"ยังไม่ถึงเวลาอีกเหรอ?" นิชิโนะ คิริสะในชุดนอนนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าเล็กๆ อยู่บนโซฟา ผมสั้นเสมอหูเปียกชื้นเล็กน้อย เธอจับป๊อปคอร์นรสเนยยัดเข้าปากพลางบ่นกระปอดกระแปด "ละครรอบดึกนี่มันขัดกับธรรมชาติของมนุษย์จริงๆ ฉันง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย"
ยามากามิ ไอโกะใช้ผ้าเช็ดตัวโพกหัว นั่งขัดสมาธิอยู่กลางโซฟา ดูเหมือนคนอินเดียไม่มีผิด เธอบ่นอย่างหงุดหงิดว่า "ใกล้จะมาแล้ว เลิกกินได้แล้วน่า เธอกินไม่หยุดปากแบบนั้นมันก็ต้องง่วงสิ!"
"ของฟรี ไม่กินก็โง่สิ!" นิชิโนะ คิริสะไม่ใส่ใจ ยังคงยัดเข้าปากต่อไปเหมือนลูกกระรอกน้อยที่กำลังตุนเสบียงสำหรับฤดูหนาวอย่างขันแข็ง ตอนนี้พวกเธออยู่ที่บ้านของนิโนมาเอะ ป๊อปคอร์นนี้คุณยายของนิโนมาเอะ เซโกะเป็นคนคั่วให้ รสชาติไม่เหมือนที่ขายข้างนอก เธอรู้สึกว่ามันอร่อยเป็นพิเศษ—พ่อแม่ของนิโนมาเอะ เซโกะทำงานอยู่ต่างประเทศ เธอจึงอาศัยอยู่กับคุณยาย ตอนนี้ผู้เฒ่าเข้านอนไปแล้ว พวกเธอทั้งสามคนอยู่ที่นี่จึงทำตัวตามสบายและพูดคุยกันได้อย่างไร้ข้อกังขา
ยามากามิ ไอโกะหมดปัญญากับเพื่อนสนิทที่ชอบกินขนมจุบจิบคนนี้ แต่เธอก็รอจนเริ่มรำคาญแล้วเหมือนกัน จึงหันไปมองนิโนมาเอะ เซโกะ แล้วพบว่าอีกฝ่ายเงียบมาก กำลังขมวดคิ้วเล็กน้อยอ่านหนังสือราวกับคุณหนูผู้สง่างาม แม้แต่แสงไฟก็ยังเป็นใจ อาบไล้ใบหน้าสะสวยของเธอให้เปล่งประกายสีเงินจางๆ
ดูสวยงามเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกเหมือนเทพีอาธีน่าจุติลงมาบนโลกมนุษย์ เพียบพร้อมทั้งความงามและสติปัญญา แต่ยามากามิ ไอโกะกลับเอื้อมมือไปแย่งหนังสือมา ทำลายภาพอันงดงามนั้นลง พร้อมกับพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "เซโกะ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนซะหน่อย เธอเลิกถือหนังสือทำตัวเป็นคนฉลาดได้แล้ว"
เซโกะใช้ผ้าเช็ดตัวโพกผมไว้เช่นกัน เธอมีสภาพเดียวกับไอโกะคือไว้ผมยาว ซึ่งมักจะยุ่งยากกว่าในชีวิตประจำวัน พอหนังสือถูกแย่งไป ผ้าขนหนูบนหัวก็สั่นจนแทบจะหลุดร่วง เธอรู้สึกโกรธเล็กน้อย ทำหน้าตึงเอื้อมมือไปแย่งคืน "คืนมานะ ฉันไม่ได้ทำทรงเสแสร้ง ฉันกำลังอ่านอยู่จริงๆ"
"ช่างเถอะน่า ถ้าเธออ่านอยู่ทุกวันจริงๆ ทำไมคะแนนถึงยังสู้ฉันไม่ได้ล่ะ!" ไอโกะไม่หลงกล ถึงแม้คะแนนของเธอกับเซโกะรวมกันจะยังสู้ยัยเด็กหัวกะทิอย่างนิชิโนะ คิริสะไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้เธอใช้สำนวนว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเลย
เธอยัดหนังสือไว้ใต้ก้น แล้วพูดกับเซโกะว่า "ห้ามเสแสร้งแล้ว มาคุยกันดีกว่า... ตอนที่แล้วสนุกจริงๆ เหรอ?"
ถ้าเปลี่ยนเป็นนิชิโนะ คิริสะคงพุ่งเข้าไปแย่งแล้ว แต่เซโกะแค่มีหน้าตาเย็นชา นิสัยจริงๆ ค่อนข้างเก็บตัวและหัวอ่อน เธอกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมแพ้ และตอบกลับไปว่า "สนุกจริงๆ นะ"
"ละครหลังข่าวตอนสองทุ่มเธอก็พูดแบบนี้ แต่ไอ้เรื่องโคโนะสุเกะอะไรนั่นมันไม่เห็นจะสนุกเลยสักนิด!"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ยัยลูกหมูป่าอย่างยามากามิ ไอโกะกล้าโจมตีละครของไอดอลเธอแบบนี้ เซโกะต้องทำหน้าเย็นชาใส่แน่ๆ อย่างน้อยก็ต้องโกรธไปสักสามนาที แต่ครั้งนี้เธอลังเลเล็กน้อย และพูดเสียงเบาว่า "เรื่องนั้นมันยังปูเรื่องอยู่นี่นา พวกเธอไม่ได้ดูตอนแรกๆ ก็เลยรู้สึกว่าไม่สนุก แต่ 'เรื่องเล่าพิศวงแห่งโลก' เป็นละครจบในตอน มันไม่เหมือนกัน น่าจะสนุกนะ"
"ก็ได้ จะยอมเชื่อเธออีกสักครั้ง แต่ถ้าไม่สนุก เดี๋ยวตอนขึ้นเตียงจะทำให้เธอต้องชดใช้แน่!" ยามากามิ ไอโกะยอมรับ แล้วถามต่อว่า "ไอ้พังพอนนั่นเป็นนักเขียนบทหลักจริงๆ เหรอ? เธอเห็นเครดิตท้ายเรื่องชัดแล้วใช่ไหม?"
ยากจะจินตนาการได้ว่าไอ้หมอนั่นที่หน้าตาเหมือนไอ้บ้ากามจะเขียนผลงานดีๆ ออกมาได้ ถ้าบอกว่าเขาทำหนังผู้ใหญ่ล่ะก็ ยังจะน่าเชื่อซะกว่า
"ในช่องนักเขียนบทก็เขียนชื่อเขาไว้ ฉันดูไม่ผิดหรอก" เซโกะตอบกลับไป ก่อนจะขมวดคิ้วทันทีและพูดอย่างไม่พอใจว่า "แล้วก็ เลิกเรียกเขาว่าพังพอนอะไรนั่นได้แล้ว เขามีพรสวรรค์มากนะ เธอทำแบบนี้มันไม่เคารพเขาเลย"
"แต่เขาเป็นไอ้บ้ากามจริงๆ นี่นา!"
เซโกะลังเลเล็กน้อย เริ่มหาเหตุผล "บางทีเขาอาจจะแค่กำลังสังเกตชีวิต เพื่อหาข้อมูลไปสร้างสรรค์ผลงาน พวกเราคงเข้าใจเขาผิดไปเองแหละ"
นิชิโนะ คิริสะกินป๊อปคอร์นที่เตรียมไว้สำหรับดูซีรีส์ไปเกือบหมดแล้ว เธอเช็ดปากเล็กๆ แล้วหัวเราะ "เป็นไปไม่ได้หรอก สายตาเขาตอนนั้นเหมือนเตรียมจะกลืนกินพี่เนโกะเข้าไปทั้งเป็นแบบไม่ต้องจิ้มโชยุเลยด้วยซ้ำ มันคือความหื่นกามชัดๆ ไม่ผิดแน่!"
เซโกะเถียงไม่ออก วันนั้นชิฮาระ รินโตะดูไม่เหมือนคนดีจริงๆ ข้อนี้เธอแก้ตัวให้ไม่ได้ แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังยืนกรานว่า "คนมีพรสวรรค์แบบเขา มักจะมีความโรแมนติกอยู่บ้าง บางทีเขาอาจจะแค่ตกหลุมรักพี่เนโกะตั้งแต่แรกเห็น ไม่ได้แย่อย่างที่พวกเธอคิดหรอก"
นิชิโนะ คิริสะแทงใจดำอย่างไม่ปรานี "รักแรกพบเหรอ? เธอเคยได้ยินว่ามีผู้ชายคนไหนตกหลุมรักผู้หญิงขี้เหร่ตั้งแต่แรกเห็นบ้างไหมล่ะ? รักแรกพบก็แค่คำพูดสวยหรูของความหื่นกามนั่นแหละ เขาเป็นไอ้บ้ากามไม่ผิดแน่ อย่างมากก็เป็นแค่ไอ้บ้ากามที่มีพรสวรรค์"
ส่วนยามากามิ ไอโกะเริ่มสงสัย เธอมองสำรวจเซโกะตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามอย่างแปลกใจว่า "ทำไมเธอถึงคอยพูดแก้ตัวให้เขาอยู่เรื่อยเลยล่ะ? คราวที่แล้วคนที่กังวลว่าพี่ฮิโตมิจะถูกหลอก ก็เป็นเธอไม่ใช่เหรอที่พูดขึ้นมาก่อน?"
"ความจริงก็พิสูจน์แล้วไงว่าพี่ฮิโตมิไม่ได้ถูกหลอก!" เซโกะรักษาความเยือกเย็นไว้ไม่ได้แล้ว ใบหน้าของเธอแดงก่ำ และพูดอย่างแข็งกร้าวว่า "ฉันก็แค่กันไว้ก่อน ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเขาเป็นคนเลว"
ยามากามิ ไอโกะบีบคางเล็กๆ ของตัวเองและตกอยู่ในภวังค์ความคิด "รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ค่อยถูกต้อง..."
นิชิโนะ คิริสะหัวเราะหึๆ อยู่ด้านข้างพลางสุมไฟ "ฉันว่านิสัยเดิมของเธอคงกำเริบอีกแล้วล่ะ พอเห็นเขามีพรสวรรค์ก็เลยชอบเขาเข้าแล้วสิ!"
"ฉันเปล่านะ!" เซโกะร้อนรน ยืดหลังตรงแล้วพูดว่า "ฉันก็แค่พูดไปตามความจริง!"
"หรืออาจจะถึงวัยเจริญพันธุ์แล้วก็ได้นะ!" สายตาของยามากามิ ไอโกะจับจ้องไปที่ตัวเซโกะ เอื้อมมือไปคว้าหมับเข้าให้ ปากก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ "ดูสิ ปีนี้เธอโตขึ้นเยอะเลย ก้นใหญ่กว่าตอนปีหนึ่งอีก!"
"จริงด้วย ดูสิ ขาทั้งขาวทั้งยาว เอวก็เล็ก หน้าอกนี่... ใหญ่กว่าของพวกเราสองคนรวมกันอีกมั้ง?" นิชิโนะ คิริสะก็เริ่มลูบคลำไปทั่วร่างเช่นกัน เธอหัวเราะหึๆ "สุกงอมเต็มที่แล้ว ร้อยทั้งร้อยคงอยากจะเอาตัวไปป้อนหมาป่าเองแล้วล่ะมั้ง!"
"ฉันเปล่านะ ฉันเปล่า!"
เพื่อนสนิททั้งสองทำตัวเหมือนอันธพาลสาวลูบคลำไปทั่ว เซโกะพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่ก็สู้แรงพวกเธอสองคนไม่ได้ ไม่นานก็ถูกกดลงบนโซฟา เธอร้อนรนจริงๆ ไม่สนแล้วว่าชุดนอนจะเป็นยังไง จะโป๊หรือเปล่า เธอเตะขาขึ้นฟ้าอย่างแรงแล้วตวาดว่า "พอได้แล้ว ถ้ายังเล่นบ้าๆ อีกฉันจะโกรธแล้วนะ!"
"งั้นจะไว้ชีวิตให้สักครั้ง จำไว้นะ พวกเราเป็นพวกเดียวกัน ต้องรวมพลังกันรับมือสิ ห้ามพูดเข้าข้างไอ้บ้ากามนั่นอีก!" ยามากามิ ไอโกะเห็นว่าเธอทำท่าจะโกรธจริงๆ จึงปล่อยมือทันที แต่ก็ยังไม่วายเตือนสำทับไปอีกหนึ่งประโยค
นิชิโนะ คิริสะปล่อยมือไปตั้งนานแล้ว เธอยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ "ใช่แล้ว เซโกะ จุดยืนของพวกเราจะสั่นคลอนไม่ได้ ผู้ชายแบ่งออกเป็นสองประเภทเท่านั้น คือพวกบ้ากามกับพวกโคตรบ้ากาม โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นพวกคนเลวทั้งนั้นแหละ ถ้าเธอจำข้อนี้ไม่ได้ อนาคตเธอต้องถูกคนอื่นหลอกฟันจนหมดตัวแน่"
พูดจบ เธอก็เหลือบมองหน้าจอทีวี แล้วร้องอย่างดีใจว่า "ดูสิ ละครรอบดึกเริ่มแล้ว!"
ยามากามิ ไอโกะไม่สนใจเซโกะอีกต่อไป เธอหันไปมองทีวีทันที ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เซโกะเอาแต่พูดถึงซีรีส์เรื่องนี้ไม่หยุด เธอจึงเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาจริงๆ ส่วนเรื่องที่ว่าเซโกะจะโกรธจริงหรือเปล่านั้น ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจเลย—พวกเธอรู้จักกันมาเกือบสองปีแล้ว สถิติการโกรธที่ยาวนานที่สุดของเพื่อนคนนี้ในปัจจุบันคือเจ็ดนาทีสี่สิบสองวินาที
ตอนที่เพิ่งรู้จักกัน เธอรู้สึกว่าเซโกะค่อนข้างจะเข้าถึงยาก ด้วยสีหน้าที่เย็นชาและเย่อหยิ่ง ใบหน้าอันงดงาม รูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ทรงผมยาวตรงสีดำสไตล์คุณหนูยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่น ช่างเหมือนกับนางเอกผู้เพียบพร้อมในมังงะตาหวานที่มีหน้าตาสะสวย หุ่นดี เรียนเก่ง กีฬาเด่น และป๊อปปูลาร์สุดๆ ในโรงเรียน ราวกับเป็นผู้หญิงเพอร์เฟกต์ในตำนาน ที่ทำให้ผู้คนได้แต่ชื่นชมหลงใหลอยู่ห่างๆ และยากที่จะเข้าใกล้
แต่ผ่านไปไม่ถึงเดือนเธอก็พบว่า ยัยนี่ก็แค่หน้าตาดูฉลาดเท่านั้นแหละ ที่จริงแล้วซื่อบื้อจะตายไป ก็พอๆ กับตัวเธอนั่นแหละ แถมที่น่าเหลือเชื่อกว่านั้นคือยังเป็นสาวน้อยผู้รักศิลปะและวรรณกรรมอีกด้วย ว่างๆ ก็ชอบถือหนังสือเล่มหนาเตอะที่แค่เห็นชื่อเรื่องก็ทำเอาตาลายมานั่งฝืนอ่าน—เส้นเลือดดำบนหน้าผากปูดโปนออกมาเลยเชียว แต่เธอก็ยังจะฝืนอ่านต่อไป โดยอ้างว่าเป็นการยกระดับความรู้ทางวรรณกรรม
อีกทั้งนิสัยใจคอก็ดีมาก พอสนิทกันแล้วก็ไม่มีความเย่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อย จะบอกว่าเหมือนนกฟีนิกซ์หรือนกยูง สู้บอกว่าเหมือนลูกกวางน้อยแสนซื่อบื้อยังจะดีกว่า พูดง่ายๆ ก็คือ ยัยนี่ดูเหมือนจะเก่งกาจ แต่ที่จริงแล้วเป็นพวกกินพืช รังแกง่ายสุดๆ—ตลอดช่วงปีหนึ่ง เธอกับนิชิโนะสองคนมักจะชอบจับก้นอวบๆ ของลูกกวางน้อยตัวนี้เพื่อความบันเทิงอยู่บ่อยๆ และในกีฬาชนิดนี้ สถิติการโกรธสูงสุดของลูกกวางน้อยก็คือสองนาทีสี่สิบวินาที
อย่างไรก็ตาม การรังแกก็จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มเล็กๆ ของพวกเธอเท่านั้น ถ้าคนนอกกล้ามาแหยมล่ะก็ พวกเธอจะทำให้รู้ว่าหมูป่ายามากามิกับสุนัขจิ้งจอกนิชิโนะไม่ได้มีไว้ประดับบารมี—ตลอดเวลาเกือบสองปีที่คบกันมา พวกเธอต่างก็รู้สึกว่าลูกกวางน้อยตัวนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพวกเธอแล้ว ส่วนลูกกวางน้อยเองก็ไม่ได้มีความเห็นอะไร นิสัยดีสุดๆ ไปเลยจริงๆ
และก็เป็นอย่างที่คิด ลูกกวางน้อยจัดระเบียบชุดนอนที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ เธอนั่งหน้ามุ่ยอยู่ตรงนั้นไม่ถึงห้าสิบวินาที โดยไม่ได้โวยวายอะไร สายตาก็หันไปมองทีวี และเริ่มดู 'เรื่องเล่าพิศวงแห่งโลก' ตอนที่สอง
เธอค่อนข้างกังวล กลัวว่าซีรีส์เรื่องนี้จะทำได้น่าทึ่งแค่ตอนต้น พอตอนหลังๆ ก็จะกลายเป็นละครรอบดึกธรรมดาๆ ที่เริ่มขายความเซ็กซี่หรือสาดเลือดสาดเนื้อเพื่อกระตุ้นผู้ชมอย่างยัดเยียด
ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หนังสั้นสามเรื่องก่อนหน้านี้สนุกมาก เป็นไปได้ว่านักเขียนบทอาจจะใช้เวลาคิดพล็อตเรื่องมานานแล้ว จะใช้เวลาถึงสองสามปีก็ไม่แปลก แต่คนเราก็ย่อมมีตอนที่มุกตันกันได้ ไอเดียดีๆ ไม่มีทางมีอยู่แบบไม่มีที่สิ้นสุดหรอก เมื่อเรื่องราวดีๆ ถูกใช้ไปจนหมด แต่ซีรีส์ยังต้องถ่ายทำต่อไป คุณภาพของงานก็ย่อมลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เธอเข้าใจเรื่องแบบนี้อย่างลึกซึ้ง เธอเคยมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสาร เรื่องราวนั้นเป็นสิ่งที่เธอคิดมาตลอดตั้งแต่เด็ก พอได้ถ่ายทอดลงบนหน้ากระดาษ เธอรู้สึกโล่งใจและมีความสุขมาก แถมหลังจากตีพิมพ์ก็ได้รับคำชมในระดับหนึ่ง แต่พอเธอเขียนต่อไปเรื่อยๆ กลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว เธอส่งต้นฉบับไปตั้งหลายครั้ง แต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้ง
ตอนนี้ เธอชอบหนังสั้นสามเรื่องในตอนแรกมาก จึงไม่อยากให้ 'โลกพิศวง' ตอนที่สองกลายเป็นเรื่องธรรมดาดาดๆ ในใจรู้สึกเกร็งเล็กน้อย แต่พอดูไปดูมาก็เริ่มโล่งใจ และเริ่มจดจ่อกับเนื้อเรื่อง—มันยังคงสนุกเหมือนเดิม คุณภาพไม่ได้ลดลงเลย
นี่มันหายากมากเลยนะ อาจารย์ชิฮาระคนนั้นเก่งกาจจริงๆ
'โลกพิศวง' ตอนที่สองในโลกคู่ขนานนี้มีความยาวเพียง 65 นาที แบ่งออกเป็นหนังสั้นสองเรื่อง และจบลงอย่างรวดเร็ว ยามากามิ ไอโกะยังไม่ยอมแพ้ จ้องมองเครดิตท้ายเรื่องตาไม่กะพริบ ในที่สุดก็พึมพำออกมาว่า "ทีมเขียนบทมีแค่เขาคนเดียวจริงๆ ด้วย เป็นนักเขียนบทหลักจริงๆ แฮะ..."
เดิมทีนิชิโนะ คิริสะก็ง่วงแล้ว พอตอนนี้ดูจบก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอกัดนิ้วโป้งแล้วพูดว่า "สนุกจริงๆ ด้วยนะเนี่ย ไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นไอ้บ้ากามที่มีพรสวรรค์จริงๆ"
เซโกะรู้สึกว่าการป้ายยาซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ ความมั่นใจก็เพิ่มขึ้นเป็นกอง จึงรีบแก้ต่างให้ชิฮาระ รินโตะอีกครั้ง "เพราะงั้นก็เลิกด่าเขาได้แล้ว คนที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้จะเป็นไอ้บ้ากามไปได้ยังไงกัน"
นิชิโนะ คิริสะมองเธออย่างแปลกใจ "ความสามารถก็คือความสามารถ นิสัยก็คือนิสัย เขาเป็นบ้ากามหรือเปล่ามันไม่เกี่ยวกับการที่เขาเขียนบทละครดีๆ ออกมาได้ซะหน่อย"
เซโกะส่ายหน้า "คนที่มีพรสวรรค์แบบนี้ไม่มีทางเป็นคนตื้นเขินและหยาบคายหรอก ฉันคิดว่าต้องเป็นการเข้าใจผิดแน่ๆ"
ยามากามิ ไอโกะปิดทีวี แล้วหัวเราะร่าตะโกนใส่เซโกะว่า "ฉันว่านิสัยเดิมของเธอกำเริบแล้วล่ะ!"
เธอเอื้อมมือไปคว้าเรียวขายาวของเซโกะ แล้วตะโกนต่อว่า "ไอ้บ้ากามนั่นเคยคิดมิดีมิร้ายกับพี่เนโกะ เธอห้ามพูดเข้าข้างเขาอีกนะ ถ้าเธอยังวางตัวไม่ถูกล่ะก็ คงต้องจัดการสั่งสอนเธอสักหน่อยแล้ว—พูดมาเดี๋ยวนี้ ว่าหมอนั่นมันเป็นไอ้บ้ากาม!"
เธอกำลังล้อเซโกะเล่น แต่เซโกะกลับจริงจังมาก "ฉันไม่พูด!"
นิชิโนะ คิริสะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการคว้าแขนทั้งสองข้างของเซโกะ ยกตัวเธอขึ้นแล้วเดินไป พลางหัวเราะหึๆ "งั้นก็ต้องสั่งสอนยัยนี่สักหน่อยแล้ว ไม่งั้นอนาคตถูกคนอื่นจับไปขายยังไม่รู้ตัวเลยมั้ง—ผู้ชายไม่มีดีสักคน ยัยงั่งอย่างเธอต้องโดนดัดนิสัยซะใหม่แล้ว!"
ลูกกวางน้อยขัดขืนอย่างไร้เรี่ยวแรง ถูกหมูป่ากับสุนัขจิ้งจอกหามเข้าไปในห้องนอนโดยตรง จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะคิกคักปนกับเสียงร้องโวยวายด้วยความโมโหดังออกมา ตามด้วยหมอนใบหนึ่งที่ลอยละลิ่วออกมาจากห้อง
…………
ในขณะที่ลูกกวางน้อยกำลังทำสงครามกับหมูป่าและสุนัขจิ้งจอก นักวิจารณ์ละครอย่างคาเมดะ คันตะก็ปิดทีวีลงด้วยความพึงพอใจเช่นกัน—ดีมาก สมแล้วที่เป็นนักเขียนบทที่ฉันเล็งไว้ รักษาระดับได้ดีมาก เรื่องราวที่เขียนออกมายังคงสนุกเหมือนเดิม
เขาคือดาวรุ่งดวงใหม่ และในตอนนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะกลายเป็นแค่ดาวตกเลย น่าเสียดายก็แค่ เห็นได้ชัดว่าทางสถานีโทรทัศน์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขา เวลาออกอากาศที่เขาได้มานั้นแย่มาก ไม่มีทางที่จะเข้าไปติดอันดับละครฮิตได้เลย และไม่ได้รับความสนใจ ไม่อย่างนั้นเขามีสิทธิ์ลุ้นรางวัลนักเขียนบทหน้าใหม่ของสถาบันในปี 95 ได้อย่างสบายๆ
เขาคลี่กระดาษต้นฉบับออก เตรียมตัวที่จะเขียนชมละครเรื่องนี้อีกครั้ง และให้คะแนนแนะนำว่าต้องดูระดับห้าดาว
ถึงแม้จะไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนัก แต่เขาก็รู้สึกว่าควรจะสนับสนุนนักเขียนบทหน้าใหม่แบบนี้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ละครรอบดึกมีแต่หนังห่วยๆ ไปซะหมด