ตุ๊กตาดินเผาหวงพั่ง เป็นตุ๊กตาเซรามิกที่ทำจากดินโคลน
ของเล่นชิ้นโปรดที่สุดของเด็กๆ ในยุคโบราณแบบไม่มีอันดับสอง
มันเทียบได้กับ 'โมเดลฟิกเกอร์' ในเวอร์ชันโบราณเลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่เด็กๆ จะชอบเล่นเท่านั้น ผู้ใหญ่เองก็ยังใช้ตุ๊กตาหวงพั่งในการคะยั้นคะยอให้ดื่มเหล้าด้วย
ในบันทึก "ตงจิงเมิ่งฮว่าลู่" มีการจดบันทึกไว้ว่า:
"เหล่าหญิงขับร้องและนางรำแห่งเมืองหลวง ล้วนอยู่เต็มศาลาอุทยาน กลับเรือนเมื่อยามพลบค่ำ ต่างพกพาพุทราเชื่อม ขนมปุยฝ้าย ตุ๊กตาหวงพั่ง มีดเตี้ยวเตา บุปผางามผลไม้แปลกตา ของเล่นจากศาลาเขา ไข่เป็ดและลูกเจี๊ยบ สิ่งเหล่านี้เรียกว่า 'ของฝากนอกประตูเมือง'"
ณ ตลาดนัดอันคึกคัก
เสียงร้องเร่ขาย 'ตุ๊กตาหวงพั่ง' ของพ่อค้าหาบเร่ ไม่เพียงแต่ดึงดูดความสนใจของชุยเซี่ยนเท่านั้น
แต่ยังดึงดูดเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงจำนวนมากให้เข้ามารุมล้อมด้วยสายตาละห้อยได้สำเร็จ
"ท่านแม่ ข้าอยากซื้อตุ๊กตาหวงพั่ง!"
"ข้าก็อยากได้ ข้าก็อยากได้!"
ทว่าราคาของตุ๊กตาดินเผาหวงพั่งนั้นไม่ถูกเลย เริ่มต้นก็ปาเข้าไปยี่สิบสามสิบอีแปะแล้ว
หากเป็นของที่มีคุณภาพดีและแกะสลักอย่างประณีต ห้าสิบหกสิบอีแปะก็สามารถขายออกได้เช่นกัน
ดังนั้น ผู้ปกครองหลายคนจึงตัดใจควักเงินจ่ายค่าของไร้สาระพรรค์นี้ไม่ลง
ฉวยโอกาสตอนที่ท่านปู่สามกำลังยุ่งอยู่กับการขายไข่ไก่ ชุยเซี่ยนก็เบียดตัวเข้าไปดู ก่อนจะรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก
ฝีมือการทำมันช่างหยาบกระด้างเกินไปหน่อยแล้ว
หากมองด้วยสายตาของคนยุคปัจจุบัน มันก็เป็นแค่ตุ๊กตาดินเหนียวที่เอาเข้าไปกลิ้งในเตาเผามาหนึ่งรอบเท่านั้นเอง
แถมยังไม่ได้ลงสีด้วยซ้ำ ดูแล้วเป็นสีเทาตุ่นๆ
แค่เนี้ย
พ่อค้าหาบเร่คนนั้นยังทำท่าทางผยองราวกับเป็นของล้ำค่าหายาก "ยืนให้ห่างหน่อย ใครไม่ซื้อก็ถอยไปไกลๆ เลยนะ อย่ามาชนจนพังล่ะ"
ชุยเซี่ยนตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด
ด้วยวัยเพียงแปดขวบของเขาในตอนนี้ การผลีผลามทำธุรกิจย่อมไม่เหมาะสมอย่างแน่นอน
แต่ถ้าใช้ของเล่นอย่างตุ๊กตาหวงพั่งเป็นจุดเริ่มต้น มันก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที และไม่น่าจะทำให้เกิดความสงสัยมากนัก
ทว่าหนึ่ง เขาไม่มีเงินทุนตั้งต้น สอง ไม่มีเส้นสาย และสาม ไม่มีเตาเผา
แล้วจะทำธุรกิจได้อย่างไร?
ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังเป็นเพราะอายุยังน้อยเกินไป
"ตุ๊กตาหวงพั่งพวกนี้ ข้าเหมาหมด!"
เสียงอันไร้เดียงสาดังขึ้น ปลุกชุยเซี่ยนให้ตื่นจากภวังค์ความคิด
โอ้โฮ ลูกพี่คนรวยนี่นา!
เขาเห็นคุณชายบ้านรวยหน้าตาอายุราวสิบขวบต้นๆ สวมชุดผ้าไหมราคาแพง เดินมาที่แผงขายตุ๊กตาหวงพั่ง แล้วเอ่ยปาก 'เหมาหมด' อย่างห้าวหาญ
และก็เป็นไปตามคาด รอบด้านเกิดเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึงและอิจฉาของพวกเด็กๆ
ชุยเซี่ยนเงยหน้าขึ้นมอง
คุณชายผู้นี้แต่งกายหรูหราราคาแพง รูปร่างอวบเล็กน้อย ส่วนหน้าตาน่ะหรือ... อื้ม ก็เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
พอเห็นคุณชายบ้านรวยคนนั้น
ท่าทีของพ่อค้าหาบเร่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขายิ้มประจบประแจง "ที่แท้ก็คุณชายเผยนี่เอง เสียมารยาทแล้วๆ! วันนี้เหตุใดท่านจึงไม่ได้พาผู้ติดตามมาด้วยเล่า? เอาอย่างนี้ ข้าจะเอาตุ๊กตาหวงพั่งไปส่งให้ที่จวนเผยโดยตรงเลย ท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"
คุณชายเผยเพียงส่งเสียง 'อืม' ในลำคอเบาๆ
คราวนี้ ไม่เพียงแต่เด็กๆ รอบข้างเท่านั้น แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังหันมามอง
"ถึงกับเป็นคุณชายของตระกูลเผยเลยรึ!"
"มิน่าเล่าถึงได้มือเติบขนาดนี้ ตระกูลเผยมีนายท่านที่สอบได้จวี่เหรินถึงสองคนเชียวนะ!"
ตระกูลเดียวมีจวี่เหรินถึงสองคน?
เช่นนั้นอย่าว่าแต่อำเภอหนานหยางเลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งเมืองหนานหยาง ก็ถือว่าเป็น 'ตระกูลสูงศักดิ์' อย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กนี่จะไม่ใช่แค่ลูกพี่คนรวย แต่ยังเป็นลูกพี่ผู้สูงศักดิ์อีกด้วย
ชุยเซี่ยนยอมรับเลยว่าเขาอิจฉาตาร้อนแล้ว
พ่อค้าหาบเร่แบกตะกร้าตุ๊กตาหวงพั่ง บอกลาลูกพี่ผู้ร่ำรวยและสูงศักดิ์ด้วยใบหน้าเบิกบานใจ แล้วรีบมุ่งหน้าไปส่งของที่จวนเผย
ส่วนตัวลูกพี่ผู้ร่ำรวยและสูงศักดิ์ที่เพิ่งละลายทรัพย์ไปหมาดๆ กลับไม่สนใจเสียงอุทานของคนรอบข้าง เขาเดินไปนั่งลงบนขั้นบันไดริมถนนเพียงลำพังด้วยสีหน้าเซื่องซึม
ราวกับผีผลัก ชุยเซี่ยนพอจะเดาสถานการณ์ของอีกฝ่ายในตอนนี้ได้ลางๆ...
ไม่หนีออกจากบ้าน ก็แอบโดดเรียน กลับไปต้องโดนด่าแน่ๆ แต่ถ้าไม่กลับก็เบื่อแสนเบื่อ
ลูกพี่ผู้ร่ำรวยในเวลาแบบนี้น่ะหลอกง่ายที่สุด...
ไม่ใช่สิ ผูกมิตรได้ง่ายที่สุดต่างหาก
เมื่อความคิดเปิดกว้าง ใครบอกว่าทำธุรกิจต้องร่วมมือกับผู้ใหญ่เท่านั้น?
เรื่องเงินทุนตั้งต้นหรือเส้นสายอะไรพวกนั้น สำหรับลูกพี่ผู้ร่ำรวยคนนี้แล้วไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด!
ชุยเซี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อย พอนึกถึงลูกพี่ลูกน้องที่บ้านซึ่งเอาแต่ทำตัวเป็นพี่ชายใหญ่ตลอดทั้งวัน เขาก็เกิดความคิดขึ้นมา
เขาก้าวเท้าเดินเข้าไป นั่งลงข้างๆ ลูกพี่ผู้ร่ำรวย สองมือทำท่าประคองอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังประคองของบางอย่างไว้
คุณชายเผยกำลังเหม่อลอยด้วยความเบื่อหน่าย พอเห็นคนเดินเข้ามา ก็ขยับตัวไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ
ในตอนแรก เขาไม่ได้สนใจอีกฝ่ายเลย
ทว่าเวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป คนข้างๆ ก็ยังคงรักษาท่าทางประคองของเอาไว้ นิ่งสนิทไม่ไหวติง
คุณชายเผยหันขวับไปด้วยความสงสัย และเห็นว่าเป็นเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวพรรณผุดผ่องราวกับหยกสลัก ทว่ากลับสวมเสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบ
สายตาจับผิดกวาดมองใบหน้าของเด็กน้อยอยู่หลายรอบ ในใจของลูกพี่ผู้ร่ำรวยก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาตงิดๆ
ทั้งขาวทั้งหล่อเหลา เกือบจะหล่อได้ครึ่งหนึ่งของเขาแล้วเชียว
เมื่อตระหนักได้ว่าสายตาของคุณชายเผยกำลังมองมา ชุยเซี่ยนก็จงใจแสดงสีหน้าระแวดระวัง และกอด 'ของ' ที่ประคองไว้ในมือเปล่าๆ เอาไว้แนบอก
ลูกพี่ผู้ร่ำรวย: ?
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกหยามเกียรติ จึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย "บ้านคุณชายอย่างข้ามีเงินถมเถไป จะไปหมายตากะอีแค่ของกระจอกงอกง่อยของเจ้าหรือไง? ตกลงมันคืออะไรกันแน่ เอามาให้ข้าดูหน่อยสิ"