ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมันถึงพังพินาศยิ่งกว่า *วิถีนรก* ได้น่ะเหรอ?
เห็นได้ชัดว่ามาจากสองปัจจัย หนึ่งคือราคา สองคือระบบเกมเพลย์
*วิถีนรก* วางขายในราคาเพียง 18 หยวน ในฐานะเกม FPS ที่คุณภาพพอใช้ได้และภาพสวยงามระดับยอดเยี่ยม ราคานี้ถือว่าถูกเหมือนได้เปล่า หลายคนจึงกดซื้อแบบไม่คิดหน้าคิดหลังโดยไม่ได้ดูเนื้อหาเกมด้วยซ้ำ
แต่ราคาของ *ซิซีฟัส* กลับพุ่งสูงขึ้นเกือบสามเท่า จำนวนผู้เล่นที่กดซื้อแบบไม่คิดจึงลดลงอย่างฮวบฮาบเป็นธรรมดา
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่า *วิถีนรก* จะตั้งค่าความยากไว้เละเทะไปหมด เข้าโหมดผู้เล่นคนเดียวปุ๊บก็โดนยิงหัวแตกปั๊บ แต่ก็อย่างน้อยผู้เล่นก็ยังเข้าไปเดินเล่นยิงปืนขำๆ ในโหมดออนไลน์ได้
ต่อให้จะโดนยำเละ แต่กระบวนการสาดกระสุนมันก็ยังค่อนข้างตื่นเต้นและสนุกดี
แล้ว *ซิซีฟัส* ล่ะ? อย่าว่าแต่ยิงปืนเลย แค่การเดินกับกระโดดธรรมดายังไม่มีความสะใจเลยสักนิด ทำให้คนเล่นรู้สึกเหมือนกำลังจำลองชีวิตผู้ป่วยโปลิโอไม่มีผิด!
เมื่อปัจจัยเหล่านี้รวมกัน จึงทำให้ *ซิซีฟัส* ทำผลงานได้ 'น่าภาคภูมิใจ' ยิ่งกว่า *วิถีนรก* ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงหลังวางจำหน่าย
แน่นอนว่ากู้ฝานรู้ดีว่า 'เกมทรมานผู้เล่น' แนวนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีตลาดรองรับเลย
ในตลาดมีเกมความยากสูงอยู่บ้าง แม้จะไม่เป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ แต่ก็ยังโด่งดังขึ้นมาได้ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการสตรีม และกวาดตลอดยอดขายไปได้ไม่น้อยในท้ายที่สุด
แต่เห็นได้ชัดว่า ในฐานะปีศาจที่เข้าใจเรื่องเกมมากที่สุดในนรก ลิลิธได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
เส้นแบ่งระหว่าง 'เกมทรมานผู้เล่น' กับ 'เกมขยะ' มักจะบางเฉียบเสมอ
ก่อนหน้านี้กู้ฝานมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่า *ซิซีฟัส* ยังขาดอะไรบางอย่างไปหากอยากจะเป็นเกมที่ได้มาตรฐาน
แล้วมันขาดอะไรไปล่ะ?
ง่ายมาก ขาด 'จุดสะใจ' ที่เป็นหัวใจสำคัญยังไงล่ะ!
ในเกมทรมานผู้เล่นเกมอื่นๆ แม้จะต้องทนทุกข์ทรมาน แต่เมื่อผู้เล่นก้าวข้ามความยากลำบากเหล่านั้นมาได้ พวกเขาก็จะได้รับความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
หากมีแต่ความทรมานโดยไม่มีความสุข มันก็ไม่ใช่ 'เกมทรมานผู้เล่น' แต่เป็น 'เกมขยะ' ต่างหาก
ยกตัวอย่างเกม *Getting Over It* ที่กู้ฝานเคยเล่นในชาติก่อน แม้ภายนอกมันจะดูเหมือนเกมขยะ แต่ความจริงแล้วมันมีจุดสะใจที่ยิ่งใหญ่อยู่ นั่นคือผู้เล่นสามารถใช้ค้อนดันพื้นหรือเกี่ยวส่วนที่นูนออกมาของกำแพง แล้วออกแรงส่งตัวเองให้พุ่งข้ามระยะทางไกลลิบไปได้ในพริบตา
ความเสี่ยงของการทำแบบนี้สูงมาก แต่ผลตอบแทนก็คุ้มค่าเช่นกัน เมื่อทำสำเร็จก็จะกระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นได้อย่างมหาศาล นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงมีผู้เล่นมากมายยอมทนเล่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
สมมติว่าในเกมนั้น ผู้เล่นทำได้แค่ใช้ค้อนคลานต้วมเตี้ยมเชื่องช้าเป็นเต่าคลาน ต่อให้จะพึ่งพาความยากระดับหลุดโลกกับคลิปรวมช็อตสตรีมเมอร์สติแตก มันก็ไม่มีทางดังขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
มีตึงมีหย่อน ถึงจะเป็นวิถีแห่งเกม
เกม *ซิซีฟัส* ขาดสิ่งสำคัญที่ว่านี้ไป ด้วยเหตุนี้ จนถึงตอนนี้มันจึงยังเป็นแค่เกมขยะขนานแท้ ไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้เล่นยอมเสียเวลาเล่นนานๆ หรือยอมควักเงินซื้อเลยสักนิด
ลิลิธกินมันฝรั่งทอดอย่างอารมณ์ดี พลางหยิบรีโมทโปรเจกเตอร์มากดเปลี่ยนช่องสตรีมไปเรื่อยๆ หลายช่องติดกัน
เห็นได้ชัดว่าบรรยากาศในช่องสตรีมเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับฝั่งของอาจารย์ติงเลย
ส่วนกู้ฝานก็หยิบมือถือขึ้นมาดูช่องคอมเมนต์ของเกมและผลตอบรับบนแพลตฟอร์มเกมค่ายใหญ่ๆ คร่าวๆ
จินตนาการได้เลยว่ามันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
คำวิจารณ์แง่ลบส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่ความสามารถอันอ่อนแอของตัวเอกและความยากระดับหลุดโลก สรุปสั้นๆ ประโยคเดียวก็คือ แก่นแท้ของเกมทรมานผู้เล่นชั้นยอดไม่เคยอยู่ที่ความทรมาน แต่อยู่ที่ความสะใจหลังจากที่ทรมานมาแล้วต่างหาก
แต่เกม *ซิซีฟัส* กลับไม่มีความสะใจเลยแม้แต่น้อย มันจึงไม่นับว่าเป็นเกมทรมานผู้เล่นด้วยซ้ำ เป็นได้แค่เกมขยะเท่านั้น!
คะแนนวิจารณ์ของเกมนี้ร่วงดิ่งลงเรื่อยๆ อย่างเป็นธรรมดา เหมือนกับ *วิถีนรก* ในตอนนั้น ไม่มีผิด มันร่วงลงมาถึงระดับ 'แง่ลบเป็นส่วนใหญ่' อย่างรวดเร็ว และกำลังมุ่งหน้าสู่ระดับ 'แง่ลบอย่างล้นหลาม'
ลิลิธรอจนถึงตีหนึ่งกว่า ถึงได้ยอมจากไปอย่างพึงพอใจ
ดีมาก ดูเหมือนวันนี้จะเป็นคืนที่สงบสุข!
สถานการณ์ที่มีบั๊กโผล่มาอย่างงงๆ เหมือนครั้งก่อนไม่ได้เกิดขึ้น และการรวบรวมอารมณ์ด้านลบก็เป็นไปในทิศทางที่ดีเยี่ยม
ก่อนไปเธอยังหันไปมองกู้ฝานอีกครั้ง ซึ่งกู้ฝานก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร เขาอาจจะแค่เหนื่อยกับการพัฒนาเกมช่วงนี้ เลยเดินหาวหวอดๆ ไปอาบน้ำเข้านอน
...
...
คืนวันที่สอง
ลิลิธมาที่พักของกู้ฝานอีกครั้ง เธอนอนเอนกายดูสตรีมของอาจารย์ติงบนโซฟาเดี่ยวอย่างสบายอารมณ์
ส่วนกู้ฝานก็คอยติดตามอารมณ์ด้านลบและการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเกมต่อไป
เห็นได้ชัดว่าความกระตือรือร้นของอาจารย์ติงลดลงจากวันแรกอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อคืนมีสตรีมเมอร์หลายคนสตรีมเกม *ซิซีฟัส* แต่พอมาถึงวันนี้ จำนวนคนก็ลดลงไปมาก
สตรีมเมอร์บางคนถอดใจเพราะตัวเกม ส่วนบางคนก็ถอดใจเพราะคนดูบอกให้เลิกเล่น
แม้แต่คนดูก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเกมนี้ดูเหมือนจะไม่มีความสนุกเอาเสียเลย!
ต่อให้การได้ดูสตรีมเมอร์สติแตกจะน่าสนใจอยู่บ้าง แต่ *ซิซีฟัส* แตกต่างจากเกมทรมานผู้เล่นเกมอื่นๆ ตรงที่มันทำให้คนดูรู้สึกเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้าตามไปด้วยได้ง่ายมาก
ดังนั้นสตรีมเมอร์หลายคนจึงตัดสินใจยอมแพ้หลังจากลองเล่นไปได้แค่แป๊บเดียว
แต่สถานการณ์ของอาจารย์ติงนั้นค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนหน้านี้เขารับปากไว้แล้วว่าจะสตรีมเป็นเวลาห้าวัน ตอนนี้เพิ่งจะวันที่สอง จะให้ถอดใจล่าถอยก็ยังเร็วเกินไป จึงทำได้แค่กัดฟันเล่นต่อไป
"เอาล่ะพี่น้อง วันนี้ก็ยังเล่น *ซิซีฟัส* เหมือนเดิมนะ
"ลุยกันต่อเลย"
ในเกมมีจุดเซฟใหญ่ๆ แค่สามจุด อาจารย์ติงยังเล่นไม่ถึงจุดเซฟใหญ่จุดแรก พอออกเกมก็เลยต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น เขาจึงกลับมาโผล่ที่ริมชายหาดจุดเริ่มต้น และต้องเข็นหินต่อไป
สัมผัสได้ชัดเจนเลยว่าความนิยมในช่องสตรีมก็ลดลงเช่นกัน ก็แหงล่ะ คนดูนั่งดูมาตั้งสองชั่วโมงแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ความสดใหม่มันหายไปหมดแล้ว
ตัวอาจารย์ติงเองก็รู้สึกเบื่อหน่าย เขาทำได้แค่เข็นหินไปอย่างเป็นเครื่องจักรกล พลางพูดคุยกับคนดูไปด้วย เพื่อพยายามรักษายอดคนดูในช่องสตรีมไว้ให้ได้มากที่สุด
ลิลิธดีใจมาก
กู้ฝานเดาได้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่: โทษฐานที่มาขัดขวางแผนดีๆ ของฉัน! ครั้งนี้จับโอกาสได้แล้ว จะต้องทรมานแกให้สาสมเลย!
กู้ฝานไม่สงสัยเลยว่า ถ้าเป็นไปได้ ลิลิธคงอยากให้อาจารย์ติงเล่น *ซิซีฟัส* ไปตลอดชีวิต และทนรับความทรมานแบบเดียวกันอยู่ที่ตีนเขาของแดนชำระ
เล่นไปเล่นมา อาจารย์ติงก็เริ่มหาว
ขณะที่ตัวเลขอารมณ์ด้านลบที่ลอยผ่านลานสายตาของกู้ฝานบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าความอดทนของอาจารย์ติงกำลังถูกบั่นทอนจนร่อยหรอลงทีละนิด
ทว่าในตอนนั้นเอง อาจารย์ติงก็ตะโกนลั่นขึ้นมา
"เฮ้ย เชี่ยเอ๊ย!"
เสียงตะโกนนี้ทำเอาคนดูที่กำลังง่วงเหงาหาวนอนในช่องสตรีมสะดุ้งตื่นกันแทบจะในทันที คอมเมนต์เครื่องหมายคำถามลอยผ่านหน้าจอเป็นพรวน
"อะไรวะเนี่ย ร้องซะตกใจหมด!"
"เสี่ยวติง แกทำอะไรเนี่ย ถ้าไม่มีมุกจะเล่นก็ไปกัดไฟแช็กโชว์ไป อย่ามาฝืนทำเป็นตกใจ"
"นั่นดิ เกือบทำฉันหัวใจวายตายแล้วไหมล่ะ"
ตอนนี้อาจารย์ติงเหมือนคนขับรถที่เพิ่งตื่นจากอาการหลับใน เขาชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "พี่น้อง เมื่อกี้พวกนายสังเกตเห็นไหมว่าก้อนหินใหญ่นี่มันเร็วขึ้นหรือเปล่า?"
คำถามนี้ทำเอาคนดูในช่องสตรีมถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
เร็วขึ้นเหรอ?
จะเป็นไปได้ยังไง!
เมื่อวานอาจารย์ติงก็สตรีมไปตั้งสองชั่วโมงแล้ว กลไกของเกมนี้ก็แสนจะเรียบง่าย พวกเขาจับทางได้ตั้งนานแล้ว ไม่เห็นจะเจอระบบวิ่งเร็วอะไรที่ว่าเลยสักนิด?
สงสัยคงจะหลับในจนเบลอเห็นภาพหลอนไปเองมากกว่ามั้ง
แต่อาจารย์ติงย่อมไม่ยอมรับอยู่แล้ว เขาเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเองมาก
"ไม่มีทาง เมื่อกี้มันเร็วขึ้นจริงๆ ฉันสัมผัสได้! ถ้าเป็นความเร็วปกติล่ะก็ ไม่มีทางมาถึงตรงนี้ได้หรอก!
"แปลกจัง มันเร็วขึ้นได้ยังไงเนี่ย...
"หรือว่า?"
อาจารย์ติงนึกทบทวนการบังคับก่อนหน้านี้ แล้วก็เริ่มมีข้อสันนิษฐานลางๆ
เขาบังคับให้ซิซีฟัสถอยหลังกลับไปเล็กน้อย จนมาถึงบริเวณที่ค่อนข้างราบเรียบและกว้างขวางในชั้นนี้
จากนั้นก็เริ่มเข็นหินไปข้างหน้า
เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้กดแค่ปุ่ม 'W' อย่างเดียว แต่ในระหว่างที่เคลื่อนที่ เขาก็กดปุ่ม 'Spacebar' เป็นระยะๆ ด้วย!
คีย์บอร์ดกลไกที่อาจารย์ติงใช้มีเสียงดังมาก คนในช่องสตรีมจึงได้ยินเสียงแต๊กๆ เป็นจังหวะอย่างชัดเจน
แล้วฉากที่น่าตกตะลึงก็เกิดขึ้น
ก้อนหินใหญ่ก้อนนี้กลับกลิ้งเร็วขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ!
หากอาจารย์ติงไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน ก็อาจจะเบรกไม่อยู่จนพุ่งตกลงไปในหน้าผาเลยด้วยซ้ำ
"พี่น้อง เกมนี้... มีบั๊กอีกแล้ว!
"เอ๊ะ ทำไมฉันถึงต้องใช้คำว่า 'อีกแล้ว' ด้วยล่ะเนี่ย?"
อาจารย์ติงเกาหัวสกินเฮดของตัวเอง ราวกับได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่อีกครั้ง!
...
ทันทีที่ค้นพบบั๊ก อาจารย์ติงก็ทำการทดสอบบั๊กนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่นานเขาก็พบสาเหตุ
ดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะแอ็กชัน 'กระโดด'!
อย่างที่ทราบกันดี ในเกม *ซิซีฟัส* 'Spacebar' คือปุ่มสำหรับสั่งให้ตัวละคร 'กระโดด'
แต่การ 'กระโดด' นี้ จะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสถานะ 'แบกหิน' เท่านั้น
หากกดปุ่ม Spacebar ในสถานะปกติ แม้ซิซีฟัสจะทำท่าถีบเท้า แต่เพราะสองมือยังต้องยันก้อนหินใหญ่ข้างหน้าไว้ จึงไม่สามารถกระโดดลอยตัวขึ้นมาได้
อีกทั้งท่าทางนี้ก็แทบจะสังเกตไม่เห็น จึงถูกมองข้ามได้ง่ายมาก
ทว่าท่า 'ถีบเท้า' ง่ายๆ นี้ กลับสามารถเพิ่มความเร็วให้กับก้อนหินใหญ่ได้เล็กน้อย!
เดิมทีแรงผลักของซิซีฟัสนั้นคงที่ เวลาที่ก้อนหินใหญ่เคลื่อนที่ก็จะเป็นความเร็วสม่ำเสมอ
แต่ผลของการเพิ่มความเร็วเล็กๆ น้อยๆ นี้กลับทำลายสมดุลนั้นไป
หากผู้เล่นสามารถกดปุ่ม Spacebar อย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผลของการเพิ่มความเร็วเล็กน้อยนี้ก็จะซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ และทำให้ก้อนหินใหญ่มีความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!