึ้นมาเช่นกัน ลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง ร่างกายอ้วนท้วนของเขาสั่นสะท้าน เขาขยับเข้าไปใกล้ตำแหน่งของเกาหยางและชิงหลิงมากขึ้นตามสัญชาตญาณ
สารวัตรหวงมองหวังจื่อข่ายที่ยังคงหลับและหายใจอย่างสม่ำเสมอ "ไอ้หนูนี่ ดูท่าทางคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ"
"น่าจะไม่เป็นไรแล้ว" เกาหยางบอก
"มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย..." คำว่าผู้หลงลืมสามคำนั้นสารวัตรหวงไม่ได้พูดออกมา เพียงแต่ยิ้มๆ
"คืนนี้ทางที่ดีอย่าค้างคืนที่นี่เลย" ชิงหลิงเสนอ
สารวัตรหวงมองไปรอบๆ พยักหน้าพูด "จริงด้วย พักผ่อนที่นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันนอนจนปวดเอวไปหมดแล้ว"
"..."
"ล้อเล่นน่ะ" สารวัตรหวงมองออกไปนอกป่าที่เห็นเงาไม้รำไร ทิศทางของหมู่บ้านสกุลกู่มีแสงสว่างเล็ดลอดออกมาลางๆ "เดี๋ยวรอพวกเขานอนหลับกันหมด พวกเราจะเข้าหมู่บ้านกัน"
"หา? ยังจะกลับไปอีกเหรอ..." พั่งจวิ้นไม่ค่อยเต็มใจนัก
"ที่นี่ไม่ปลอดภัย" เกาหยางพูด "มืดตึ๊ดตื๋อไปหมด แถมไม่มีที่กำบังเลยด้วยซ้ำ ถ้าตอนกลางคืนถูกตัวอะไรลอบโจมตี พวกเราจะเสียเปรียบมาก"
ชิงหลิงปรายตามองพั่งจวิ้น "นายตายเป็นคนแรกแน่นอน"
ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าของพั่งจวิ้นซีดเผือด มุมปากกระตุก เขากระเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล "กลับหมู่บ้าน! พวกเรารีบกลับหมู่บ้านกันเถอะ!"
...
ดึกมากแล้ว คนในหมู่บ้านสกุลกู่พากันเข้านอนหมด ยกเว้นตรงศาลาไว้ศพบนยอดเขาที่ยังมีแสงสว่างเรืองรอง ข้างในยังมีคนเฝ้าศพอยู่ หวังจื่อข่ายสร่างเมาแล้ว ภายใต้การนำของสารวัตรหวง ทั้งห้าคนไม่เปิดไฟ ย่ำไปในความมืดมิดดุจน้ำหมึก เดินออกจากป่า ผ่านแปลงผักและสระน้ำ มาถึงท้ายหมู่บ้าน
พอเข้าหมู่บ้านมา คณะเดินทางก็เลี้ยวซ้ายมาที่บ้านดินอัดหลังหนึ่งทางทิศตะวันตก ตัวบ้านมีพื้นที่ประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตร ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลานหน้าบ้านเป็นพื้นซีเมนต์ มีเล้าไก่ที่สร้างขึ้นง่ายๆ จากรั้วไม้และท่อนไม้ รอบๆ ยังมีเทปกั้นเขตที่ใช้ในสถานที่เกิดเหตุคดีพันเอาไว้ สารวัตรหวงฉีกเทปกั้นเขตออก แล้วเดินนำเข้าไปเป็นคนแรก
"อ๊ะ..." พั่งจวิ้นรีบปิดปากตัวเองก่อนที่จะร้องออกมา อาศัยแสงจันทร์ เขามองเห็นคราบเลือดสีคล้ำบนพื้นซีเมนต์ได้อย่างชัดเจน มันมีอยู่เต็มไปหมด
"สารวัตรหวง หรือว่าคุณอยากจะ..." พั่งจวิ้นพูดไม่จบประโยค
"ใช่" สารวัตรหวงพยักหน้า "คืนนี้เราจะพักกันที่นี่แหละ"
"ตะ แต่ว่า ที่นี่มีคนตายนะ! ครอบครัวห้าคน ถูกหั่นศพด้วย..." พั่งจวิ้นตื่นตระหนกสุดขีด
ไม่มีใครตอบเขา ทุกคนเดินผ่านลานหน้าบ้าน มาถึงหน้าประตูบ้านหลัก บนประตูมีแผ่นป้ายปิดผนึกแปะอยู่ บนคานหลังคาเหนือประตูมีข้าวโพดแห้งและพริกแดงแขวนอยู่มากมาย ด้านข้างมีกองฟืนแห้งวางซ้อนกันอยู่หลายกอง
สารวัตรหวงฉีกแผ่นป้ายปิดผนึกบนประตูออก แล้วผลักประตูเบาๆ
"แอ๊ด แอ๊ด..." ประตูใหญ่ค่อยๆ เปิดออก ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว







