ท่ามกลางเสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันของหลี่ชิงหมิง ทุกคนต่างสั่นสะท้านตั้งแต่กระดูกสันหลังไปจนถึงสมอง ไม่มีใครพูดอะไรออกแม้แต่คำเดียว
ต่อให้แดนลับจะจุติลงมาอีกครั้ง ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากนี้
แม้แต่โจวเฉิงก็ยังลูบไปที่ปืนพกข้างเอวตามสัญชาตญาณ พร้อมกับลอบสั่งการให้นำกำลังตำรวจมา
ส่วนหานชุน เขายิ่งมีสีหน้าไม่เข้าใจ "ชิงหมิง ครูรู้ว่าเธอมีอคติกับครู เราคุยกันเป็นการส่วนตัวได้นะ"
"ใช่ๆๆ ฉันชอบการดิ้นรนแบบนี้แหละ" หลี่ชิงหมิงเดินเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้นผิดปกติ จนลืมแม้กระทั่งล้วงกระเป๋า "ดิ้นรนให้แรงกว่านี้อีกสิ รีบถามฉันสิว่า 'ไหนล่ะหลักฐาน!' หรือ 'ฉันไม่มีแรงจูงใจนะ!' เร็วเข้า รีบถามสิ"
"หลี่ชิงหมิง อย่ากำเริบสิ..." ตอนนี้โจวเฉิงกำด้ามปืนแน่นแล้ว เพียงแต่สายตาลอกแลกไปมา
ในทางเหตุผล เขาควรเล็งปืนไปที่หลี่ชิงหมิง
แต่ในทางสัญชาตญาณ เขากลับให้ความสนใจหานชุนมากกว่า
ในขณะเดียวกัน ไป๋โจ้วก็ผลักประตูเข้ามา มองดูสถานการณ์ในที่เกิดเหตุด้วยความงุนงงเช่นกัน
ในสถานการณ์ที่น่าประหลาดใจเช่นนี้ หลี่ชิงหมิงโบกมือไล่ยัยแว่นแถวแรกจนเตลิดหนีไปแล้ว เขาลงไปนั่งบนโต๊ะของเธออย่างอารมณ์ดี สองมือล้วงกระเป๋า จ้องมองหานชุนเขม็งราวกับจ้องมองเหยื่อ แล้วเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน:
"หนึ่ง เฝ้าประตูไว้ให้ดี ห้ามใครออกไปเด็ดขาด"
"สอง ให้คนที่อยู่ข้างนอกถอยห่างออกไป ที่นี่อาจเกิดแดนลับปะทุขึ้นเป็นครั้งที่สอง"
?!?!?!
เมื่อได้ยินคำว่า "แดนลับปะทุ"
ทุกคนที่เพิ่งจะชื่นมื่นกันอยู่หมาดๆ ก็ตกอยู่ในอาการสั่นสะท้านกันถ้วนหน้าทันที
สมองของพวกเขาช็อตอีกครั้ง แผ่นหลังเย็นวาบขึ้นมาอีกหน
ความหวาดกลัวในจิตวิญญาณกลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครา
จะ... มาอีกครั้งงั้นเหรอ???
นี่มันเรื่องอะไรกัน...
ความตื่นตระหนกระลอกที่ห้า?!
"ใจเย็นๆ นักเรียนทุกคนใจเย็นๆ! ฉันรับรองว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น!" ไป๋โจ้วพูดพลางใช้เท้าเตะประตูปิดสนิท ยืนขวางหน้าประตูเพื่อปลอบโยน "แต่ฉันเคารพคำพูดของหลี่ชิงหมิง ให้เวลาเขาห้านาที"
โจวเฉิงเองก็หน้าขรึมลง สั่งการผ่านไมโครโฟนว่า "หน่วยจู่โจมประจำการที่หน้าห้องเรียน คนอื่นๆ ถอนกำลังออกจากบริเวณโรงเรียนทันที ไม่ต้องถามเหตุผล ปฏิบัติตามคำสั่ง"
ท่ามกลางความงุนงงและตกตะลึงของคนทั้งห้อง หลี่ชิงหมิงจ้องมองหานชุน และถามคำถามที่เขาเคยถามไปนานแล้ว
"จริงเหรอ?"
เมื่อได้ยินเสียงตั้งข้อสงสัยนี้ ทุกคนถึงได้นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ใช่... ก่อนที่แดนลับจะปะทุ ตอนที่หลี่ชิงหมิงถูกไล่ออกจากห้องเรียน...
เขาก็พูดคำนี้นี่แหละ
ที่แท้เขาก็ถามหานชุนงั้นเหรอ?
"จริงอะไรล่ะ?" หานชุนเอามือลูบเสื้อแจ็คเก็ตอย่างงุนงง
"หยุด" หลี่ชิงหมิงยกมือขึ้นอย่างรวดเร็ว "อย่าล้วงกระเป๋า นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย"
"ครูจะหยิบผ้าเช็ดหน้า..." หานชุนทำท่าจะล้วงกระเป๋า
ปัง!!
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด
กระเบื้องปูพื้นข้างเท้าของหานชุนแตกกระจาย
เมื่อหันขวับไปมอง ก็พบว่าปากกระบอกปืนนั้นยังมีควันลอยกรุ่น
"นายคงไม่อยากให้มือพังไปด้วยหรอกนะ" ไป๋โจ้วยกปืนขึ้นด้วยมือเดียวพลางกล่าว
"............" หานชุนชะงักงันไปโดยสมบูรณ์ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างสั่นเทา มองดูหลี่ชิงหมิงด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ "เธอจะเกลียดครูก็ได้... แต่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ไม่ๆๆ ฉันเริ่มจะชื่นชมแกแล้วล่ะ" หลี่ชิงหมิงบุ้ยปากอย่างเพลิดเพลิน "หานชุน ฉันเดาได้แม้กระทั่งของในกระเป๋าแก แกคิดว่าแกยังมีโอกาสอยู่อีกเหรอ?"
".................." สีหน้าของหานชุนค่อยๆ แข็งทื่อลง
เขายืนนิ่งไม่ไหวติง เหม่อลอยอยู่กับที่เป็นเวลานาน
ผ่านไปครึ่งนาทีเต็มๆ ในที่สุดใบหน้าของเขาก็อ่อนลง
จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลากเก้าอี้มา ทิ้งตัวลงนั่งอย่างแรง นั่งอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ตรงหน้าหลี่ชิงหมิง
จากนั้น เขาก็ถอดแว่นตาออกอย่างสั่นเทา แววตาค่อยๆ ดุร้ายขึ้นทีละน้อย
"ทำไม.................. ทำไมถึงไม่ใช่ฉัน!!!!!"
แกรก!!
แว่นตาถูกฟาดลงกับพื้นอย่างแรงจนแตกละเอียด
หานชุนขยี้หัวตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่สนใจบาดแผลที่ปริแตกเลยแม้แต่น้อย เขาจ้องหลี่ชิงหมิงเขม็งแล้วแผดเสียงคำรามอย่างดุร้าย
"อุตส่าห์... แม่งเอ๊ย... แม่งอุตส่าห์รอจนได้นักเรียนที่แสนจะธรรมดาและไร้ค่ากลุ่มนี้มา!!!!
"ทำไม... ทำไมแกถึงต้องมาอยู่ห้องฉันด้วย!!
"ทำไมผู้ครอบครองถึงต้องมาสิงร่างฉันด้วย!!
"ทำไม ทำไม ทำไม อ๊ากกกก!!!"
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดรวดร้าวพร้อมกับน้ำลายที่กระเซ็นออกมา หลายคนถึงกับลุกขึ้นด้วยความหวาดกลัวอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับได้เผชิญหน้ากับผู้ครอบครองอีกครั้ง พวกเขาก้าวเท้าถอยหลัง ถอยหลังไปทีละก้าว...
ผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดหานชุนก็สงบลง
ตอนนี้เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเต็มที่ ปล่อยมือทั้งสองข้างห้อยต่องแต่ง มองดูเพดานอย่างสิ้นหวัง
ผ้าก๊อซบนใบหน้าของเขาก็ชุ่มไปด้วยเลือดอีกครั้ง หยดลงบนพื้นทีละหยดตามรอยปริแตกที่ขอบ
"รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาถามอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"คาบอ่านหนังสือตอนเช้า" หลี่ชิงหมิงชื่นชมฉากนี้อย่างระมัดระวัง ไม่อยากพูดเร็วเกินไปนัก "วันนี้ตั้งแต่วินาทีแรกอารมณ์ของแกก็ไม่ค่อยปกติแล้ว แกมองนาฬิกาบ่อยเกินไป เหงื่อออก แล้วยังให้ความสนใจฉันอย่างผิดปกติโดยไม่รู้ตัว ฉันไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอก แต่สัญชาตญาณทางร่างกายของฉันเหมือนจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง มันบอกฉันว่าแกจะฆ่าฉัน ฮ่าๆ... ฉันก็บอกครูฝ่ายจิตวิทยาไปแบบนี้นี่แหละ ตัวฉันเองยังไม่เชื่อเลย"
"หึหึหึ... หึหึ..." หานชุนหัวระเราะแห้งๆ ตาม "บอกตามตรง ฉันเคยคิดไว้จริงๆ ว่าห้องน้ำตอนเที่ยงทุกวันเป็นสถานที่ลงมือฆ่าที่ดีที่สุด ฉันแค่ต้องซ่อนระเบิดหรือยาพิษไว้ในแท็งก์ชักโครกนั่น ลงมือก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร แถมทุกคนก็จะคิดว่าแกฆ่าตัวตายด้วย"
"ใช่ๆๆ" หลี่ชิงหมิงพูดอย่างตื่นเต้น "ฉันยอมรับว่าแกทำให้ฉันตกใจจริงๆ ตอนเข้าห้องน้ำเมื่อเที่ยงวันนี้ฉันยังอุตส่าห์ตรวจดูเป็นพิเศษเลย"
"ฮ่าๆๆๆ..." หานชุนหัวเราะลั่น "ระดับของฉันฆ่าสัตว์ประหลาดอย่างแกไม่ได้จริงๆ ด้วย!"
"แน่นอน แต่ฉันชื่นชมความกล้าหาญของแกนะ" หลี่ชิงหมิงชี้ไปที่นอกประตู "เกี่ยวกับเรื่องนี้ ครูฝ่ายจิตวิทยาคิดว่าฉันคิดข้ามขั้นเกินไป สมองมีปัญหา"
"แกมันคิดข้ามขั้นเกินไป แกมันสมองมีปัญหาจริงๆ นั่นแหละ!" หานชุนหัวเราะจนผ้าก๊อซมีเลือดซึมออกมาเป็นดวงๆ "ฉันผิดก็ตรงที่ป่วยน้อยไปนี่แหละ ฮ่าๆ!"
เอาเถอะ สำหรับคนอื่นๆ แล้ว ตอนนี้คนที่มีปัญหามีถึงสองคนแล้ว
เหมือนกับตอนที่แดนลับเพิ่งจะปะทุ พวกเขาต่างพากันหดตัวไปอยู่ที่มุมห้องอย่างไม่รู้ตัวมาตั้งนานแล้ว
หลังจากหานชุนหัวเราะจนพอใจแล้ว เขาก็เอียงคอด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย มองตรงไปยังหลี่ชิงหมิง และถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นจริงๆ ว่า "แต่แกเข้าใจผิดนี่ ฉันไม่ได้จะฆ่าแก แล้วแกวกกลับมาได้ยังไง?"
"เรื่องนี้มาจากคำบอกใบ้ของรายละเอียดหลายๆ อย่าง" หลี่ชิงหมิงทำท่าทางประกอบคำอธิบายอย่างออกรส "อย่างแรก แกยอมทิ้งสถานที่ลงมือฆ่าที่ดีที่สุดในห้องน้ำ อย่างที่สอง ไม่มีฆาตกรคนไหนจงใจแสดงความมุ่งร้ายต่อเหยื่ออย่างเปิดเผยครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนลงมือหรอก อย่างสุดท้าย สายตาที่แกมองฉันมีความรู้สึกต่ำต้อยและหวาดกลัวอยู่เสมอ ไม่มีแววตาโหดเหี้ยมเลยแม้แต่นิดเดียว ขี้ขลาดจนไม่เหมือนผู้ใหญ่เลย"
"แค่นี้เหรอ?" หานชุนถามอย่างงุนงง "พวกนี้อย่างมากก็แค่ปฏิเสธเรื่องที่ฉันจะฆ่าแก แล้วมันพลิกกลับมาได้ยังไงล่ะ?"
"จุดพลิกผันปรากฏขึ้นในวินาทีสุดท้าย" หลี่ชิงหมิงชี้ไปที่หัวของตัวเองแล้วพูดว่า "ถ้าฉันเห็นอะไรแปลกๆ ไม่สมเหตุสมผล ฉันมักจะจำมันได้โดยไม่รู้ตัว ตอนที่ฉันกำลังจะออกจากห้องเรียน จู่ๆ ฉันก็นึกถึงความไม่สมเหตุสมผลที่ใหญ่ที่สุดของวันนี้ขึ้นมาได้ มันปรากฏขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ชัดเจนจนน่าขนลุก"
หลี่ชิงหมิงพูดพลางชี้ไปที่ข้อมือซ้ายของหานชุน
หานชุนเองก็มองไปที่ข้อมือซ้ายของตัวเอง
ทุกคนต่างก็มองไปที่ข้อมือซ้ายของเขาเช่นกัน
แต่ตรงนั้นไม่มีอะไรเลยนี่นา
ทว่าหลี่ชิงหมิงจำได้อย่างชัดเจน
มีสิ ตรงนั้นมีสิ่งที่ไม่สมควรมีอยู่อย่างเด็ดขาด