เนื่องจากเผยเจียนต้องไปพบเพื่อนร่วมสถานศึกษา
ชุยเซี่ยนจึงเดินทางกลับจวนเผยเพียงลำพัง
เขานอนลงบนเตียงนุ่มนิ่ม หวนนึกถึงตอนเช้าที่สถานศึกษา สีหน้าโกรธเกรี้ยวของอู๋ชิงหลานตอนเดินออกมาจากห้องข้าง ทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก
ท่านอาจารย์ต้องเห็นสมุดคัดลายมืออันแสนอัปลักษณ์ของเขาแล้วแน่ๆ
ดีไม่ดีอาจจะเขียนคำวิจารณ์ทิ้งไว้ด้วย
พรุ่งนี้ไปสถานศึกษาแล้ว ค่อยหาโอกาสไปดูว่าอีกฝ่ายเขียนวิจารณ์ไว้ว่าอย่างไร
แต่ส่วนใหญ่คงไม่ใช่คำพูดดีๆ อะไรนัก
สายตากวาดมองห้องนอนอันหรูหราของตระกูลเผยตรงหน้า รอยยิ้มบนมุมปากของชุยเซี่ยนก็ค่อยๆ หุบลง
(แผนการ 'เด็กอัจฉริยะ' เริ่มเดินหน้าแล้ว)
(แผนการหาเงินก็ต้องรีบกำหนดตารางเวลาโดยเร็วสินะ)
ในขณะที่ชุยเซี่ยนกำลังครุ่นคิดว่า จะดึงเผยเจียนมาร่วมหุ้นทำธุรกิจของเล่น 'ตุ๊กตาดินเผาหวงพั่ง' และ 'มโหรา' เพื่อหาเงินอย่างสมเหตุสมผลได้อย่างไรนั้น——
"คุณชายกลับมาแล้ว!"
เสียงของสาวใช้ดังขึ้นในลานเรือน
ชุยเซี่ยนรีบผุดลุกขึ้นจากเตียง
·
อีกด้านหนึ่ง
"ความหมายของเจ้าก็คือ เด็กหนุ่มที่ชื่อชุยเซี่ยนคนนั้น ค้นพบเจ้าที่เปล่งประกายเจิดจ้าท่ามกลางผู้คนมากมาย ผ่านตุ๊กตามโหราที่ไม่มีอยู่จริงงั้นรึ"
"เขายอมสยบให้กับเสน่ห์ในตัวเจ้า มั่นใจว่าเจ้าหล่อเหลา ห้าวหาญ ใจกว้าง เปิดเผย ยอดเยี่ยม และมีกลิ่นอายความเป็นวิญญูชนเต็มเปี่ยม"
"ดังนั้นจึงยอมรับเจ้าเป็นลูกพี่จากใจจริง ถึงขั้นรู้สึกว่าเจ้าเป็นเด็กอัจฉริยะ และมีแววจะได้เป็นจอหงวน?"
"นี่มัน... สมเหตุสมผลหรือ"
หลังจากฟังคำบอกเล่าของเผยเจียนจบ
จวงจิ่น หลี่เฮ่ออวี้ และเกาฉี ทั้งสามคนก็เบิกตาโพลงพร้อมกัน
ทว่าลึกๆ ในใจกลับอิจฉาตาร้อนอย่างยิ่ง
เผยเจียนทำหน้าหยิ่งผยอง "สมเหตุสมผลสิ คุณชายอย่างข้ายอดเยี่ยมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"
สหายตัวแสบทั้งสามทำท่าจะอาเจียนออกมาทันที
เผยเจียนโกรธจัด
ทว่าไม่นานเขาก็เก็บความโกรธเอาไว้ แล้วประสานมือคารวะสหายทั้งสามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ พวกเจ้าก็เข้าใจแล้วสินะ"
"ตอนนี้พวกเจ้าสามคน ไม่รีบไสหัวไปซะ ก็ตามข้ากลับจวน แน่นอนว่าไปแล้วก็ระวังคำพูดคำจาด้วย หากกล้าฉีกหน้าข้าต่อหน้าลูกน้องล่ะก็ ข้าเอาพวกเจ้าตายแน่!"
จวงจิ่นทั้งสามคนลอบสบตากันด้วยสีหน้าลึกซึ้ง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปหาเผยเจียนอย่างรู้ใจกัน
"ไปบ้านเจ้าก็ได้ จ่ายค่าปิดปากมาคนละสิบตำลึง พวกข้ารับรองว่าจะไม่ฉีกหน้าเจ้า มิเช่นนั้นล่ะก็ หึๆ..."
ไอ้พวกตัวแสบสามคนนี้!
เผยเจียนด่าทอทางวาจา แต่ก็ยอมจ่ายให้ด้วยความปวดใจ
ดังนั้น
เมื่อชุยเซี่ยนได้ยินว่าคุณชายกลับมาแล้ว เขาจึงเปิดประตูห้องปีกแล้วเดินออกไป
ก็เห็นเด็กหนุ่มสามคนชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังของเผยเจียน แล้วพากันจ้องมองเขาประหนึ่งเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชุยเซี่ยนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย จึงหันไปมองเผยเจียนเป็นเชิงถาม "ลูกพี่?"
ยังไม่ทันที่เผยเจียนจะได้อธิบาย
จวงจิ่นก็ชิงก้าวเข้ามาหาเสียก่อน พลางกล่าวอย่างกระตือรือร้น "เจ้าคือชุยเซี่ยน ลูกน้องของเผยเจียนสินะ ยินดีที่ได้รู้จักๆ อะแฮ่ม มาๆๆ เจ้าลองมองข้าสิ รู้สึกหรือไม่ว่าข้ารูปร่างสง่างาม ฉลาดหลักแหลม ความหมายของข้าก็คือ เจ้ามีความรู้สึกวูบวาบอยากจะรับข้าเป็นลูกพี่บ้างหรือไม่"
เกาฉีดึงจวงจิ่นออกไปจากด้านหลัง แล้วหันมามองชุยเซี่ยน "ชุยเซี่ยน อย่าไปสนใจเจ้าอ้วนตายนี่เลย เจ้าดูข้าสิ ข้ามีทั้งกล้ามอก กล้ามแขนเลยนะ! กำยำล่ำสันใช่ไหมล่ะ อยากรับข้าเป็นลูกพี่บ้างไหม"
หลี่เฮ่ออวี้ที่ตามหลังมาเริ่มร้อนใจ อยากจะเบียดเข้าไปตรงหน้าชุยเซี่ยน แต่กลับถูกจวงจิ่นและเกาฉีขวางเอาไว้
จึงทำได้เพียงอาศัยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูง เขย่งปลายเท้าอยู่ด้านหลังเพื่อทักทายชุยเซี่ยน "ชุยเซี่ยน ยินดีที่ได้รู้จัก ความจริงแล้ว ข้า ข้าก็ยอดเยี่ยมมากเหมือนกัน เหมาะจะเป็นลูกพี่ของคนอื่นมากๆ เลยนะ!"
ชุยเซี่ยน "..."
นี่มันเล่นงิ้วบทไหนกันอีกล่ะเนี่ย
ที่แท้ เมื่อครู่หลังจากฟังคำบอกเล่าอย่างหยิ่งผยองของเผยเจียนจบ
สหายตัวแสบทั้งสามดูผิวเผินเหมือนไม่แยแส แต่ความจริงในใจกลับอิจฉาตาร้อนจนทนไม่ไหว
การรับลูกน้องกลางถนนอะไรเทือกนั้น ฟังดูมีกลิ่นอายของจอมยุทธ์ แถมยังดูเท่สุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือ!
ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่เห็นชุยเซี่ยน พวกเขาทั้งสามจึงเริ่ม 'แย่งคน' กันทันที
เผยเจียนได้ยินดังนั้นก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ไอ้พวกตัวแสบสามคนนี้ ที่แท้จุดประสงค์ไม่ใช่การรีดไถเงิน แต่เป็นการแย่งลูกน้องของเขาต่างหาก
แต่ลูกน้องคนนี้เคารพเทิดทูนลูกพี่อย่างเขามาก คงจะ... คงจะไม่ถูกแย่งไปหรอกมั้ง?
เผยเจียนไม่ได้เอ่ยปากในทันที แต่ลอบมองชุยเซี่ยนด้วยความคาดหวัง
ชุยเซี่ยนกระจ่างแจ้งในใจ
เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วส่ายหน้าให้กับเด็กหนุ่มทั้งสามที่จ้องมองตนเองด้วยแววตาเป็นประกาย "ขออภัยด้วย ชาตินี้ข้าชุยเซี่ยนยอมรับเพียงเผยเจียนคนเดียวเป็นลูกพี่ของข้า! ลูกพี่ดีต่อข้ามาก เป็นลูกพี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก!"
เมื่อเผยเจียนได้ยินคำพูดนี้ก็หัวเราะลั่น สีหน้าท่าทางดูโอ้อวดถึงขีดสุด
จวงจิ่น เกาฉี และหลี่เฮ่ออวี้ที่ถูกปฏิเสธ มองดูท่าทางของชุยเซี่ยนที่จ้องมองเผยเจียนด้วยแววตาเป็นประกาย คลอไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
ในใจทั้งรู้สึกผิดหวังและอยากได้จนตัวสั่น
ทั้งสามคนจินตนาการว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชน แล้วจู่ๆ ก็บังเอิญพบกับชุยเซี่ยน
จากนั้นชุยเซี่ยนก็หันมามองพวกตนด้วยความตื่นเต้น ปากก็ร้องอุทานว่า 'ท่านก็คือลูกพี่ที่ข้าท่องยุทธภพตามหามาแปดปี เป็นลูกพี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก'
เพียงแค่คิดก็รู้สึกฟินจนตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
เผยเจียนปรายตามองสีหน้าอิจฉาตาร้อนของสหายตัวแสบทั้งสามด้วยความภาคภูมิใจ
ก่อนจะหันมามองชุยเซี่ยนแล้วอธิบายว่า "นี่คือเพื่อนร่วมสถานศึกษาทั้งสามของข้า เมื่อครู่พวกเขาแค่ล้อเจ้าเล่นน่ะ เจ้าอย่าได้ถือสาเลย"
"ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก เจ้าอ้วน... อะแฮ่ม เด็กหนุ่มรูปร่างจ้ำม่ำคนนี้มีนามว่าจวงจิ่น ปีนี้อายุสิบปี พ่อของเขาเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งหนานหยาง มีกิจการในชื่อมากมายนับไม่ถ้วน ครอบคลุมธุรกิจกว่าสิบประเภท ยังจำตลาดตอนที่เราพบกันครั้งแรกได้หรือไม่ ตลาดทั้งเส้นนั้นเป็นของบ้านเขาทั้งหมดเลยนะ"
จวงจิ่นที่ถูกแนะนำตัวยืดอกขึ้นอย่างสงวนท่าที สายตาจับจ้องไปที่ชุยเซี่ยนอย่างคาดหวัง
"ส่วนเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนนี้มีนามว่าหลี่เฮ่ออวี้ อายุ 11 ปี รุ่นราวคราวเดียวกับข้า พ่อของเขาเป็นยอดช่างก่อสร้างที่โด่งดังไปทั่วทั้งมณฑลเหอหนาน อย่างเช่น ที่ว่าการอำเภอหนานหยาง ที่ว่าการเมือง รวมถึงตรอกฝูหนิวทั้งเส้น ล้วนเป็นผลงานการก่อสร้างของพ่อและบรรพบุรุษของเขาทั้งสิ้น"
หลี่เฮ่ออวี้เองก็แสร้งทำท่ายืดอกยืนตรงเช่นเดียวกัน
"สุดท้าย เด็กหนุ่มร่างกำยำคนนี้คือเกาฉี อายุ 10 ปี พ่อของเขาเป็นนายกองพันแห่งกองทหารหนานหยาง"
เกาฉีเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง ทว่าสายตากลับชำเลืองมองชุยเซี่ยนอย่างลืมตัว
เมื่อได้ยินเผยเจียนแนะนำฐานะของเด็กหนุ่มทั้งสามจบ ดวงตาของชุยเซี่ยนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที ในใจร้องตะโกนว่าให้ตายเถอะ
นี่คือแวดวงสังคมของพี่ชายผู้มั่งคั่งงั้นหรือเนี่ย
ร้ายกาจไม่เบาเลยจริงๆ!
เริ่มจากลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งหนานหยาง ร่ำรวยเงินทอง มีเส้นสาย มีช่องทาง
ถัดมาคือลูกชายยอดช่างก่อสร้าง มีเทคโนโลยี มีบุคลากร
สุดท้ายคือลูกชายนายกองพันขั้นห้า นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในเมืองหนานหยาง ถือเป็น 'สัจธรรม' อันเด็ดขาด
ส่วนเผยเจียนที่มาจากตระกูลซึ่งมีจวี่เหรินถึงสองคน ก็มีชื่อเสียง มีภูมิหลัง มีทรัพยากร
ก่อนหน้านี้ชุยเซี่ยนไม่ได้ใส่ใจเพื่อนคุณชายเสเพลของเผยเจียนกลุ่มนี้สักเท่าไร
แต่ตอนนี้เมื่อได้ฟังการแนะนำฐานะแล้ว
สี่คนนี้มารวมตัวกัน ก็คือการรวมพลังของ 'บัณฑิต ช่างฝีมือ พ่อค้า ทหาร' อย่างแข็งแกร่ง มากพอที่จะแก้ไขปัญหาได้ทุกด้านในเมืองหนานหยาง!
ดูท่า การที่คุณชายทั้งสี่คนนี้มาเป็นเพื่อนเล่นกันได้ ส่วนใหญ่คงเป็นเพราะได้รับคำชี้แนะจากผู้อาวุโสในตระกูล
ตอนเด็กเป็นเพื่อนเล่นกัน โตขึ้นก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
นี่คือวิถีปฏิบัติพื้นฐานของลูกหลานตระกูลเศรษฐี
ส่วนธุรกิจของเล่นที่ชุยเซี่ยนอยากจะทำ ตั้งแต่การเผา การกระจายสินค้า ไปจนถึงการขาย สำหรับคุณชายน้อยเหล่านี้แล้ว เป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
ในสถานการณ์ปกติ
ลูกชาวนาฐานะยากจนอย่างชุยเซี่ยน แม้จะอาศัยอยู่ในหนานหยางร่วมกับคุณชายเหล่านี้ แต่ทั้งชีวิตก็คงไม่มีทางได้ข้องแวะกัน
ทว่าสิ่งที่น่าสนใจก็คือ
ผ่าน 'สื่อกลางทรัพยากรที่แข็งแกร่งที่สุด' อย่างเผยเจียน ตอนนี้คุณชายที่มีที่มาไม่ธรรมดาทั้งสามคน ล้วนกำลังจ้องมองชุยเซี่ยนตาเป็นมัน เพื่อรอคอยปฏิกิริยาของเขา
ในเมื่อพวกเขากระตือรือร้นแย่งกันมาให้หลอก... มาผูกมิตรถึงที่ แล้วชุยเซี่ยนจะปฏิเสธได้อย่างไรเล่า
"ว้าว!"
ดังนั้น ภายใต้สายตาอันคาดหวังของคุณชายทั้งสาม ชุยเซี่ยนจึงเบิกตากว้าง "ลูกพี่ เพื่อนๆ ของท่าน แต่ละคนช่างเก่งกาจเหลือเกิน! ทั้งหล่อเหลา ซื่อตรง ฉลาดหลักแหลม มีความเป็นวิญญูชน! พวกท่านยืนอยู่ด้วยกัน ก็คือสี่ยอดกวีแห่งหนานหยางอันเจิดจรัส ทำให้ผู้คนหวั่นไหว เคารพเลื่อมใสและใฝ่ฝันหา"
อะ... อะไรนะ?
สี่ยอดกวีแห่งหนานหยาง?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คุณชายน้อยทั้งสี่ก็หน้าแดงก่ำ ตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
แต่ละคนพยายามยืดตัวตรง จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผม จินตนาการถึงภาพที่พวกตนทั้งสี่คนเดินเรียงหน้ากระดานไปตามท้องถนน แล้วมีผู้คนสัญจรไปมาพากันร้องอุทานว่า 'สี่ยอดกวีมาแล้ว' เพียงแค่นี้ก็รู้สึกฟินจนถอนตัวไม่ขึ้น
พวกเขาล้วนเป็นคุณชายเสเพลที่ไม่เอาถ่านเรื่องการเรียน เมื่อก่อนไม่ว่าจะเดินไปที่ใด ก็มักจะถูกเยาะเย้ยถากถางเสมอ
พูดได้โดยไม่เกินจริงเลยว่า
คำชมที่คุณชายตรงหน้าเหล่านี้เคยได้ยินมาทั้งชีวิตรวมกัน ยังไม่เท่ากับที่ชุยเซี่ยนชมในวันนี้ แถมยังชมได้ไพเราะระรื่นหูอีกต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ จึงเหมือนกับเผยเจียนในตอนแรก เพียงแค่สบตากันครั้งเดียว คุณชายเสเพลทั้งสามก็ 'ตกหลุมพราง' เข้าอย่างจัง
รู้สึกเพียงว่าชุยเซี่ยนนอกจากจะหน้าตาหล่อเหลาแล้ว ยังพูดจาไพเราะ ทั้งสองฝ่ายราวกับรู้จักกันมานานแสนนาน แทบอยากจะดึงมาเป็นสหายรู้ใจในชีวิต
เขา ชุยเซี่ยน เข้าใจข้า!
ทุกคนล้วนคิดว่าข้าโง่เขลาไม่ได้เรื่อง
มีเพียงเขา ที่มองทะลุรูปลักษณ์อันหล่อเหลาของข้า เข้าไปเห็นถึงความฉลาดหลักแหลมและความเย่อหยิ่งที่ซ่อนพรางอยู่ภายในจิตใจ!
"ใช่ๆ พวกเรานี่แหละคือสี่ยอดกวีแห่งหนานหยาง"
"ชุยเซี่ยนน้องรัก เจ้าช่างสายตาแหลมคมจริงๆ มีตาแหลมคมมองเห็นผู้มีความสามารถ"
"เพื่อนอย่างเจ้า พวกข้าคบหาแน่นอน!"