เฉินปินนอนไม่หลับทั้งคืน
เขาขบคิดว่า [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] ดูไม่เหมือนรางวัลภาพยนตร์ไก่กาขยะๆ เลยสักนิด
นี่มันโคตรจะมืออาชีพเลยต่างหาก!
เมื่อบ่ายวานนี้ เขาได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
แม้จะเป็นเบอร์โทรศัพท์ในประเทศ แต่สำเนียงในสายกลับเหมือนคนอังกฤษ แถมยังเป็นสำเนียงลอนดอนขนานแท้
เฉินปินใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษสิบกว่าปี ความรู้สึกที่มีต่อภาษาอังกฤษจึงไม่ต่างจากภาษาจีนที่เป็นภาษาแม่
น้ำเสียงของอีกฝ่ายในสายค่อนข้างนุ่มนวล
หลังจากเฉินปินรับสาย เขาก็จินตนาการไปเองอย่างน่าประหลาด ถึงภาพคนที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางสง่างาม ทว่ากลับดูสูงส่งถึงขีดสุด...
ดีไม่ดีนี่อาจจะเป็นชนชั้นสูงของอังกฤษ
ในความทรงจำ พวกชนชั้นสูงที่พ่อแม่เคยพาเฉินปินไปพบ ก็มีน้ำเสียงแบบนี้แหละ
เขาเกิดความรู้สึกเลื่อมใสขึ้นมาในทันที
อีกฝ่ายอ้างว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้จัดงาน [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] บังเอิญได้เห็นภาพยนตร์เรื่อง "เพจเจอร์ 1988" ของเขาในงานรางวัลภาพยนตร์ทองคำ แล้วเกิดความสนใจ
พอกลับไป เขาก็ดู "เพจเจอร์ 1988" อีกรอบ จากนั้นความสนใจก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น...
"ภาพยนตร์เรื่องนี้ตัดต่อรีบร้อนเกินไป ไม่อย่างนั้นมันจะต้องเป็นภาพยนตร์ศิลปะแนวพีเรียดสุดคลาสสิกแน่ๆ!"
เฉินปินได้ยินเสียงถอนหายใจของอีกฝ่าย ก็พลันรู้สึกเหมือนได้พบคนคอเดียวกัน
ดังนั้นไม่รู้ว่าทำไม ถึงได้คุยเรื่องภาพยนตร์กับอีกฝ่ายไปเสียอย่างนั้น
อีกฝ่ายเป็นมืออาชีพมาก ไม่เพียงจี้ถูกจุดเรื่องวิธีการนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังพูดถึงรายละเอียดบางอย่างก่อนหน้านี้ของเขา หรือแม้กระทั่งรายละเอียดที่ตัวเขาเองยังนึกไม่ถึงออกมาด้วย!
อีกฝ่ายเคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ของเขา!
แถมยังไม่ใช่แค่รอบเดียว และยังดูอย่างตั้งใจมาก ด้วยสายตาที่ชื่นชมสุดๆ!
เฉินปินได้ข้อสรุปนี้ จากนั้นความรู้สึกทะนงตัวก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในพริบตา
เมื่อบทสนทนาดำเนินมาถึงช่วงท้าย อีกฝ่ายก็บอกว่าถ้าภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงด้วยวิธีแบบนี้ มันน่าเสียดายจริงๆ ดังนั้นจึงหวังว่าจะได้ดูฟุตเทจตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขามีทีมงานมืออาชีพที่จะช่วยตัดต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ดีๆ...
ความรู้สึกแรกของเฉินปินคือระแวดระวัง
ของพรรค์นี้ถ้าให้พวกเขาไปล่ะก็ จะต้องแย่แน่ๆ แต่ต่อมา เฉินปินก็กลับรู้สึกว่าไม่เป็นไร
ยังไงตอนจบก็คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว อีกอย่างฟุตเทจภาพยนตร์มั่วซั่วพวกนั้น เดิมทีก็เป็นสิ่งที่เขาคัดทิ้งไปแล้ว ให้พวกเขาก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น ลิขสิทธิ์ก็อยู่ในมือเขาเอง ถ้าไม่มีการมอบอำนาจจากเขา อีกฝ่ายอยากจะเอาก็เอาไปไม่ได้!
ดังนั้น...
หลังจากยืนยันเรื่องบางอย่างเสร็จ เขาก็ส่งฟุตเทจบางส่วนให้อีกฝ่าย!
หลังจากส่งให้อีกฝ่ายแล้ว เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามอีกฝ่ายว่าทำไม [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] ถึงส่งคำเชิญให้ภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ตกรอบด้วย
คำตอบของอีกฝ่ายคือภาพยนตร์เรื่องอื่นมาสมัครผ่านเว็บไซต์ทางการของพวกเขา และผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้ว พวกเขาจึงส่งจดหมายเชิญคุณสมบัติเข้าร่วมงาน [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] ไปให้ แต่ถ้าอยากจะได้รับการฉายในเทศกาลภาพยนตร์ [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] จริงๆ ก็ต้องพิจารณาอีกครั้ง...
ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ ไม่มีทางเหมือน "เพจเจอร์ 1988" ที่กรรมการโทรศัพท์มาหาด้วยตัวเองหรอก
คำพูดนี้แม้จะพูดได้แนบเนียนไร้ที่ติ แต่ถ้าลองขบคิดดูดีๆ ก็ยังฟังออกว่ามีบางอย่างในคำพูดนั้นดูแปลกๆ
เฉินปินเองก็รู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไรมาก
เมื่อคืนตอนสี่ทุ่มครึ่ง...
กล่องจดหมายของเฉินปินก็มีการเคลื่อนไหว
จากนั้น เฉินปินก็ได้รับอีเมลตอบกลับ
อีกฝ่ายนำ "เพจเจอร์ 1988" ไปตัดต่อใหม่หมดจริงๆ!
เมื่อเฉินปินได้เห็น "เพจเจอร์ 1988" ฉบับล่าสุด เฉินปินก็ถึงกับกระโดดตัวลอย
ใช่ๆๆ!
ความตั้งใจแรกในการสร้างภาพยนตร์ของเขา คือความหมายนี้แหละ!
แม้จะตัดต่อขาดความรู้สึกทางศิลปะในแบบที่เขาคิดไปบ้าง แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยรายละเอียด ถ่ายทอดสิ่งที่ "เพจเจอร์ 1988" ทั้งเรื่องต้องการจะสื่อออกมาจนหมดเปลือก!
ถึงขั้นพูดได้ว่าในบางแง่มุม มันแทบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว!
เขาดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ถึงขนาดลากเกาฮุยเพื่อนสนิทมาดูด้วย...
ผลสรุปที่ได้คือ "มืออาชีพ"!
มืออาชีพกว่าคณะปาหี่อย่างพวกเขากันเองตัดต่อซะอีก!
พอดูจบ...
เขาก็เห็นว่าบนอีเมลทางการเขตจีนของ [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] มีความคิดเห็นเพิ่มมาสองสามข้อ
เฉินปินดูจบก็ร้องตะโกนออกมาว่า "โคตรเจ๋ง!"
ยามค่ำคืน
ดึกดื่นแล้ว!
"[รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] จะเป็นรางวัลภาพยนตร์ไก่กาไปได้ยังไง?"
"มีรางวัลภาพยนตร์ไก่กาที่มืออาชีพขนาดนี้ด้วยเหรอ?"
..............................
พูดถึงบราซิล
ผู้คนคงนึกถึงการเต้นแซมบ้าอันเร่าร้อน กราฟฟิตี้ข้างถนนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ อาณาจักรฟุตบอลที่ไม่มีใครยอมใคร...
ประเทศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายต่างแดน ทำให้หลายคนอดใจไม่ไหว อยากจะขอวีซ่าไปดูให้เห็นกับตา
แต่...
เบื้องหลังรูปลักษณ์ภายนอกของเมืองที่สวยงาม ใครจะรู้ว่าความสกปรก ความวุ่นวาย เพิงพักพิง ความเฉอะแฉะ และขยะในชุมชนแออัดกลางเมืองนั้นถูกเปิดเผยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
สลัมที่ใหญ่ที่สุดในริโอ มีชื่อว่าโรซินญา เป็นสลัมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศบราซิล ไปจนถึงใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา
ลีโอ จอห์น เป็นผู้ดูแลเขตทางใต้สุดของสลัม อืม หรือที่เรียกกันติดปากว่าจักรพรรดิท้องถิ่น
เพราะเคยเป็นสารวัตรตำรวจมาก่อน แก๊งส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้ บุคลากรในหน่วยงาน ลีโอ จอห์น ล้วนคุ้นเคยดี
ดังนั้น เมื่อเทียบกับความวุ่นวายในตรอกซอกซอยอื่น พวกติดยา และผู้หญิงทำงานกลางคืนที่มีให้เห็นไม่ขาดสาย ลีโอ จอห์น ที่มาจากสายตำรวจก็จัดการพื้นที่นี้ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แม้จะยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของย่านคนยากจน แต่ที่นี่ก็มีโรงเรียน ร้านกาแฟ สถานบันเทิง สนามฟุตบอล...
ราวกับเป็นเมืองขนาดย่อมๆ เมืองหนึ่ง
สำนักงานของเขาตั้งอยู่ตรงมุมตะวันออกสุด ซึ่งอิงอยู่กับใจกลางของโรซินญา
สำนักงานจะถูกแสงแดดอาบไล้ตลอดทั้งวัน การได้นั่งดื่มกาแฟบนเก้าอี้ทุกเช้าคือช่วงเวลาที่เขาสบายใจที่สุด
และในวันนี้...
ชายชาวจีนร่างท้วมคนหนึ่งก็เคาะประตูสำนักงาน
ชาวจีนส่งยิ้มซื่อๆ พอเข้ามาก็ยื่นซิการ์ให้เขาทันที
สำหรับคนจีน เขาไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าเลย แถมยังรู้จักพ่อค้าจากจีนหลายคน
โดยเฉพาะคนจีนแถวมณฑลเจ้อเจียง ที่มาทำธุรกิจในบราซิลเยอะมาก พวกเขาฉลาด เก่งกาจ และมีหัวการค้าสุดๆ
ชาวจีนท่าทางซื่อๆ คนนี้ได้รับการแนะนำผ่านล่ามว่าชื่อ "ฉีอวี้ฟู่" มาจากเยียนจิง
เรื่องที่เขามา ก็คืออยากจะจัดงานกิจกรรมเล็กๆ หรือใหญ่ๆ ที่ฝั่งตะวันออกสุดของสลัมแห่งนี้
เรื่องแบบนี้ แน่นอนว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากลีโอ จอห์น
เห็นแก่ของขวัญ "ราคาแพง" มากมายที่ชาวจีนคนนี้นำมา ลีโอ จอห์น จึงต้อนรับชาวจีนคนนี้อย่างกระตือรือร้นมาก และเชิญเขาดื่มกาแฟ
ดื่มกาแฟไปได้ครึ่งแก้ว เมื่อลีโอ จอห์น ถามว่ากิจกรรมที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ ชาวจีนคนนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ส่งสัญญาณให้เขารับสาย
ลีโอ จอห์น พยักหน้ารับโทรศัพท์มา
"สวัสดีครับ คุณลีโอ จอห์น ที่เคารพ..."
"พวกเรามาจากตะวันออก จีนและบราซิลของเรา รักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรและการค้าที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ในหน้าประวัติศาสตร์ พวกเรายังเป็นประเทศมหาอำนาจด้านการแข่งขันที่เป็นมิตรต่อกันอีกด้วย..."
"ผมเคยเห็นบราซิลในทีวี นี่เป็นประเทศที่สวยงาม ผมเลยใฝ่ฝันเป็นพิเศษ ถึงกับฝันว่าอยากจะมาพักร้อนที่นี่..."
"แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ผมยังมาไม่ได้ในตอนนี้ ก็เลยต้องวานให้คุณอาของผมมาแทน..."
"ผมเคยได้ยินเรื่องราวของคุณ คุณเป็นคนดีที่มีเมตตาและมีคุณธรรมสูงส่ง ผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ชื่อว่าไลซี เรื่องของคุณ ผมก็ได้ยินมาจากปากของไลซีนี่แหละครับ"
"ระหว่างที่คุยกัน พวกเราได้รู้ว่าหมู่บ้านของไลซีเพื่อนรักขาดแคลนกิจกรรมบันเทิง ด้วยคำเชิญอย่างจริงใจของไลซี ประกอบกับความใฝ่ฝันที่มีต่อบราซิลของผมเอง ผมจึงหวังว่าภาพยนตร์ของจีนเราบางส่วนจะได้สานสัมพันธ์อันดีกับบราซิล..."
"ด้วยเหตุนี้ ผมจึงหวังว่าจะได้บริจาคค่าเครื่องดื่มจำนวนหนึ่งให้กับเมืองที่คุณลีโอ จอห์น อาศัยอยู่ ขณะเดียวกัน พวกเราก็สามารถสร้างเวทีฉายภาพยนตร์ให้กับหมู่บ้านของไลซีเพื่อนชาวบราซิลได้ฟรีๆ เพื่อให้พวกเขาได้ดูภาพยนตร์สนุกๆ หากภาพยนตร์มีรายได้เกิดขึ้น สี่สิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นของคุณ..."
"ขณะเดียวกัน ผมก็หวังว่าจะได้รับการยอมรับจากคุณ และหวังว่าคุณจะช่วยประทับตรา ประทับตราลงบนจดหมายเชิญสักหน่อย แบบนี้ พวกเราถึงจะไปคุยเรื่องการฉายภาพยนตร์กับผู้กำกับของจีนได้..."
"นอกจากค่าไฟแล้ว คุณวางใจได้เลยว่าพวกคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พวกเราจะสร้างเวทีเอง พวกเราจะฉายภาพยนตร์เอง..."
"พวกเราสามารถเซ็นสัญญาได้เลยครับ!"
"แน่นอน ผมหวังว่าคุณจะช่วยดูแลความปลอดภัยให้พวกเราด้วย..."
"..."
"..."
เมื่อล่ามแปลเนื้อหาในโทรศัพท์ให้ลีโอ จอห์น ฟัง ลีโอ จอห์น ก็ชำเลืองมองชาวจีนตรงหน้า บนใบหน้าเผยรอยยิ้มที่กระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น
..............................
"อา! มีรางวัลภาพยนตร์ไก่กาที่มืออาชีพขนาดนี้ด้วยเหรอ?"
"เข้าร่วมเถอะอา รางวัลระดับนานาชาติเชียวนะ อาดูสิ 'เพจเจอร์ 1988' ของพวกเรา... 'เสียงฟ้าร้อง' ของอาจะต้องกวาดเรียบแน่นอน!"
"อาดูสิ ก็แค่ไม่กี่หมื่นหยวนเอง เป็นเพราะมันแค่ไม่กี่หมื่นหยวน ไม่ใช่หลักล้านหรือสิบล้าน ดังนั้นมันต้องไม่ใช่ของปลอมแน่ๆ สิ พวกมิจฉาชีพที่ไหนจะหลอกเอาเงินน้อยแค่นี้!"
"อาลองดูสิ ค่าจ้างช่วยพวกเราตัดต่อ 'เพจเจอร์ 1988' ยังมากกว่านี้เลยมั้ง"
"อา... อาต้องช่วยสนับสนุนพวกเราหน่อยนะ คนหนุ่มสาวอย่างพวกเราทำภาพยนตร์ไม่ได้ง่ายๆ เลย แถมพวกเรายังโดนรางวัลม้าทองคำเล่นตุกติกใส่ด้วย อาเองก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้นี่!"
"อานะ ขอร้องล่ะ อาเอา 'เสียงฟ้าร้อง' ไปเข้าร่วมเถอะ เรื่องเงินผมออกเองก็ได้ โอเคไหม?"
"..."
เกาหย่วนรับโทรศัพท์จากเกาฮุยผู้เป็นหลานชายเสร็จ ก็ส่ายหน้า
หลานชายคนนี้คงจะอยากได้รางวัลจนเสียสติไปแล้ว
[รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย]...
มีช่องโหว่เยอะเกินไปจริงๆ
ชื่อสถานที่บนเว็บไซต์ทางการ เขาอุตส่าห์ไปสืบดู บางที่ก็ไม่มีอยู่จริง บางรูปก็เป็นรูปตัดต่อ
กลโกงหยาบๆ แบบนี้ คนโง่เท่านั้นแหละถึงจะเชื่อ
แต่บนโลกใบนี้
คงจะมีคนโง่อยู่จริงๆ
เกาหย่วนเปิดคอมพิวเตอร์ ก็เห็นคลิปตัวอย่าง "เพจเจอร์ 1988" ที่หลานชายส่งมาให้หลังตัดต่อเสร็จ
พอดูจบ บนใบหน้าของเกาหย่วนกลับมีความประหลาดใจอยู่บ้าง
แม้ "เพจเจอร์ 1988" เรื่องนี้จะมีความยาวมากกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ดูเหมือนว่าการตัดต่อจะค่อนข้างสมบูรณ์ การเล่าเรื่องชัดเจน เนื้อเรื่องกระจ่างแจ้ง ไม่ใช่ "ภาพยนตร์ศิลปะ" แบบตอนงานรางวัลม้าทองคำอีกต่อไปแล้ว
กรรมการ [รางวัลภาพยนตร์ทองคำนานาชาติเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย] เป็นคนตัดต่อเหรอ?
มีฝีมืออยู่เหมือนกันนี่นา
เกาหย่วนจ้องมอง "เพจเจอร์ 1988" อยู่นาน ในที่สุดก็ถอนหายใจออกมา
แต่ถ้าจะต้องเสียเงินไปเข้าร่วมรางวัลภาพยนตร์ไก่กาแบบนี้จริงๆ...
นี่มันไม่ต่างอะไรกับการจ่ายเงินซื้อรางวัลเลยไม่ใช่หรือไง?
เขาส่ายหน้า
ตอนที่กำลังจะปฏิเสธ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"อา ไม่ใช่รางวัลไก่กาจริงๆ นะ ทางนั้นมีตราประทับของรัฐบาลท้องถิ่น แล้วก็มีเอกสารอนุมัติด้วย! ของพวกนี้ไม่มีทางเป็นของปลอมหรอกใช่ไหม? นี่มันเป็นรางวัลระดับนานาชาติจริงๆ นะ!"
"..."







