รูม่านตาของกู้จีหดเล็กลงเล็กน้อย
อาการไอ ผิวหนังมีผื่นแดง ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรืออาการแพ้ เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โรคหัด ไข้เลือดออก หรือฝีดาษวัว เป็นต้น
หนึ่งจุด สองจุด สี่จุด...
แค่ผิวหนังบริเวณแขนและน่องที่โผล่พ้นร่มผ้า เขาก็พบผื่นแดงลักษณะเป็นตุ่มนูนอย่างน้อยสี่จุด โดยเฉพาะรอยผื่นตรงน่องนั้นมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือเด็กแล้ว!
การเกิดผื่นแดงขนาดใหญ่ตามแขนขาและอาการเฉียบพลันที่ปรากฏขึ้น บ่งบอกว่าระยะฟักตัวของไวรัสได้ผ่านพ้นไปแล้ว และเริ่มเข้าสู่ระยะแสดงอาการ
แม้ตอนนี้เขาจะยังไม่แน่ใจถึงชนิดของไวรัสที่กำลังจะแพร่ระบาดบนเรือสำราญลำนี้
แต่เมื่อเทียบเคียงกับระดับความยากของเวลาจำกัด "สามวัน" ที่ภารกิจกำหนดมา ระยะฟักตัวของไวรัสจะต้องสั้นมากและมีอัตราการติดต่อสูงมากอย่างแน่นอน
"ซู้ด~ อืม สปาเกตตีของห้องอาหารบุฟเฟต์นี่รสชาติดีจริงๆ..."
"โดโกะ เอะ อิคุ โนะ กะ (คุณจะไปไหน)?"
"ฮัดชิ้ว..."
...
รอบโต๊ะอาหารของชายสวมหมวกสีน้ำตาล มีชาวตะวันตกกำลังกินสปาเกตตีคำโต มีชาวญี่ปุ่นลุกขึ้นไปตักอาหารโดยเดินเฉียดผ่านตัวเขา และมีคนจามพ่นละอองฝอยกระจายสู่อากาศ
แววตาของกู้จีเปลี่ยนไป เขารีบทิ้งพิซซ่าในมือแล้วสวมหน้ากากอนามัยให้เข้าที่อีกครั้งทันที
ชายผมสีน้ำตาลดื่มเบียร์ในมือจนหมดแก้ว ลุกขึ้นยืนแล้วเดินโซเซเตรียมจะจากไป แต่กลับเดินชนเข้ากับชายชาวตะวันออกกลางที่โพกผ้าคลุมศีรษะอย่างจัง
"เฮ้! ดูทางหน่อยสิ ไอ้ขี้เมา!"
ชายชาวตะวันออกกลางผลักเขาออกด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะใช้มือปัดเสื้อผ้าของตนเองราวกับรังเกียจเป็นอย่างมาก
พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งรีบเข็นรถขยะเศษอาหารเข้ามาใกล้ ใช้มือหยิบขวดเบียร์ที่ชายสวมหมวกสีน้ำตาลดื่มแล้วโยนลงถังขยะ ของเหลวที่ตกค้างในขวดกระเด็นเปื้อนพื้นและขาโต๊ะข้างๆ
"ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ"
กู้จีรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปใบหน้าของผู้สัมผัสใกล้ชิดเหล่านั้น ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งแล้วลุกเดินจากไป ทิ้งให้อิโต มิโอะที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้แต่นั่งงง
เขาเดินฝ่าฝูงชนไปตลอดทาง สายตาจ้องมองมือของชายสวมหมวกสีน้ำตาลที่ลูบผ่านมุมโต๊ะ ที่จับประตู แล้วเดินไปหยุดหน้าลิฟต์แก้ว ก่อนจะเบียดเสียดเข้าไปพร้อมกับผู้คนอีกหลายคน
แชะ แชะ แชะ กู้จีกดชัตเตอร์รัวๆ ถ่ายรูปทุกคนในลิฟต์เก็บไว้ทั้งหมด โดยไม่ได้เลือกที่จะตามเข้าไปด้วย
แม้การสะกดรอยตามอย่างใกล้ชิดจะระบุตำแหน่งและข้อมูลของชายสวมหมวกสีน้ำตาลได้ง่ายที่สุด แต่ลิฟต์ก็เป็นพื้นที่ปิดทึบที่คับแคบมาก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ต่อให้สวมหน้ากาก N95 เขาก็ไม่กล้าเสี่ยง
หากติดเชื้อไวรัสจนภารกิจล้มเหลว ระบบจะสุ่มบทลงโทษลงมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการรวบรวมข้อมูลในภายหลังของเขา ได้ไม่คุ้มเสีย
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ไม่เข้าไปในลิฟต์ กู้จีก็มีวิธีคำนวณตำแหน่งได้
เขาเดินมาที่หน้าประตูลิฟต์ เพ่งมองตัวเลขชั้นที่กะพริบเปลี่ยนไปบนหน้าจอ เรือสำราญทั้งลำมีดาดฟ้าทั้งหมด 18 ชั้น เขาแค่ต้องจำไว้ว่าลิฟต์จอดที่ชั้นไหนบ้าง แล้วค่อยตามไปค้นหาทีละชั้นก็พอ
"9, 12, 15..."
จอดทั้งหมดสามชั้น
กู้จีเปลี่ยนไปใช้ลิฟต์อีกตัว เริ่มค้นหาจากชั้นเก้า โชคดีที่เป้าหมายสวมหมวกและใส่เสื้อเชิ้ตลายดอก จึงสังเกตเห็นได้ค่อนข้างง่าย เมื่อมาถึงชั้น 12 ในที่สุดเขาก็พบเป้าหมายในคาสิโนแห่งหนึ่ง
สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ข้างกายชายสวมหมวกสีน้ำตาลมีเพื่อนหญิงเพิ่มมาอีกคน เธออายุยังน้อย รูปร่างดีมาก สวมกระโปรงรัดรูปสีชมพู ดัดผมลอนใหญ่สีทอง ผิวสีแทน ถือเป็นสาวแกลชิบูย่าขนานแท้
เขาเดินตามทั้งสองคนไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างเงียบๆ คอยจดบันทึกผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกคนและตำแหน่งที่พวกเขาหยุดพักเอาไว้ทีละรายการ
องค์ประกอบสามประการของโรคติดต่อ: แหล่งแพร่เชื้อ เส้นทางการติดต่อ และประชากรที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
สิ่งที่กู้จีกำลังทำอยู่ตอนนี้ คือการล็อกเป้าหมายแหล่งแพร่เชื้อ และจดบันทึกผู้สัมผัส หากคนเหล่านี้แสดงอาการแบบเดียวกับชายสวมหมวกสีน้ำตาลเมื่อไหร่ ก็แทบจะยืนยันได้เลยว่านี่คือเหตุการณ์โรคระบาด
จากนั้นเขาก็จะสามารถใช้ข้อมูลผู้ติดเชื้อและสถานที่สัมผัสเหล่านี้ มาอนุมานเส้นทางการติดต่อ ตรวจสอบชนิดของไวรัส เพื่อเริ่มมาตรการป้องกันและควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ หยุดยั้งไม่ให้ไวรัสแพร่ระบาดไปมากกว่านี้บนเรือสำราญ
ชายสวมหมวกสีน้ำตาลและเพื่อนหญิงเล่นสนุกได้ไม่ถึงสี่สิบนาที ก็หันหลังกลับไปยังห้องพักที่อยู่ชั้นเดียวกัน
กู้จีเดินตามไปตลอดทาง ทว่าเดินๆ ไปก็รู้สึกว่าสองเท้าเริ่มเชื่องช้าลงอย่างบอกไม่ถูก ศีรษะก็มีอาการวิงเวียน และในตอนนั้นเอง ร่างหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาตรงหน้าแล้วคว้าตัวเขาไว้
เขาเลื่อนเท้าหลบโดยสัญชาตญาณ แต่เพราะอาการเวียนหัว ทำให้ขยับตัวช้าไปจังหวะหนึ่ง จึงถูกกระชากคอเสื้อไว้ได้
"เฮ้ย! เฮ้ย! อะนาตะ วะ โดโกะ เดสกะ (แกเป็นใครวะ)?"
ร่างนั้นตะโกนโวยวายเสียงดังฟังไม่ได้ศัพท์ พร้อมกับยื่นมือหมายจะกระชากหน้ากากอนามัยของเขาออก
กู้จีเพ่งสายตามอง ก็พบว่าเป็นชายสวมหมวกสีน้ำตาลคนนั้น เขาจึงรีบยกเข่าขึ้นกระทุ้งเข้าที่เป้ากางเกงของอีกฝ่ายอย่างแรง มือซ้ายตวัดแหวกอากาศพุ่งแทงเข้าที่ลำคออย่างเด็ดขาด
ปึก! อั้ก!
"อ๊าก!"
ชายสวมหมวกสีน้ำตาลหดก้นถอยหลัง ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดพลางกุมคอไอค่อกแค่ก เพื่อนหญิงของเขารีบถลาเข้ามาประคอง
แม้สมรรถภาพทางร่างกายของกู้จีจะถูกลดทอนลง แต่ปฏิกิริยาตอบสนองและประสบการณ์การต่อสู้ยังคงอยู่ การรับมือกับคนธรรมดาคนหนึ่งจึงถือเป็นเรื่องง่ายดาย
"เฮ้!"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรูปร่างกำยำในชุดเครื่องแบบสีดำตรงโถงทางเดินสังเกตเห็นการทะเลาะวิวาท จึงรีบวิ่งเข้ามาสอบถาม
กู้จีรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อถอยห่างจากชายสวมหมวกสีน้ำตาล พร้อมกับแสดงท่าทีว่าตนเองพูดภาษาญี่ปุ่นไม่เก่ง
"เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมพวกคุณถึงต้องลงไม้ลงมือกันด้วย?"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปลี่ยนไปถามเป็นภาษาอังกฤษอีกครั้ง
กู้จีแสร้งทำเป็นหญิงสาวบอบบาง ส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย "ฉันไม่รู้ค่ะ อีกฝ่ายเป็นคนเริ่มก่อน!"
พอชายผมสีน้ำตาลได้ยินก็ร้อนรนขึ้นมาทันที ตะโกนด่าทอเสียงหลง "เธอนั่นแหละที่ตามฉันมาก่อน! ตั้งแต่ห้องอาหารบุฟเฟต์ คาสิโน แล้วตอนนี้ยังตามมาถึงห้องฉันอีก เธอต้องการอะไร ยัยแก่หนังเหนียวนั่นจ้างเธอมาใช่ไหม!"
แม้กู้จีจะระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี แต่หน้ากากอนามัยสีขาวและเสื้อคลุมสีขาวก็ยังดูสะดุดตาเกินไปอยู่ดี
เขากลอกตาไปมา ก่อนจะตัดสินใจชี้ไปที่ผื่นแดงบนแขนของชายคนนั้นเพื่อหงายไพ่ "ฉันแค่เห็นผื่นแดงบนตัวเขาแล้วรู้สึกกลัว เลยอยากตามมาดูให้แน่ใจว่าเขาจงใจแพร่เชื้อโรคติดต่อหรือเปล่า"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นผื่นแดงก็ชะงักไปเล็กน้อย
"คุณผู้ชายครับ ตรงแขนของคุณคือ..."
"ฉันแค่เป็นผื่นแพ้เท่านั้นเอง" ชายผมสีน้ำตาลเสียงเบาลงถนัดตา คล้ายกับคนมีชนักติดหลัง
"มีใบรับรองแพทย์ไหมล่ะคะ?"
กู้จีรุกฆาต
"ใบรับรองอะไร เธอเป็นใครกัน ถึงมาแส่เรื่องของชาวบ้านแถวนี้"
"เอาล่ะครับ พวกคุณต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว แล้วเลิกแล้วต่อกันแค่นี้เถอะ"
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย รอจนชายสวมหมวกสีน้ำตาลเดินจากไป เขาก็หันมามองกู้จีพร้อมกับส่งยิ้มอย่างมั่นใจ "คุณผู้หญิงไม่ต้องกลัวนะครับ ถ้าเขามาหาเรื่องคุณอีก มาหาผมได้โดยตรงเลย!"
"ขอบคุณค่ะ"
กู้จีพยักหน้า จดจำเลขห้องของชายสวมหมวกสีน้ำตาลไว้ในใจเงียบๆ พอเตรียมจะเดินจากไป ความรู้สึกวิงเวียนก็ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากข้อมือ
เขายกข้อมือขึ้นดู บนสมาร์ทวอทช์ปรากฏข้อความสีแดงตัวเบ้อเริ่ม: ค่าระดับน้ำตาลในเลือด 10.9!
(น้ำตาลในเลือดสูงขนาดนี้เลยเหรอ?)
มิน่าล่ะ ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบย่อยอาหารของเขาถึงถูกลดทอนลงไปมากขนาดนั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะความสามารถในการควบคุมน้ำตาลและระบบเผาผลาญของ "เจี่ยงน่า" มีปัญหานี่เอง
คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้ จะกินพิซซ่าเยอะขนาดนั้นไม่ได้อีกแล้ว
กู้จีนั่งพักอยู่ครู่หนึ่ง รอจนค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่สมาร์ทวอทช์ตรวจวัดได้ลดต่ำลง จึงเริ่มสังเกตการณ์ผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เขาถ่ายรูปไว้ ในเมื่อล็อกเป้า "แหล่งแพร่เชื้อ" ได้แล้ว และรวบรวมข้อมูลมามากพอแล้ว ต่อจากนี้ก็แค่รอดูว่าคนเหล่านี้จะมีอาการแสดงออกมาหรือไม่
"แค่กๆ..."
ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นชายชราชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งไอกระแอมออกมาสองครั้ง
กู้จีรีบเลื่อนดูรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือ แล้วก็พบรูปถ่ายของชายชราผมขาวที่นั่งอยู่โต๊ะพนันเดียวกันกับชายผมสีน้ำตาล แม้จะไม่ได้สัมผัสตัวกันโดยตรง แต่ก็อยู่ใกล้กันมาก
"แค่กๆ... แค่ก..."
สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ในตอนที่เขากำลังจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อสังเกตการณ์ในระยะประชิด ด้านหลังของเขาก็มีคนไอออกมาอีกสองครั้ง!!