“ถ้าไม่มีส่วนไหนต้องแก้ไขอีกแล้ว ฉันจะส่งให้แผนกตรวจสอบโดยตรงเลยนะคะ” มุราคามิ อิโอริใช้รีโมตคอนโทรลปิดโทรทัศน์ หันมามองเพื่อนร่วมทีมสร้างสรรค์ทั้งสองคน แล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง
ชิฮาระ รินโตะส่ายหน้า แสดงว่าเขาไม่มีความเห็น อีกทั้งคำพูดนี้หลักๆ แล้วก็ไม่ได้ถามเขา ภายใต้ระบบของฝ่ายผลิต อำนาจการตัดต่ออยู่ในมือของโปรดิวเซอร์ ผู้กำกับพอจะแย่งชิงได้บ้างตามบารมีและประสบการณ์ ส่วนคนเขียนบทแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงในด้านนี้เลย
คำพูดนี้ถามผู้กำกับอย่างฟูจิอิ อาริมะเป็นหลัก และฟูจิอิ อาริมะเองก็มีส่วนร่วมในการตัดต่ออยู่แล้ว โดยธรรมชาติย่อมไม่มีความเห็นอะไรมากนัก จึงพูดโดยตรงว่า “ลำบากคุณแล้วครับ มุราคามิซัง ส่งไปตรวจสอบแบบนี้แหละครับ!”
มุราคามิ อิโอริพยักหน้า นำม้วนวิดีโอเทปออกมา ล็อกใส่ในกล่องเล็กๆ ใบหนึ่ง แล้วถือไว้ในมือ แต่ไม่ได้รีบร้อนจากไป กลับนั่งลงข้างโต๊ะ แล้วถามอย่างลังเลเล็กน้อย “พวกคุณคิดว่าเรตติ้ง... จะได้รับความนิยมไหมคะ?”
ทั้งฟูจิอิ อาริมะและชิฮาระ รินโตะไม่มีใครเอ่ยปาก มุราคามิ อิโอริก็ไม่ได้ถามต่อ ในห้องพลันเงียบสงัดราวกับสุสาน
หากมองในสายตาของผู้เชี่ยวชาญ ผลงานชิ้นนี้มีคุณภาพค่อนข้างสูง เหนือกว่ามาตรฐานละครรอบดึกทั่วไปมาก แต่ปัญหาคือผู้ชมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ รสนิยมนั้นแปลกประหลาดหลากหลาย จะชอบหรือไม่ ไม่มีใครกล้ารับประกัน
แม้แต่ผู้ข้ามเวลาอย่างชิฮาระ รินโตะก็ไม่สามารถรับประกันได้ ละครถ่ายทำออกมาได้ดีมาก เพลงประกอบและการตัดต่อก็ไม่เลว เพลงไตเติ้ลพอถูไถไปได้ (หลักๆ คือไม่มีเงินจ้างนักร้องดีๆ) ในความรู้สึกของเขา มันดีกว่าเวอร์ชันดั้งเดิม แต่เรตติ้งจะดีหรือไม่ ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ ผู้ชมจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
จะดูอย่างเพลิดเพลินหรือจะดูถูกดูแคลน?
พูดยาก พูดยากจริงๆ!
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ฟูจิอิ อาริมะก็หยิบบุหรี่ออกมา ยื่นให้ชิฮาระ รินโตะหนึ่งมวน พลางลังเลว่าจะควรให้มุราคามิ อิโอริหรือไม่ แต่มุราคามิ อิโอริกลับยื่นมือออกไปรับเอง ทั้งยังหยิบไฟแช็กมา จุดไฟอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย จุดให้ฟูจิอิ อาริมะก่อน แล้วกำลังจะจุดให้ชิฮาระ รินโตะ แต่ชิฮาระ รินโตะส่ายหน้าปฏิเสธ เขาแค่อยากดมกลิ่นยาสูบ เพื่อจะได้ไม่ทรมานกับควันบุหรี่มือสอง
มุราคามิ อิโอริไม่ได้บังคับเขา จุดให้ตัวเองแล้วสูบเข้าไปหนึ่งทีก็ไอออกมาทันที
ยิ่งคนที่มั่นใจในผลงานของตัวเองมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นคนที่ไม่เคยทุ่มเทความพยายาม เมื่อคุณทุ่มเทความพยายามไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งกังวลว่าความพยายามทั้งหมดนั้นจะสูญเปล่ามากขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกในใจสับสนเจ็บปวด ยากที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้
พวกเขาทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว ทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ ยิ่งใกล้ถึงเวลาที่ผลจะออก ความกดดันก็จะยิ่งมากขึ้น ในใจก็จะยิ่งอึดอัด มุราคามิ อิโอริแต่งหน้าเข้มเพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตา แต่ผลลัพธ์ไม่ค่อยดีนัก ใบหน้าของเธอดูบวมอย่างเห็นได้ชัด เบ้าตาดูเหมือนจะลึกลงไป เงาใต้ตาเข้มจัด ส่วนฟูจิอิ อาริมะก็เลิกบุหรี่ล้มเหลว กลับมาสูบอีกครั้ง
ในตอนนี้ ในบรรดาสามทหารเสือของพวกเขา คนเดียวที่ยังดูปกติอยู่กลับเป็นชิฮาระ รินโตะ คนเขียนบทหน้าใหม่จากป่า แต่ถ้าไม่มี "ผลงานในประวัติศาสตร์" มาช่วยปลอบใจ เขาก็อาจจะไม่ปกติแบบนี้ได้เช่นกัน
ความกดดันมหาศาลจริงๆ!
บุหรี่มวนนั้น มุราคามิ อิโอริสูบไปเพียงอึกเดียวก็จ้องมองมันเฉยๆ ส่วนฟูจิอิ อาริมะสูบเพียงสามสี่ทีก็หมดมวน เขาขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ ถอนหายใจแล้วถามว่า “ทางสถานีพอจะให้การสนับสนุนเพิ่มได้อีกไหมครับ?”
ละครเรื่องใหม่ของพวกเขาต้องการการประชาสัมพันธ์ แต่ฝ่ายออกอากาศให้เพียงตัวอย่างละครใหม่ความยาว 30 วินาทีในช่วงท้ายของละครรอบดึกเรื่องก่อนหน้าอย่าง `โรงพยาบาลสยองขวัญ` เท่านั้น แล้วก็ไม่มีอะไรอีก
มุราคามิ อิโอริส่ายหน้าด้วยสีหน้าหมองคล้ำ “ฉันยื่นขอไปแล้วค่ะ แล้วก็ขอให้เพื่อนร่วมรุ่นช่วยพูดให้ด้วย แต่ได้ยินว่าจัดคิวไม่ได้ ฤดูหนาวเป็นช่วงเปิดตัวละครใหม่ ไม่มีเวลาประชาสัมพันธ์เหลือให้พวกเราค่ะ”
“โฆษณาสัก 15 วินาทีก็ให้เพิ่มไม่ได้เหรอครับ?”
“ไม่ได้แล้วค่ะ”
“ถ้างั้นตอนออกอากาศตอนแรก จะช่วยปรับช่วงเวลาชั่วคราว ให้ละครช่วงสี่ทุ่มช่วยนำร่องให้เราหน่อยได้ไหมครับ?”
“ฉันถามแล้วค่ะ ไม่ได้”
ฟูจิอิ อาริมะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ความจริงอันโหดร้ายก็ยังทำให้เขารู้สึกไม่ดีในใจ ละครรอบดึกนี่มันลูกเมียน้อยจริงๆ นะ ขออะไรก็ไม่ได้!
บรรยากาศในห้องยิ่งหนักอึ้งขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่ถ่ายทำออกมาได้ดี แต่ในใจกลับไม่มีความมั่นใจเลย
มุราคามิ อิโอริก็ขยี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ พยายามรวบรวมกำลังใจขึ้นมาใหม่แล้วยิ้ม “พรุ่งนี้กลางคืนก็จะฉายตอนแรกแล้ว จะดูด้วยกันไหมคะ? ถ้าดู ฉันจะได้ไปซื้อเบียร์มาเตรียมไว้สักสองสามกระป๋อง”
“ผมไม่ดีกว่าครับ ผมต้องเขียนบท” ชิฮาระ รินโตะปฏิเสธก่อนใคร ไม่ว่าจะดูหรือไม่ดูก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว สู้ทำตามแผนเดิมต่อไป กลับบ้านไปทำงานต่อดีกว่า ถึงขั้นต้องคิดแผนสำรองเผื่อเจ๊งก็ยังดีกว่า
ฟูจิอิ อาริมะก็ส่ายหน้า “ผมก็ไม่ดูครับ วันรุ่งขึ้นยังมีถ่ายทำ ผมต้องรีบนอน”
มุราคามิ อิโอริถอนหายใจ “ก็ได้ค่ะ งั้นก็รอให้เรตติ้งออกแล้วค่อยว่ากัน”
“ก็ได้แต่ทำแบบนั้นแล้วล่ะครับ”
“พวกคุณอย่ากดดันเกินไปนะคะ งานของวันพรุ่งนี้ก็ต้องทำให้ดี ถึงเรตติ้งเปิดตัวจะไม่ดี ก็ไม่ต้องกังวลอะไร พวกเราไม่ได้สู้กันแค่วันสองวัน”
ฟูจิอิ อาริมะพยักหน้า ส่วนชิฮาระ รินโตะหมดแรงจะแขวะในใจ คุณไม่ต้องปลอบพวกเราแล้ว คุณนั่นแหละที่ดูจะกดดันที่สุด หน้าบวมหมดแล้ว รีบกลับบ้านไปนอนดีๆ สักตื่นเถอะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้อาจจะกลายเป็นหน้าหมูได้
เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า “มุราคามิซังก็อย่ากดดันเกินไปนะครับ ทุกคนกำลังมองคุณอยู่”
“ฉันเข้าใจค่ะ!” มุราคามิ อิโอริพยักหน้าหนักๆ
พวกเขาสามคนที่ต้องรับผิดชอบหากละครเจ๊ง แอบปิดประตูปลอบใจกันอยู่ในห้อง ถือเป็นการช่วยกันลดความกดดัน แต่จะลดได้หรือไม่นั้นบอกไม่ได้ ที่แน่ๆ คือระดับความเป็นเพื่อนเพิ่มขึ้นไม่น้อย มองหน้ากันแล้วรู้สึกสนิทสนมขึ้นมาบ้าง
ในแง่หนึ่ง นี่ก็ถือเป็นการร่วมทุกข์ร่วมยากกัน
ธุระคุยจบแล้ว ปลอบใจกันก็เสร็จแล้ว ฟูจิอิ อาริมะลุกขึ้นยืนก่อน บิดขี้เกียจ แล้วหัวเราะอย่างจนใจ “กลับบ้านกันเถอะครับ ไม่อย่างนั้นพวกคุณไม่เป็นไร แต่ภรรยาผมได้บ่นอีกแน่!”
พูดจบ เขาก็นำเดินออกไปข้างนอก และก็ควรจะไปได้แล้วจริงๆ วันนี้การถ่ายทำไม่ค่อยราบรื่น อยู่ในสตูดิโอถ่ายทำจนถึงสองทุ่มกว่า พอจะกลับก็ยังถูกมุราคามิ อิโอริลากมาดูเทปอีก ใช้เวลาไปเกือบสองชั่วโมง ถ้าไม่กลับตอนนี้แม้แต่รถไฟก็คงไม่มีแล้ว
ชิฮาระ รินโตะและมุราคามิ อิโอริเดินตามเขาลงไปข้างล่างโดยไม่พูดอะไร มุราคามิ อิโอริถือกล่องเดินไปยังอาคารหลัก เพื่อส่งเทปไปตรวจสอบและยื่นเรื่องออกอากาศโดยตรง แผนกตรวจสอบและกำกับดูแลทำงานเป็นระบบกะ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเวลาไหนก็มีคนอยู่
ชิฮาระ รินโตะแยกกับฟูจิอิ อาริมะที่ประตูใหญ่ กำลังจะเดินไป ทันใดนั้นก็ได้ยินคนเรียก เขาเพ่งมองดู ก็พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเอคาวะ เคนอิจิโร่
มาเอคาวะ เคนอิจิโร่ยิ้มและตะโกนมาจากที่ไกลๆ “ชิฮาระซัง ได้ยินว่ารายการของคุณจะฉายแล้ว ขอให้ผลงานขายดีล่วงหน้านะครับ”
กลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างพวกเขารู้สึกว่าชิฮาระ รินโตะมีสีสันของความเป็นตำนานอยู่บ้าง เดินเตร็ดเตร่อยู่หน้าประตูใหญ่ไปๆ มาๆ ก็เข้าไปอยู่ในกองถ่ายได้อย่างน่าประหลาดใจ แถมยังกลายเป็นคนเขียนบทหลักอีกด้วย ช่วงนี้เวลาว่างๆ คุยเล่นกัน ก็มักจะพูดถึงเขาอยู่บ่อยๆ ทุกคนต่างรู้สึกว่าเด็กคนนี้มีอะไรแปลกๆ
ชิฮาระ รินโตะกลับมีความประทับใจที่ดีต่อกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหล่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะข้อมูลที่พวกเขาให้ เขาก็คงหลอกล่อมุราคามิ อิโอริ โปรดิวเซอร์ที่ดีขนาดนี้มาไม่ได้ แม้อารมณ์จะไม่ค่อยดีนักแต่ก็ไม่อยากเย็นชากับพวกเขา จึงเดินตรงเข้าไป เกาะที่หน้าต่างแล้วยิ้ม “ถ้าขายดีจริงๆ ผมจะเลี้ยงเหล้าพวกคุณอีก”
“งั้นตกลงตามนี้นะ!”
“ขายดีแน่นอน สู้ๆ!”
“ละครรอบดึกพรุ่งนี้ใช่ไหม? พวกเราจะดูนะ!” พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็หัวเราะและตะโกนตอบเขากลับมาอย่างจอแจ
“ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมาก!” ชิฮาระ รินโตะยิ้มและขอบคุณซ้ำๆ แต่คนไม่กี่คนนี้จะดูหรือไม่ดูก็แทบไม่มีผลต่อเรตติ้งเลย นั่นเป็นการสำรวจแบบสุ่มในพื้นที่ขนาดใหญ่ โทรทัศน์สามสี่เครื่องไม่สามารถเปลี่ยนแปลงภาพรวมได้ แต่นี่ก็ถือเป็นความปรารถนาดีอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม
หลังจากคุยเล่นกันครู่หนึ่ง เขาก็เดินกลับบ้านต่อ ขึ้นรถ ลงรถ แล้วก็เหยียบย่างเข้าสู่ย่านการค้าของเขตที่พัก
เขายิ่งเดินยิ่งช้าลง เงยหน้ามองท้องฟ้าไม่หยุด น่าเสียดายที่เห็นได้เพียงพระจันทร์เสี้ยวและดาวพฤหัสบดี มลภาวะทางแสงของโตเกียวค่อนข้างรุนแรง ไม่อย่างนั้นน่าจะยังมองเห็นกลุ่มดาวแกะได้ด้วย
สุดท้าย เขาก็หยุดลงไม่ไกลจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่นั่นยังไม่ปิดร้าน ยังมีแสงไฟอบอุ่นลอดออกมาจางๆ
เขาอยากจะเข้าไปดูสักหน่อย เขาโดดเดี่ยวมากในต่างแดนแห่งนี้ และไม่ได้มีเพื่อนฝูงในชีวิตประจำวันเลย ตอนนี้กำลังอยู่ในสภาวะกดดันสูง อยากจะหาใครสักคนคุยด้วยมาก
หรือจะพูดอีกอย่างคือ เขาอยากเจอ "แฟนสาว" ของเขา
น่าเสียดายที่ไม่ใช่ การใช้คนแปลกหน้ามาเป็นตัวแทน มันไม่สมเหตุสมผลเลยไม่ว่าจะมองจากมุมไหน
เขาหยุดอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง แล้วก็เดินกลับอพาร์ตเมนต์โดยตรง ยังคงกลับไปทำตามแผนอาชีพของเขาให้สำเร็จ
…………
การฉายตอนแรกที่ใกล้เข้ามาไม่เพียงส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อทีมสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อทีมงานทั่วไปในระดับหนึ่งด้วย นี่เกี่ยวข้องกับว่าพวกเขาจะได้ทำงานในกองถ่ายนี้แบบชั่วคราวหรือแบบยาวๆ ถ้าเรตติ้งไม่ดี ละครถูกตัดจบ พวกเขาก็ต้องไปหากองถ่ายอื่น ไม่อย่างนั้นก็ต้องกลับไปรับเงินเดือนแห้งๆ ที่แทบไม่พอยาไส้
และยังมีปัญหาเรื่องประวัติการทำงานอีกด้วย การที่คุณเป็นช่างแต่งหน้าในละครยอดนิยมระดับประเทศมาสองปี กับการเป็นช่างแต่งหน้าในรายการที่ไม่มีใครดูมาสองปี เมื่อเขียนลงในประวัติส่วนตัวแล้ว มันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรายได้ในอนาคต
เมื่อเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตัว จิตใจผู้คนก็หวั่นไหว การถ่ายทำในตอนกลางวันเกิดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้ความคืบหน้าในการถ่ายทำล่าช้าลงอย่างมาก ฟูจิอิ อาริมะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บรรยากาศตึงเครียดอย่างยิ่ง สุดท้ายมุราคามิ อิโอริต้องมาคุมสถานการณ์ที่สตูดิโอด้วยตัวเอง เธอกลายเป็นหมูน้อยจริงๆ ใบหน้าบวมขึ้นอีกรอบ แต่งหน้าจนขาววอกเหมือนผีหน้าขาวก็ยังปิดรอยคล้ำใต้ตาไม่มิด แถมตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ชิฮาระ รินโตะไม่อยากอยู่สร้างความวุ่นวายที่นี่ จึงกลับไปที่อาคารหลักเพื่อเขียนบทต่อ พอถึงบ่ายสี่โมง มิจิโกะ ศิษย์เอกของเขาก็มาถึง ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน
พวกเขาอยู่ด้วยกันมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว แม้จะไม่ได้พูดคุยกันลึกซึ้ง แต่ก็ค่อนข้างคุ้นเคยกันแล้ว ชิฮาระ รินโตะถามโดยตรง “เธอเป็นอะไรไป?”
มิจิโกะนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือของเธอ ขณะหยิบการ์ตูนออกมาก็พูดว่า “คืนนี้จะฉายตอนแรกแล้วค่ะ”
“เธอกดดันเหรอ?” ชิฮาระ รินโตะรู้สึกอบอุ่นในใจ คิดว่าศิษย์คนนี้ก็ไม่เลว อย่างน้อยก็ยังมีมโนธรรม รู้จักเป็นห่วงอาจารย์อยู่บ้าง
บางทีควรจะซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้เธออีกสักชิ้นดีไหมนะ?
“ค่ะ” ใบหน้าเล็กๆ อันงดงามของมิจิโกะเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง “ถ้ามันดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมา อนาคตฉันจะทำยังไงดี? คุณแม่ต้องคลั่งยิ่งกว่าเดิมแน่ๆ...”
ชิฮาระ รินโตะไม่สนใจเธออีกต่อไปแล้ว ไปกินใบไม้ของเธอไป๊! อาจารย์กำลังกังวลว่าเรตติ้งจะไม่ดี จะขุดทองก้อนแรกไม่ได้ จนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังกลืนไม่ลงคอ แต่ศิษย์กลับมากังวลว่าเรตติ้งจะดีเกินไป จะทำให้เธอต้องแสดงละครมากขึ้น...
ศิษย์ทรพีเอ๊ย!
นี่ก็ปล่อยให้พักผ่อนมาสิบกว่าวันแล้ว ควรจะเริ่มพิจารณาไล่ศิษย์ทรพีคนนี้ออกจากสำนักได้แล้วหรือยัง?
เขาคิดเรื่อยเปื่อยไปพลางทำงานไป ไม่นานเวลาพักผ่อนของศิษย์ทรพีคนนี้ก็หมดลง เธอจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์ กลับบ้านไปกินใบไม้ของเธอต่อ ส่วนเข็มนาฬิกาก็ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้เลข 12 ทีละนิด...