ภายในหอหงเยี่ยน
ชุยเซี่ยนเขียนตัวอักษรเสร็จสิ้น ก็วางพู่กันลงไว้ด้านข้าง
เหยียนซือหย่วนที่เดิมทีอ้างว่าจะ 'ชี้แนะ' เจี่ยเซ่า ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใดกลับเงียบกริบไม่ปริปากแม้แต่ครึ่งคำ
สีหน้าของเขาเดี๋ยวก็ตื่นเต้นฮึกเหิม เดี๋ยวก็ซีดเผือดและรู้สึกต้อยต่ำ
สรุปคือ ซับซ้อนสุดๆ!
ผู้คนในที่นั้นต่างพากันงุนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
หรือว่าตัวอักษรของเจี่ยเซ่าจะเขียนออกมาได้แย่มาก?
"พี่ซือหย่วน อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พวกเราควรจะสามัคคีกับสหายทุกคนที่ต่อต้านชุยเซี่ยน ถึงจะสามารถกอบกู้วงการวรรณกรรมและราชสำนักต้าเหลียงอันมืดมิดได้! พี่เจี่ยเซ่าอาจจะแค่ไม่ถนัดเขียนพู่กันก็เท่านั้น..."
มีคนช่วยพูดแก้ต่างให้เจี่ยเซ่าด้วยความหวังดี ขณะที่พูดก็เดินเข้าไปดูตัวอักษรที่เจี่ยเซ่าเขียนโดยสัญชาตญาณ
จากนั้น คำพูดที่ยังพูดไม่จบก็ถูกกลืนลงคอกลับไปดื้อๆ
เขาถูกตัวอักษรภาพนั้นทำให้ตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปโดยปริยาย
ผู้คนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ จึงพากันล้อมเข้ามา
ตัวอักษรเหล่านั้นเขียนเนื้อหาบางส่วนจาก 'คัมภีร์หลุนอวี่ บทเหวยเจิ้ง'
เป็นตัวอักษรที่ธรรมดาสามัญที่สุด ทว่ากลับเขียนออกมาได้มีพลังยิ่งใหญ่อลังการที่สุด ความสง่างามและจิตวิญญาณอันเป็นอิสระนั้น แทบจะทะลุทะลวงกระดาษพุ่งทะยานออกมา!
นี่มันเป็นพลังพู่กันที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน!
เหล่าบัณฑิตหน้าแดงก่ำ พากันมองไปที่เจี่ยเซ่าอย่างเหม่อลอย
ไม่ใช่สิ? ขอถามหน่อยเถอะ?
แบบนี้เรียกกว่าถนัดแค่นิดหน่อยงั้นหรือ?
ถ้าพวกเราสามารถเขียนตัวอักษรชั้นเลิศแบบนี้ได้ล่ะก็ ป่านนี้คงป่าวประกาศจนหมาข้างถนนยังต้องรู้แล้ว!
"ช่างเป็นตัวอักษรที่พลิ้วไหวอิสระเสรี ช่างเป็นลายพู่กันที่โออ่าผ่าเผยยิ่งนัก!"
"เหตุใดข้าถึงไม่เคยเห็นรูปแบบตัวอักษรเช่นนี้มาก่อน!"
"ปราชญ์อักษร ต่อให้เป็นปราชญ์อักษรมาเยือนด้วยตัวเอง ก็คงเขียนได้ไม่ดีไปกว่าตัวอักษรภาพนี้แล้วกระมัง!"
"รอดแล้ว รอดแล้ว! มีตัวอักษรภาพนี้ พี่หวยหมิง พี่ซิวเต๋อ และชาวบ้านอีกนับพันคน ล้วนรอดตายแล้ว!"
"พี่เจี่ยเซ่า ท่านคือผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนของพวกเราจริงๆ!"
"ไม่สิ จะเป็นแค่ผู้มีพระคุณของพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนของพวกเราได้เยี่ยงไร! พี่เจี่ยเซ่าจะกลายเป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของชาวบ้านนับพันคน! นี่คือบุญกุศลอันใหญ่หลวงอย่างแท้จริง!"
พวกแอนตี้หลายสิบคนมีสีหน้าตื่นเต้น จับกลุ่มคุยกันจอแจ สายตาที่มองไปยังชุยเซี่ยนนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และเทิดทูน
ถึงขั้นมีบางคนเริ่มร้องไห้โฮน้ำตาไหลพราก
ชุยเซี่ยนเห็นดังนั้นก็ถึงกับมึนงง "…?"
ก็แค่งานเขียนชิ้นเดียวเอง ไม่เห็นต้องขนาดนี้เลย
เจ้าพวกแอนตี้เอ๊ย ปฏิกิริยาของพวกเจ้ามันจะโอเวอร์เกินไปหน่อยแล้ว
ในที่สุดเหยียนซือหย่วนก็ดึงสติกลับมาจากอาการเหม่อลอยได้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ มองไปที่เจี่ยเซ่า แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ขอเสียมารยาทถามพี่เจี่ยเซ่า ปีนี้ท่านอายุเท่าใดแล้ว?"
ชุยเซี่ยนกลัวความลับแตก จึงตอบอ้อมแอ้มไปว่า "สิบหก"
ภายในหอหงเยี่ยนตกอยู่ในความเงียบสงัด
สายตาของทุกคนแฝงไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เหยียนซือหย่วนถึงกับหน้าซีดเผือดถอยหลังไปหลายก้าว แทบจะยืนไม่อยู่
จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ฟังดูน่าเวทนาและปวดใจว่า "ถ้าเช่นนั้น ขอเสียมารยาทถาม... ตัวอักษรของท่านนี้ ร่ำเรียนมาจากปรมาจารย์ท่านใดหรือ?"
ชุยเซี่ยนหัวเราะพลางตอบ "เรียนรู้ด้วยตัวเอง"
ความจริงคือการคัดลอกตามแบบของปราชญ์อักษรหวังซีจือ แต่ในโลกนี้ไม่มีปราชญ์อักษรอยู่จริงนี่นา
งั้นก็ทำได้แค่บอกคนอื่นไปว่าเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ
ห้าปีมานี้ นอกจากอ่านตำราถกคัมภีร์แล้ว เรื่องการฝึกเขียนพู่กัน ชุยเซี่ยนก็ไม่เคยเกียจคร้านเลยแม้แต่วันเดียว!
ฮือฮา!
คำตอบเพียงสองคำตอบนี้ ทำเอาเหล่าแอนตี้แฟนตกตะลึงจนเป็นใบ้ไปตามๆ กัน
ภายในหอหงเยี่ยนเงียบสงัด
ทว่าในยามนี้ความไร้เสียงกลับมีพลังเหนือเสียงใด ความเงียบงันดังกึกก้องจนหูแทบหนวก
ฟังดูสิ เสียงความมั่นใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ!
ในวินาทีนี้ ในสายตาของทุกคน เด็กหนุ่มชุดแดงเจี่ยเซ่าช่างดูราวกับสัตว์ประหลาด
อายุสิบหกปี
เรียนรู้ด้วยตัวเอง
ฝีมือเทียบชั้นปราชญ์อักษร!
สวรรค์เอ๋ย ท่านเป็นแบบนี้ แล้วที่ข้าฝึกเขียนตัวอักษรอย่างสม่ำเสมอมานับสิบปีล่ะ มันคืออะไรกัน?
จะบอกว่าข้าโง่เขลาอย่างนั้นหรือ?
เหยียนซือหย่วนมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็ไม่ใช่ จะหัวเราะก็ไม่เชิง รู้สึกเหมือนตัวเองใกล้จะแหลกสลายเต็มที
แน่นอนว่าหากเขารู้ว่า เจี่ยเซ่าที่อยู่ตรงหน้าความจริงแล้วก็คือชุยเซี่ยน แถมยังอายุแค่สิบห้าปี เขาอาจจะแหลกสลายอย่างสมบูรณ์แบบไปเลยก็ได้
เสียงคลื่นของแม่น้ำฮวงโหยังคงคำรามกึกก้อง
เหยียนซือหย่วนตั้งสติอยู่นาน กว่าจะดึงตัวเองกลับมาจากสภาวะแตกสลายนั้นได้
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วโค้งคำนับให้เจี่ยเซ่าอย่างสุดตัว "เมื่อครู่ข้าทำตัววู่วาม ถึงกับบังอาจคิดจะชี้แนะพี่เจี่ยเซ่า ช่างน่าละอายจริงๆ"
"ด้วยลายมืออันยอดเยี่ยมของพี่เจี่ยเซ่า ต่อให้จะถูกขนานนามว่าเป็นปราชญ์อักษรแห่งยุค ก็ไม่นับว่าเกินไปเลย"
ชุยเซี่ยนได้ยินดังนั้นก็โบกมือปฏิเสธ "ข้าเจี่ยเซ่ามิกล้ารับคำชมนั้นหรอก"
ทำไมถึงมิกล้ารับคำชมล่ะ?
เหยียนซือหย่วนฟังแล้วก็ค้านอย่างมีอารมณ์ว่า "ชุยเซี่ยนตัวแค่นั้น อายุเก้าขวบก็กล้ายกตัวเองเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งต้าเหลียงแล้ว! พี่เจี่ยเซ่าจะดูถูกตัวเองไปทำไม... ไม่สิ! หากแม้แต่พี่เจี่ยเซ่าท่านยังมิกล้าเรียกตัวเองว่าปราชญ์อักษร เช่นนั้นในโลกนี้ ก็คงไม่มีปราชญ์อักษรอีกแล้ว!"
"ตัวอักษรของท่าน สามารถกดหัวชุยเซี่ยนผู้นั้นได้อย่างราบคาบแน่นอน!"
"พี่เจี่ยเซ่า ท่านรู้หรือไม่ว่านี่หมายความว่าอย่างไร?"
หมายความว่าอย่างไรล่ะ?
ข้ากดหัวตัวเองเนี่ยนะ?
ชุยเซี่ยนถามด้วยความลังเล "นี่หมายความว่าอย่างไรหรือ?"
เหยียนซือหย่วนตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นเต้น "หมายความว่า ท่านกำลังจะกอบกู้ราษฎรนับหมื่นให้พ้นจากความทุกข์เข็ญ! หมายความว่า ท่านกำลังจะกลายเป็นปราชญ์อักษรที่ครองใจผู้คนและมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วต้าเหลียง!"
"พันธมิตรต่อต้านเซี่ยนของพวกเรา จะต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มี นำเรื่องราวของท่านไปป่าวประกาศให้ทั่ว!"
"เมื่อเทียบกับชุยเซี่ยน อัจฉริยะทางการเมืองที่เอาแต่ประจบสอพลอฟ่าบาทเพื่ออำนาจในราชสำนักแล้ว พี่เจี่ยเซ่า ท่านต่างหากที่เป็นปราชญ์อักษรผู้มีจิตใจเมตตา สร้างชื่อเสียงขึ้นมาเพื่อกอบกู้ราษฎรอย่างแท้จริง!"
"ทุกคนว่าจริงหรือไม่?"
เหยียนซือหย่วนยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น จนถึงตอนท้ายยังตะโกนเรียกพรรคพวกเพื่อขอเสียงสนับสนุน
ส่วนกลุ่มแอนตี้แฟนนั้น หน้าแดงก่ำกันไปตั้งนานแล้ว
พวกเขามองไปยังเจี่ยเซ่าด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมและเคารพเทิดทูน
ถึงขั้นพากันประสานมือคารวะเจี่ยเซ่าอย่างพร้อมเพรียง
ยังมีคนคุกเข่าให้เจี่ยเซ่าอีกด้วย!
"คารวะท่านปราชญ์อักษร! ขอบพระคุณท่านปราชญ์อักษร!"
"พวกข้าขอเป็นตัวแทนราษฎรนับหมื่นพัน ขอบพระคุณในพระคุณอันยิ่งใหญ่ของท่านปราชญ์อักษร"
"ขอให้บนโลกนี้มีคนเช่นท่านปราชญ์อักษรนับหมื่นนับพันคน ถึงจะทำให้คนอย่างชุยเซี่ยนหายสาบสูญไปจนหมดสิ้น และทำให้ต้าเหลียงของพวกเราสงบร่มเย็น!"
ชุยเซี่ยนเอ๋อแดกไปแล้ว
เขารีบหลบการคุกเข่ากราบไหว้ของคนกลุ่มนี้อย่างลุกลี้ลุกลน
พูดไม่ทันไรก็โขกศีรษะให้กันเลยหรือ?
รีบหยุดเรื่องไร้สาระพวกนี้เถอะ น่ากลัวเกินไปแล้ว!
แต่เหยียนซือหย่วนได้จมดิ่งอยู่ในจินตนาการที่ว่า 'ปราชญ์อักษรชื่อก้องต้าเหลียง' จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
เขาหยิบตัวอักษรภาพที่ชุยเซี่ยนเขียนขึ้นมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทิ้งคนไว้เป็นเพื่อนพี่เจี่ยเซ่าสองคน ที่เหลือตามข้ามา"
"พี่เจี่ยเซ่า หลังผ่านพ้นวันนี้ไป ชื่อเสียงด้านความเมตตาธรรมในฐานะปราชญ์อักษรของท่าน จะต้องถูกเล่าขานไปทั่วหล้าอย่างแน่นอน!"
พูดจบ
คนกลุ่มนั้นก็พากันกรูกันออกไปจากหอหงเยี่ยน
ชุยเซี่ยนอยากจะห้ามก็ห้ามไม่ทัน
พวกแอนตี้เอ๊ย พูดให้มันชัดเจนหน่อยสิ สรุปว่ามันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
อีกด้านหนึ่ง
เหยียนซือหย่วนที่กำลังตื่นเต้น นำกลุ่มบัณฑิตพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนมุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอเมิ่งจิน
มีคนเอ่ยถามด้วยความกังวลว่า "พี่ซือหย่วน ท่านว่านายอำเภอเมิ่งจินจะยอมเปิดฉางแจกจ่ายเสบียงหรือไม่?"
เหยียนซือหย่วนแค่นหัวเราะ "เขาเป็นคนพูดเอง! ขอเพียงพันธมิตรต่อต้านเซี่ยนของพวกเรานำตัวอักษรหรือบทกวีที่ดีกว่าของชุยเซี่ยนออกมาได้ ก็จะยอมเปิดฉางแจกจ่ายเสบียง! และจะปล่อยตัวพี่หวยหมิงกับพี่ซิวเต๋อด้วย"
"ตัวอักษรภาพนี้ มากพอที่จะทำให้ขุนนางชั่วนั่นรักษาสัญญาแล้ว!"
ใช่!
พอทุกคนนึกถึงตัวอักษรของเจี่ยเซ่า ในใจก็พลันเร่าร้อนขึ้นมาทันที
ชาวบ้าน รอดตายแล้ว!
พวกเหยียนซือหย่วนเดินทางจากหอหงเยี่ยน ตรงดิ่งมาจนถึงนอกเมืองเมิ่งจิน
ก็เห็นว่านอกเมืองเมิ่งจินในยามนี้ มีผู้คนเบียดเสียดกันหนาแน่น... ล้วนแต่เป็นผู้ลี้ภัยทั้งสิ้น!
เป็นผู้ลี้ภัยที่หนีตายมาจากส่านซี!
พวกเขานอนระเกะระกะอยู่ริมถนน สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า หิวโหย โศกเศร้า และสิ้นหวัง
และเมืองเมิ่งจินทั้งเมือง ก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนกเพราะการมาเยือนของผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลเช่นกัน
พวกเหยียนซือหย่วนมาถึงบริเวณประตูเมือง
ทหารยามรักษาประตูเมืองเห็นพวกเขา แววตาก็เผยให้เห็นถึงความรังเกียจ "พวกเจ้าอีกแล้ว ยังกล้ามาก่อกวนอีกหรือ! ระวังใต้เท้าจะจับพวกเจ้าไปขังให้หมด!"
เหยียนซือหย่วนเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง แล้วยื่นตัวอักษรของเจี่ยเซ่าส่งให้ "เอาไปส่งให้ใต้เท้าของพวกเจ้า แล้วบอกเขาว่า ปราชญ์อักษรมาเยือนเมิ่งจินแล้ว จงเร่งเปิดฉางแจกจ่ายเสบียงซะ!"
ทหารยามกรอกตาบน
แต่ก็รู้ว่าบัณฑิตกลุ่มนี้ไม่ใช่คนที่จะไปตอแยด้วยได้ง่ายๆ จึงเลือกที่จะนำตัวอักษรภาพนั้นไปส่งที่ที่ว่าการอำเภอ
นายอำเภอเมิ่งจินกำลังจัดการงานราชการจนหัวหมุน
"ปราชญ์อักษรมาเยือนเมิ่งจินงั้นหรือ?"
เมื่อได้ยินคำรายงานจากทหารยาม นายอำเภอเมิ่งจินก็แค่นหัวเราะ พลางรับตัวอักษรภาพนั้นมาอย่างไม่ใส่ใจ "ดีๆๆ ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าตัวอะไรถึงได้กล้าเรียกตัวเองว่าปราชญ์อักษร "
"ซี๊ด!!"
พูดไม่ทันจบ นายอำเภอเมิ่งจินก็สูดลมหายใจเข้าลึกจนเกิดเสียง ร่างกายแทบจะยืนไม่อยู่ มือที่ถือตัวอักษรภาพสั่นเทาเล็กน้อย
"นี่มีปราชญ์อักษรท่านใดมาเยือนกันเนี่ย? จบกัน จบสิ้นกันหมดแล้ว! เมิ่งจินต้องพินาศแน่!"
"เร็วเข้า เร่งเปิดฉางเสบียง ไปตั้งโรงทานแจกโจ๊กบรรเทาทุกข์สิบแห่งก่อนเลย!"