เฮ้... ต้องขนาดนี้เลยเหรอ!
หลินจิ้งมองสัตว์ประหลาดที่เข้ามาอย่างตกตะลึง
ไม่ใช่เซียนผู้ทรงธรรมบุกมาถึงฐานที่มั่นของสำนักศพอสูร แต่เป็น... ปีศาจที่ถูกกายาของเขาดึงดูดมางั้นหรือ?
หมีดำที่กินผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างฐานของสำนักมารเป็นอาหาร...
พูดตามตรง ถ้าเลือกได้ จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยากจะร่วมมือกับสัตว์อสูรในระยะยาวเลย
ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามมีเหตุผลและยอมตกลง แต่ความเจ็บปวดก็ยังคงอยู่ที่ตัวเขา
เพิ่งหนีจากรังหมาป่า ก็มาเข้าปากหมีอีก หลินจิ้งรู้สึกเหนื่อยใจอย่างยิ่ง
หลินจิ้งสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยออกมาจากปากของปีศาจหมีดำ เขาพยายามเรียบเรียงความคิดและกำลังจะแนะนำวิธีการกินตัวเองที่ถูกต้อง
ระหว่างนั้น ตุบ ตุบ... หัวใจของหลินจิ้งเต้นรัวไม่หยุด ร่างกายที่แข็งทื่อราวกับจะขยับได้แล้ว แต่ถึงจะขยับได้ เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหนีรอดไปได้
“ท่านจอมราชา โปรดฟังข้าสักคำ...” หลินจิ้งเอ่ยปาก ตั้งใจจะใช้ทั้งเหตุผลและอารมณ์เกลี้ยกล่อม
แต่ในวินาทีต่อมา เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น ทำให้ความรู้สึกของเขาค่อนข้างจะแปลกประหลาด
“ท่านผู้เฒ่าหมีดำ”
ผู้มีกายาหยางบริสุทธิ์คนก่อนหน้า ไม่รู้ว่าออกมาจากห้องขังที่พังทลายตั้งแต่เมื่อใด เขากำลังปัดฝุ่นตามตัวพลางประสานหมัดคารวะปีศาจหมีดำอย่างนอบน้อม “เขายังเป็นแค่คนธรรมดา ท่านอย่าขู่เขาเลย หากเกิดตายไปก่อนจะทำอย่างไร?”
“โอ้ว?” ปีศาจหมีดำยื่นฝ่ามือออกมาเช็ดน้ำลาย ดวงตากลอกไปมาพลางมองไปยังผู้มีกายาหยางบริสุทธิ์แล้วกล่าวว่า “ครั้งนี้เจ้าสร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่แล้ว”
“ผู้บำเพ็ญเพียรของสำนักมารในฐานที่มั่นของสำนักศพอสูรแห่งนี้ถูกข้าจัดการหมดแล้ว...”
“จากนี้ไป ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนจากกองปราบอสูรมาจัดการที่เหลือเถอะ แต่ว่าเจ้าหมอนี่...” ปีศาจหมีดำมองไปทางหลินจิ้งแล้วเลียริมฝีปาก
“ข้ารู้” ผู้มีกายาหยางบริสุทธิ์หัวเราะลั่น
พูดจบ เขาก็มองไปยังหลินจิ้งอย่างเป็นมิตร
ในตอนนี้ นอกจากความเงียบแล้ว หลินจิ้งก็มีเพียงความเงียบ
นี่มัน...
ผู้มีกายาหยางบริสุทธิ์ยิ้มให้หลินจิ้งแล้วกล่าวว่า “สหาย ข้ารู้ว่าในใจเจ้ามีข้อสงสัยมากมาย ข้าจะมาไขข้อข้องใจให้”
“ข้าน้อยโอวหยางฮ่าว ศิษย์ในของสำนักพิชิตอสูร เพื่อให้ความร่วมมือกับภารกิจของสำนัก จึงจงใจปลอมตัวเป็นเหยื่อลอบเข้ามาในฐานที่มั่นของสำนักศพอสูร เพื่อส่งข่าวกรองให้แก่สำนัก”
“เดิมทีเป็นภารกิจระยะยาว หวังจะล่อปลาตัวใหญ่กว่านี้ แต่ทนเห็นสหายต้องมาตายด้วยน้ำมือของอสูรไม่ได้ จึงได้ติดต่อสำนักล่วงหน้าเพื่อปิดภารกิจ”
“บัดนี้ ฐานที่มั่นสาขาของสำนักศพอสูรแห่งนี้ถูกทำลายแล้ว สหายไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตอีกต่อไป”
หลินจิ้งเงยหน้าขึ้น
มองไปยังอีกฝ่าย
แล้วก็มองไปยังปีศาจหมีดำข้างๆ ที่ไม่รู้ไปหยิบชุดนักพรตมาจากไหนมาคลุมกาย
ด้านหลังของชุดนักพรต ยังมีตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัวที่น่าจะเป็นคำว่า “สำนักพิชิตอสูร” เขียนอยู่
สายลับ?
“แน่นอน การที่เราได้พบกันถือเป็นวาสนา สหายคงจะพลัดหลงเข้ามาในสำนักศพอสูรก็เพื่อแสวงหาหนทางแห่งเซียนเช่นกัน ถ้าเช่นนั้น ไม่ทราบว่าสนใจจะกลับไปยังสำนักพิชิตอสูรพร้อมข้า เพื่อเป็นศิษย์ของสำนักพิชิตอสูร บังคับสัตว์อสูรบำเพ็ญเพียรหรือไม่?” โอวหยางฮ่าวเอ่ยชวน
“สำนักพิชิตอสูร?” หลินจิ้งรู้ได้ทันที...
ชะตาของตนยังไม่ถึงฆาต!
“ใช่แล้ว สำนักพิชิตอสูร!” โอวหยางฮ่าวราวกับมองเห็นความระแวดระวังของหลินจิ้ง เขาทำหน้าจริงจัง “เจ้าวางใจได้ สำนักพิชิตอสูรเป็นสำนักที่ถูกต้อง เป็นสำนักบำเพ็ญเพียรฝ่ายธรรมะที่ได้รับการรับรองจากอาณาจักรโบราณเทียนหยวน”
หลินจิ้งพยักหน้า แต่เขารู้สึกว่าน้ำลายของปีศาจหมีดำเมื่อครู่ไม่เหมือนแกล้งทำ
อีกทั้ง สำนักพิชิตอสูร
ฟังดูเหมือนในสำนักจะเลี้ยงสัตว์อสูรไว้มากมาย
ในเมื่อกายาอายุวัฒนะของตนเป็นของบำรุงชั้นเลิศสำหรับสัตว์อสูร
เช่นนั้นแล้ว หากเข้าไปอยู่ในสำนักเช่นนี้ ชีวิตจะยังสงบสุขได้อยู่อีกหรือ?
หลินจิ้งรู้สึกสงสัยในเรื่องนี้
ทันใดนั้น ปีศาจหมีดำในชุดนักพรตก็หันหน้ามาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าหนู เจ้ายังอยากบำเพ็ญเพียรอยู่หรือไม่ ถ้าอยาก การเข้าร่วมสำนักพิชิตอสูรคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว”
“แม้กายาอายุวัฒนะจะมีอายุขัยยืนยาว แต่ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของตัวเองกลับเชื่องช้าอย่างน่าประหลาด ทั้งยังไม่มีอิทธิฤทธิ์เสริม พลังต่อสู้ก็ธรรมดาสามัญ ตามวิธีการบำเพ็ญเพียรปกติ ต่อให้เจ้ามีทรัพยากรเพียงพอ ก็ยังต้องใช้เวลานานมากกว่าจะสร้างฐานได้สำเร็จ”
“กายาชนิดนี้ค่อยๆ หายสาบสูญไป นอกจากเหตุผลที่ถูกเผ่าอสูรไล่ล่าแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องความยากลำบากในการบำเพ็ญเพียรอีกด้วย”
“ดังนั้น ต่อให้ค้นพบกายาอายุวัฒนะ สำนักทั่วไปก็เลี้ยงดูไม่ไหว เงื่อนไขการบำเพ็ญเพียรของมันยุ่งยากเกินไป!”
“แต่สำนักพิชิตอสูรแตกต่างออกไป วิถีที่สำนักพิชิตอสูรฝึกฝน คือการให้ผู้บำเพ็ญเพียรทำพันธสัญญากับสัตว์วิญญาณและสัตว์อสูร โดยอาศัยสัตว์เลี้ยงเป็นหลักในการต่อสู้ และในระหว่างการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยง ผลลัพธ์จากการบำเพ็ญเพียรของสัตว์เลี้ยงก็จะย้อนกลับมาสู่ตัวผู้บำเพ็ญเพียรส่วนหนึ่งด้วย”
“ดังนั้น สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรช้าเกินไปเพราะพรสวรรค์หรือกายาโดยกำเนิด ไม่เหมาะกับการฝึกฝนวิชาหลัก การเลือกวิถีพิชิตอสูรเพื่อแสวงหาเต๋าจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
“วิถีพิชิตอสูรเหมาะกับกายาอายุวัฒนะของเจ้ามากกว่าผู้ฝึกตนสายเวท ผู้ฝึกตนสายกระบี่ หรือผู้ฝึกตนสายกายาอะไรพวกนั้นเสียอีก!”
“เจ้าว่าอย่างไรเล่า?” ท่านผู้เฒ่าหมีดำจ้องมองหลินจิ้ง พลางอธิบายข้อดีข้อเสียอย่างชัดเจน
“เป็นเช่นนี้นี่เอง” หลินจิ้งเข้าใจในที่สุด
มิน่าเล่า พี่ชายเตาหลอมถึงยอมทิ้งภารกิจเพื่อเรียกหมีมาช่วยเขาก่อน
เมื่อได้ฟังเช่นนี้ กายาบำเพ็ญเพียรอย่างกายาอายุวัฒนะกับวิชาบำเพ็ญเพียรของสำนักพิชิตอสูรก็ดูจะเข้ากันได้ดีทีเดียว
อาศัยอายุขัยที่ยืนยาว... คอยเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงทีละตัวๆ ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเพื่อเพิ่มพูนพลังบำเพ็ญเพียร ฟังดูก็ไม่เลว
“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย... ข้ายินดีเข้าร่วมสำนักพิชิตอสูร” หลินจิ้งกล่าวทันที ไม่ว่าสำนักพิชิตอสูรจะน่าเชื่อถือหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้หากไม่เข้าร่วมสำนักพิชิตอสูร ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
คงไม่สามารถเป็นคนธรรมดาต่อไปได้กระมัง
หลังจากประสบกับเรื่องราวการถูกลักพาตัวมายังสำนักศพอสูร หลินจิ้งก็ไม่อยากจะเร่ร่อนไปทั่วโลกภายนอกอีกแล้ว
ใจคนนั้นชั่วร้าย
ใจสัตว์ก็ชั่วร้าย
กายาอายุวัฒนะก็เหมือนเนื้อของถังเซิงที่เดินได้ อันตรายเกินไป
อีกทั้ง... ชีวิตของเขาในตอนนี้ ก็ได้คนเหล่านี้ช่วยเอาไว้
บุญคุณเพียงหยดน้ำ พึงทดแทนดั่งตาน้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบุญคุณช่วยชีวิต
เขาจะเข้าสำนัก... เพื่อหาโอกาสตอบแทนบุญคุณ!
“ดี ดี ดี” เมื่อได้คำตอบจากหลินจิ้ง โอวหยางฮ่าวก็ยิ้มอีกครั้ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อไปเจ้าเรียกข้าว่าศิษย์พี่โอวหยางก็พอ พวกเรากลับสำนักกันเถอะ!”
การตามหาหน่ออ่อนเซียนผู้มีกายาพิเศษให้สำนักได้หนึ่งคนนั้น มีค่ามากกว่ารางวัลภารกิจครั้งนี้มากมายนัก
โอวหยางฮ่าวมองหลินจิ้งราวกับมองศิลาวิญญาณที่ส่องประกายขาวสว่าง รู้สึกถูกตาต้องใจอย่างยิ่ง
“ขอรับ ศิษย์พี่โอวหยาง... จริงสิ!” หลินจิ้งนึกอะไรขึ้นมาได้ “ยังมีตำหนักนักพรตที่หลอกข้ามาที่นี่ด้วย!”
เมื่อนึกถึงนักพรตเฒ่าที่ขี่วัว หลินจิ้งก็จดจำความแค้นได้อย่างแม่นยำ
ความแค้นที่ถูกลักพาตัวมานั้นมิอาจอยู่ร่วมโลกกันได้ หากไม่ได้พบกับสายลับฝ่ายธรรมะ ป่านนี้เขาคงจบสิ้นไปแล้ว! ความแค้นนี้ เขาจำไว้แล้ว ยังมีสำนักศพอสูร... เขาก็จดจำไว้เช่นกัน!
บุญคุณต้องจดจำ ความแค้นก็ต้องจดจำ รอให้เขากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งการบำเพ็ญเพียรเมื่อใด องค์กรค้ามนุษย์นี้ เขาจะต้องทำลายล้างมันให้สิ้นซาก
“เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวมีคนจากกองปราบอสูรจัดการเอง” ปีศาจหมีดำเอ่ยขึ้น พลางมองสำรวจไปรอบๆ “ที่นี่ไม่ควรอยู่นาน ไม่รู้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรของสำนักมารที่ฐานที่มั่นแห่งนี้ได้ส่งข่าวเรื่องกายาอายุวัฒนะของเจ้าไปยังผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงของสำนักศพอสูรแล้วหรือยัง เพื่อความปลอดภัย พวกเรากลับเข้าสำนักกันก่อนจะดีกว่า”
“นายท่านของข้า หรือก็คือท่านผู้เฒ่าโม่หวูหยาแห่งสำนักพิชิตอสูร กำลังรอเจ้าอยู่แล้ว ที่สำนักพิชิตอสูร เขามีหน้าที่ในการค้นหาศิษย์ที่มีกายาพิเศษ อย่างโอวหยางฮ่าว ก็ถูกเขาค้นพบและรับเข้าสำนัก พวกเจ้าล้วนเป็นอัจฉริยะที่มีกายาพิเศษ หลังจากเข้าสำนักแล้ว การดูแลที่ได้รับจะดีกว่าศิษย์ที่เข้าสำนักมาตามปกติ!”
หลินจิ้งพยักหน้า แต่ด้วยกายาอายุวัฒนะที่ติดตัวมา เขากลับรู้สึกว่าหลังจากก้าวเข้าสู่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้ว อันตรายคงจะไม่น้อยเลยทีเดียว
ตามบทบาทตัวละครแล้ว ตัวเขาควรจะเลี้ยงลิงสักตัวไว้ปกป้องตัวเองดีหรือไม่นะ...