"สวัสดี ฉันชื่อฉีไห่เฟิง เป็นคนเยียนจิงแต่กำเนิด คนข้างๆ นี้ชื่อเฉินซู่ มาจากมณฑลเจ้อเจียง หมอนี่หน้าตาดูกะล่อนหน่อยๆ ส่วนเพื่อนที่เตียงข้างนายที่กำลังอ่านนิยายอยู่ชื่อเจียงไข่หลง แล้วก็เพื่อนตรงนั้นชื่อลู่ปิน... อ้อ แล้วก็เพื่อนที่เพิ่งเข้ามาใหม่คนนี้ชื่อหลินเฉิง พวกเราก็เพิ่งเจอกันเหมือนกัน..."
"สวัสดี ฉันชื่อจางเซิ่ง..."
"เพื่อน ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นหน้านายนีก พวกเราเคยเจอกันที่ไหนหรือเปล่า?"
"สงสัยเพราะฉันหน้าตาโหลมั้ง เลยหน้าเหมือนคนอื่นไปทั่ว?"
"ไม่สิๆ ต้องเคยเจอที่ไหนแน่ๆ ช่างเถอะ นึกไม่ออกก็ไม่นึกแล้ว เดี๋ยวไฟก็ใกล้จะดับแล้ว ฉันช่วยนายปูเตียงก่อนแล้วกัน พวกเรา มานี่สิ มาช่วยกันปูเตียงหน่อย"
"..."
จางเซิ่งได้พบกับเพื่อนหลายคนในหอพัก 302
และได้ทักทายกันทีละคน
คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีชื่อฉีไห่เฟิง
ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จางเซิ่งได้เจอฉีไห่เฟิง ตอนรับน้อง จางเซิ่งเคยเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลาคนนี้มาแล้ว
เมื่อเช้านี้ ตอนที่จางเซิ่งพานักศึกษาใหม่กลุ่มที่สองไปซื้อของ ฉีไห่เฟิงก็ยืนอยู่แถวหน้าสุด
เขาเป็นคนกระตือรือร้นมาก ตั้งแต่เริ่มก็เอาแต่เรียก รุ่นพี่ รุ่นพี่ อย่างกระตือรือร้นไม่หยุดหย่อน แถมยังให้ความร่วมมือกับงานของเขาเป็นอย่างดี ในความทรงจำของจางเซิ่ง ฉีไห่เฟิงเป็นหนึ่งในนักศึกษาเพียงไม่กี่คนที่ยอมควักเงินเกือบพันหยวนเพื่อซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน ความจริงจางเซิ่งสังเกตและจับตามองฉีไห่เฟิงมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่นึกเลยว่าหมอนี่จะอยู่หอพักห้องเดียวกันกับเขา
หลังจากปรายตามองเตียงและยี่ห้อเสื้อผ้าของฉีไห่เฟิง แล้วมองท่าทางสนิทสนมของเขากับเพื่อนร่วมห้อง จางเซิ่งก็เผยรอยยิ้มบนใบหน้า "ขอบใจนะ"
"ขอบใจทำไมกัน ต่อไปก็ต้องเป็นพี่น้องกันไปอีกสี่ปี ฮ่าๆ ไข่หลง เลิกอ่านนิยายได้แล้ว มาช่วยปูเตียงเร็ว..."
ฐานะทางบ้านของฉีไห่เฟิงน่าจะดีมากทีเดียว
ต่างจากในนิยายที่คนรวยมักจะหยิ่งยโสโอหังแล้วก็ชอบทำเรื่องเลวร้ายสารพัด ในโลกความเป็นจริง ครอบครัวเศรษฐีรุ่นที่สองมักจะให้ความสำคัญกับการอบรมบ่มนิสัยและมนุษยสัมพันธ์มากกว่า
คนประเภทนี้ลึกๆ ในใจมักจะมีความมั่นใจในตัวเองที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด รวมถึงความกระตือรือร้นในการเข้าสังคมกับคนรอบข้าง
"มาแล้วๆ"
จากนั้นจางเซิ่งก็หันไปมองเพื่อนอีกคนที่กำลังอ่านนิยาย ซึ่งมีชื่อว่าเจียงไข่หลง
ตอนแรกเพื่อนคนนั้นรีบลุกขึ้นทันทีที่ถูกฉีไห่เฟิงเร่งเร้า เขาเดินมาช่วยพร้อมกับส่งยิ้มซื่อๆ แต่พอมาถึงข้างตัวจางเซิ่ง เขากลับมองจางเซิ่งด้วยความสงสัย ดูเหมือนจะรู้สึกคุ้นหน้าจางเซิ่งมากๆ ราวกับเคยเจอที่ไหนมาก่อน
ทว่าเขาก็นึกไม่ออกในทันที รู้สึกแค่ว่าคนคนนี้คุ้นหน้าคุ้นตาเอามากๆ
จางเซิ่งเบนสายตาไปที่เตียงอีกฝั่ง ซึ่งมีชายหนุ่มสวมแว่นตาหนาเตอะนั่งอยู่
เพื่อนที่อยู่เตียงนั้นเดินเข้าห้องพักมาไล่เลี่ยกับเขา
เขาแต่งตัวเรียบง่ายมาก ตอนที่ทักทายกัน บนใบหน้าก็มีรอยยิ้มเขินอายปรากฏอยู่ พอฉีไห่เฟิงกับคนอื่นๆ จะเข้าไปช่วยปูเตียง เขาก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ดูเหมือนในตัวเขาจะมีความดื้อรั้นแฝงอยู่ ไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องข้าวของของตัวเอง ราวกับสร้างกำแพงกั้นทุกคนเอาไว้ ทำให้คนที่อยู่นอกกำแพงนั้นยากที่จะเข้าใกล้เขาได้
ท่าทางของเขาทำให้ฉีไห่เฟิงยิ้มเจื่อนๆ สุดท้ายก็ต้องยอมล้มเลิกความตั้งใจ
จางเซิ่งสังเกตเห็นหนังสือที่หัวเตียงของเขา...
หนังสือของเขามีชื่อว่า ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพลังงานใหม่ ในทางทฤษฎีแล้ว นี่คือหนังสือเฉพาะทางของคณะนี้
เมื่อดูจากเสื้อฮู้ดที่ยับย่นจนสีซีดจางและกระเป๋าเดินทางเก่าๆ ของเขา ประกอบกับแก้วน้ำสำหรับเด็กที่เขาวางไว้ข้างนอก จางเซิ่งก็พอจะเดาฐานะทางบ้านของเขาได้คร่าวๆ
นี่คือชายหนุ่มที่ครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวยนัก
เมื่อทุกคนช่วยจางเซิ่งปูเตียงเสร็จ ไฟในหอพักก็ดับลง
"ดับไฟแล้วๆ!"
"ถ้ายังไม่ดับไฟอีกจะโดนหักคะแนนนะ!"
"ห้ามคุยกัน ห้ามเล่นคอมพิวเตอร์แล้ว เด็กปีหนึ่งใครอนุญาตให้พวกนายเอาคอมพิวเตอร์มา นี่ต้องยึดนะ!"
"..."
นอกหน้าต่าง มีแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา
นอกหอพัก มีเสียงของรองประธานสภานักเรียนเฉียนฮ่าวดังขึ้น
ภายในหอพัก
ฉีไห่เฟิงโบกมือเบาๆ แล้วส่งสัญญาณให้ทุกคนออกไปที่ระเบียง
เมื่อทุกคน รวมถึงหลินเฉิงเดินตามออกไปที่ระเบียงแล้ว ฉีไห่เฟิงก็ดึงให้ทุกคนนั่งยองๆ ลง
"พี่น้องทั้งหลาย ฉันอยากเป็นหัวหน้าห้องพักห้องนี้ แน่นอนว่าถ้าฉันได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว ฉันจะหาผลประโยชน์มาให้พวกนาย ห้องของเราเวลาอยู่ข้างนอกต้องสามัคคีกันให้มากนะ!"
"ฉันคิดว่าพรุ่งนี้ น่าจะมีบางชมรมมาเปิดรับสมัครสมาชิกที่นี่ ถึงตอนนั้น ฉันจะไปเข้าสภานักเรียน..."
"ฉันสืบมาเรียบร้อยแล้ว มหาวิทยาลัยนี้ สภานักเรียนมีอำนาจมาก ถ้าฉันเข้าสภานักเรียนได้ จะต้องเป็นผลดีกับพวกนายในอนาคตแน่นอน!"
"แต่ได้ยินมาว่าตอนนี้สภานักเรียนแข่งขันกันสูงมาก นอกจากจะผ่านการประเมินและแนะนำจากคนในสภานักเรียนแล้ว คนธรรมดาก็ใช่ว่าจะเข้าไปได้ง่ายๆ พรุ่งนี้ตอนที่สภานักเรียนมาที่ห้องเรียนของเรา พวกนายช่วยแสดงละครร่วมมือกับฉันหน่อยนะ ทำให้พวกเขามีความประทับใจที่ดี จะได้พยายามคว้าใบสมัครมาให้ได้ ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ฉันจะเลี้ยงข้าวเช้าพวกนายหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เป็นไง?"
"..."
ฉีไห่เฟิงพูดคุยกับทุกคนเรื่องสภานักเรียนและตำแหน่งหัวหน้าห้องพักอย่างจริงจัง
เมื่อทุกคนไม่มีความคิดเห็นอะไรขัดแย้ง ก็พยักหน้าตกลง
รอจนทุกคนแยกย้ายกันไป ฉีไห่เฟิงก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ เขายืนอยู่ตรงระเบียงครู่หนึ่งแล้วจึงเดินกลับเข้าไปข้างใน
ในใจยิ่งรู้สึกคาดหวังกับชีวิตมหาวิทยาลัยในอนาคตมากขึ้นไปอีก
จากนั้น เขาก็กลับไปนอนบนเตียง ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้ผุดขึ้นมาในหัว คิดไปคิดมา จู่ๆ เขาก็สะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว
"เชี่ยเอ๊ย!"
"จางเซิ่ง!"
"เชี่ย เชี่ยเอ๊ย เชี่ย นาย... นายแม่งก็คือรุ่นพี่ที่พาพวกเราไปซื้อของนี่หว่า! ว่าแล้วเชียวทำไมถึงคุ้นหน้านัก เชี่ยเอ๊ย!"
หอพักที่เดิมทีเงียบสงบ จู่ๆ ก็มีเสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงของฉีไห่เฟิงดังขึ้น
ตามมาด้วย...
เขาจ้องเขม็งไปที่จางเซิ่ง
สิ้นเสียงของเขา ผ้าห่มที่เตียงไม่ไกลนักก็กระตุก เสียง "คาสิโนรอยัลแห่งแรกในมาเก๊า..." ก็หยุดชะงักลง ก่อนจะมีหัวคนโผล่ออกมา เห็นได้ชัดว่าตกใจกลัว!
ภายใต้แสงจันทร์ จางเซิ่งไม่ได้ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้
"โวยวายอะไรกัน พวกนายโวยวายอะไร!"
"ขอโทษครับรุ่นพี่ เมื่อกี้พวกเรา..."
"พวกเด็กปีหนึ่งอย่างพวกนายมันยังไงกัน เพิ่งเข้ามาก็กล้าท้าทายสภานักเรียนของเราแล้วเหรอ?"
"ขอโทษครับ รุ่นพี่ พวกเราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น พวกเรา..."
"..."
เสียงตะโกนของฉีไห่เฟิงดึงดูดให้คนของสภานักเรียนที่กำลังเดินตรวจตราอยู่ข้างนอกเดินเข้ามา จากนั้นก็เคาะประตูให้เปิดออก
เฉียนฮ่าวทำหน้าขรึมเดินนำสมาชิกสภานักเรียนรูปร่างสูงใหญ่กลุ่มหนึ่งเข้ามา เขากวาดสายตามองทุกคน แล้วเริ่มต่อว่าพวกเขายกใหญ่
ฉีไห่เฟิงมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขารีบลุกจากเตียงและรีบพูดจาประจบประแจงเฉียนฮ่าวอย่างลุกลี้ลุกลน
จากนั้นเฉียนฮ่าวก็กล่าวเตือนทุกคนอีกครั้ง ขณะที่กำลังจะเดินจากไป สายตาก็เหลือบไปเห็นจางเซิ่งที่อยู่ข้างๆ ใบหน้าที่บึ้งตึงเมื่อครู่ก็ผ่อนคลายลงทันที
"เพื่อนนักเรียนจาง หอพักของนายอยู่ที่นี่เหรอ?"
"อืม สวัสดีครับรุ่นพี่ เมื่อกี้เพื่อนนักเรียนไห่เฟิงเขาตื่นเต้นไปหน่อย เพิ่งเปิดเทอมน่ะครับ..."
"ถึงจะเข้าใจได้ แต่ทำแบบนี้มันก็ดูไม่ดีเท่าไหร่..."
"เข้าใจครับ"
"อืม เพื่อนนักเรียนจาง ตอนนี้นายยังไม่นอนใช่ไหม?"
"ก็ยังครับ มีอะไรหรือเปล่า?"
"ออกไปคุยกันหน่อยไหม? พอดีมีเรื่องนิดหน่อย"
"ได้ครับ"
ทุกคนมองดูจางเซิ่งเดินตามเฉียนฮ่าวกับพวกออกไปจากหอพักด้วยความอึ้ง
ยกเว้นหลินเฉิงกับเจียงไข่หลงที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับนิยาย อีกสามคนที่เหลือต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ไม่นานนัก จางเซิ่งก็เดินกลับเข้ามาจากข้างนอก
ฉีไห่เฟิงรีบพุ่งเข้าไปหาทันทีแล้วกระซิบถาม "จางเซิ่ง รุ่นพี่เฉียนฮ่าวคุยอะไรกับนายเหรอ?"
"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่คุยเรื่องนายคร่าวๆ..."
"คุยเรื่องฉัน? มีอะไรให้คุยล่ะ?"
"บอกว่านายค่อนข้างกระตือรือร้น ความสามารถก็ไม่เลว ฉันก็เลยบอกไปว่านายมีความตั้งใจอยากเข้าสภานักเรียน เอ้า นี่ใบสมัครของสภานักเรียน พรุ่งนี้นายหาเวลาว่างกรอกซะนะ"
"หา?"
"ไม่ต้องมีคนแนะนำเหรอ..."
"เขาเห็นความสามารถของนาย รุ่นพี่เฉียนฮ่าวเป็นคนรับรองนายเอง จะต้องใช้คนแนะนำอะไรอีกล่ะ ไม่ใช่หน่วยสืบราชการลับสักหน่อย?"
"ฉันกรอกแล้วก็เข้าได้เลยเหรอ?"
"ได้สิ!"
"เขาเห็นความสามารถของฉันจริงๆ เหรอ?"
"เห็นสิ"
"เขาไม่รู้จักฉันนี่นา ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้มันโคตรจะมหัศจรรย์เลย..."
ฉีไห่เฟิงมองใบสมัครสภานักเรียนอย่างเหม่อลอย สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
"รู้จักสิ ความจริงแล้ว ตอนที่นายเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยแล้วตามฉันไปซื้อของ พวกเขาก็คอยสังเกตนายอยู่ รู้สึกว่านายเก่งมาก แล้วสภานักเรียนก็กำลังต้องการคนแบบนายพอดี..."
"อ้อๆๆ จางเซิ่ง ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนนายกำลังหลอกฉันอยู่ล่ะ? งั้นนายบอกฉันมา นายเป็นคนของสภานักเรียนใช่ไหม?" ฉีไห่เฟิงจ้องจางเซิ่งอย่างสงสัย
"ฉันไม่ได้เป็น..."
"แล้วทำไมเฉียนฮ่าวถึงรู้จักนายล่ะ แล้วตกลงนายเป็นเด็กปีหนึ่งหรือเปล่า?"
"ฉันก็เป็นเด็กปีหนึ่งน่ะสิ"
"แต่ว่า แล้วทำไมนาย ทำไมนายถึงพาเด็กปีหนึ่งอย่างพวกเราไปซื้อของได้ แทนที่จะเป็นฝ่ายถูกพาไปซื้อของล่ะ..."
"นายก็ทำได้นะ ขอแค่นายหน้าด้านพอ..."
"???"
ดึกมากแล้ว
ในขณะที่ทุกคนหลับไปแล้ว ฉีไห่เฟิงนอนอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมายังไงก็นอนไม่หลับ
ใจหนึ่งก็คิดถึงเรื่องใบสมัครเข้าสภานักเรียน อีกใจหนึ่งก็คิดถึงเรื่องเหนือความคาดหมายต่างๆ ของจางเซิ่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
ราวกับว่าความเข้าใจอะไรบางอย่างถูกทำลายลง
แสงจันทร์สาดส่องลงมาที่หัวเตียง ในที่สุดเขาก็ฝืนหลับตาลงได้
เขาไม่รู้เลยว่า...
เรื่องที่คิดไม่ตกในอนาคต หลังจากที่ได้พบกับจางเซิ่งแล้ว จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่แผนการที่วางไว้ตอนเพิ่งเข้าเรียน หรือชีวิตในอนาคตของตัวเอง ก็รวนไปหมดเพราะการปรากฏตัวของจางเซิ่ง แถมความเข้าใจหลายๆ อย่างที่ตัวเองมีมาแต่เดิม ก็ยังต้องถูกล้างไพ่ใหม่ทั้งหมด...







