ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
แต่หลังจากบทสนทนาเพียงสั้น ๆ เด็กตัวเล็กที่ดูเหมือนไม่รู้ความจริงกลับดูแตกต่างออกไป
โกฮุนไม่ได้พูดเลยว่าผลงานของตัวเองยิ่งใหญ่แค่ไหน
เขาไม่ได้อธิบายอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นความหมาย เทคนิค หรือวัสดุที่ใช้ในการสร้างภาพ
เขาเพียงแต่พูดบนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจของอ็องรี มาร์โซที่สามารถมองเห็นคุณค่าของภาพได้
แล้วก็...
เขาบอกว่า คุณค่าของผลงานนั้นขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง
ไม่ใช่ความดื้อรั้นของศิลปินหน้าใหม่ที่ชอบทำตัวอวดดี
‘แสดงว่า หมอนี่มาที่นี่เพื่อจะซื้อสินะ’
และคนที่มาซื้อผลงานกลับไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ อ็องรี มาร์โซ ศิลปินและนักสะสมอันดับหนึ่งของฝรั่งเศส
เมื่อเป็นคนระดับนั้น ก็สมควรจะเสนอราคาที่เหมาะสมเช่นกัน
เหมือนกับจะบอกว่า ถ้าคนอย่างคุณยังอยากซื้อ ภาพนี้ก็ย่อมมีค่ามากกว่า 2 ล้านยูโรแน่นอน
เมื่อเทียบกับคนอื่นที่คอยยิ้มแย้มประจบหรือหาวิธีหลอกล่อเพื่อให้ขายได้ราคาดี ๆ แล้ว การกระทำของเด็กคนนี้มันช่างบริสุทธิ์และเป็นการท้าทายที่น่าทึ่ง
และผลงานของเด็กคนนั้น...
มันมีค่าขนาดนั้นจริง ๆ
ดอกทานตะวันที่เปล่งประกายราวกับกลืนกินดวงอาทิตย์
อ็องรี มาร์โซไม่สามารถละสายตาจากภาพนั้นได้เลย
แม้ใช้เทคนิคแบบดั้งเดิม แต่ผลลัพธ์กลับเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง ซึ่งไม่เคยมีในโลกนี้มาก่อน
แม้มันจะเป็นเพียงภาพวาดดอกไม้ธรรมดา ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครนำมาขายในตลาดแล้วในยุคนี้ แต่กลับสามารถสื่อถึงพลังชีวิตและเจตจำนงของทานตะวันได้อย่างชัดเจน
ช่องว่างด้านซ้ายของภาพก็เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ครุ่นคิดอย่างเพียงพอ
และแล้ว...
อีจุนโฮ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะโซล ก็เดินเข้ามาในห้องจัดแสดงที่สามด้วยความตื่นเต้นที่เก็บไม่อยู่
“โอ้โห สวัสดีครับ ผมชื่ออีจุนโฮ เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะโซลครับ”
แต่อ็องรี มาร์โซกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเขา แล้วหันไปมองโกซูยอลและจางมีแรที่เดินตามมาช้า ๆ ข้างหลังแทน
จากนั้นเขาก็กรอกจำนวนเงิน 2 ล้านยูโร ลงในเช็ค พร้อมเซ็นชื่อ ก่อนจะยื่นให้กับอีจุนโฮอย่างไม่ใส่ใจ และเดินตรงไปหาโกซูยอล
“ได้พบกันยากจริง ๆ ครับ ท่านโกซูยอล”
“ตื๊อไม่เลิกเลยนะ คิดอะไรกันแน่?”
โกซูยอลจ้องมองอ็องรี มาร์โซอย่างระแวง แต่เขากลับไม่ใส่ใจ และพยักหน้าไปยังภาพที่อยู่ด้านข้าง
“ผมตั้งใจจะมาซื้อภาพของท่าน แต่กลับได้พบกับผลงานที่ไม่คาดคิดมาก่อนครับ”
“………”
“ดูเหมือนว่าท่านจะสอนสั่งเขาได้ดีทีเดียว ผมคาดหวังในอนาคตของเขามากเลยครับ”
อ็องรี มาร์โซกล่าวพลางหันไปมองอีจุนโฮซึ่งดูตกตะลึง
“ผมจะมารับในวันสุดท้ายของนิทรรศการ ดูแลให้ดีล่ะ”
“คะ...ครับ? หมายความว่าอย่างไรหรือครับ?”
อีจุนโฮที่ฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออกจึงได้แต่ตกใจและงุนงง แต่อ็องรี มาร์โซไม่ใส่ใจเขาแม้แต่น้อย
เขาเพียงแค่เหลือบตามองไปทางโกฮุนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เล็กน้อย แล้วก็เดินออกจากหอจัดแสดง
หลังจากขึ้นรถไปได้สักพัก
อาร์แซน เลขาผู้ที่เพิ่งกลับจากจัดการเรื่องการซื้อขายผลงานศิลปะกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะโซลก็ถามขึ้น
“ไม่เป็นไรหรือครับที่ไปพบคุณโกซูยอลแล้วไม่พูดเรื่องภาพของเขาเลย? ถ้าตอนนี้ยังทันอยู่...”
“ไม่สนใจ”
อ็องรี มาร์โซพิงแขนขวากับหน้าต่างรถ ลูบจมูกเบา ๆ พลางคิดถึงโกฮุนและ ภาพนั้น เพียงอย่างเดียว
...
ขายไปแล้ว
‘เราขายภาพวาดได้แล้ว’
ไม่มีคำไหนจะอธิบายได้นอกจากคำว่าโชคดี แต่ถึงอย่างนั้น... อย่างน้อยก็เป็นโชคดี
นอกจากงานชิ้นเล็ก ๆ ก็มีเพียงแค่ภาพเดียวในรอบสิบปีที่เคยขายได้ แต่ครั้งนี้กลับขายได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
แถมยังได้เจอกับคนที่เข้าใจทั้งตัวเราและผลงานของเรา
ความรู้สึกเอ่อล้นนี้ ไม่รู้จะจัดการยังไงดี
แต่ทว่า... สีหน้าของคุณปู่กลับไม่ค่อยดีนัก
“ทำไมเหรอครับ?”
“ไม่หรอก... ไม่มีอะไร”
ดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ
“ไม่ดีใจเหรอครับ?”
บางที...
ท่านอาจเข้าใจผิดที่เราบอกว่า วาดภาพเพื่อขาย ก็ได้ เพราะท่านเป็นจิตรกรผู้สูงส่ง
แม้การขายไม่ได้จะทำให้ชีวิตย่ำแย่ และการขายได้ก็คือการสื่อสารระหว่างผู้สร้างกับผู้ชม แต่ว่า...
ท่านอาจหวังให้เรา ยังเป็นเพียงโกฮุนที่ยังเด็ก แสวงหาศิลปะด้วยใจบริสุทธิ์มากกว่าเรื่องเงินก็เป็นได้
ในขณะที่เรากำลังคิดว่าควรอธิบายยังไงดี...
ท่านกำหมัดแน่นและตัวสั่น
“ฮึ!”
จางมีแรหัวเราะ
เมื่อเราสงสัย เธอก็กระซิบข้างหูว่า
“คุณปู่น่ะ อยากเป็นคนแรกที่ซื้อภาพของหุนที่สุดเลยล่ะ”
“......”
รักหลานมากขนาดนั้นก็เกินไปแล้ว
ทั้งที่เคยพูดว่า คนในครอบครัวไม่ควรทำธุรกิจด้วยกัน แต่ดูเหมือนท่านอยากได้ภาพของเราเหลือเกิน
ดูเหมือนจะเจ็บใจอยู่ไม่น้อย
สีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“ถ้าฉันเป็นคนซื้อ คนอื่นก็จะไม่ยอมรับน่ะสิ”
“ก็ฉันชอบภาพนั้น แล้วจะใช้เงินตัวเองซื้อ มันผิดตรงไหนกัน?”
ทั้งที่ปกติอยู่ในตำแหน่งสูง มักสุภาพและมีเหตุผลกับผู้อื่น แต่พอเป็นเรื่องของเรา ท่านกลับดูแปลกไป
“แล้วทำไมต้องเป็นหมอนั่นด้วย? แค่คิดก็รู้แล้วว่าจะทำหยิ่งขนาดไหน!”
“ก็จริงนะคะ แต่เขายอมเสนอถึงสองล้านยูโร แสดงว่าคงชอบผลงานของหุนมากเลยล่ะ”
“ไม่ใช่ค่ะ เป็นหุนต่างหากที่เสนอราคานั้น”
นักข่าวคิมจีอูพูดแทรกขึ้นมา
คุณปู่กับจางมีแรจ้องมองคิมจีอูตาโต ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ตอนแรกเธอพูดว่าสักแสนยูโรใช่ไหม?”
เมื่อคิมจีอูถาม เราพยักหน้า และทั้งสองคนก็ทำหน้าราวกับตาจะเด้งออกจากเบ้า
“ถึงจะฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออก แต่เห็นสองคนนั้นคุยกันแล้วบรรยากาศดูตึงเครียดมากเลยนะ แล้วคือ... เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
จางมีแรพูดแทรกขึ้น พร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“คิดอะไรอยู่ถึงทำแบบนั้น? ถ้าเขาไม่ซื้อขึ้นมาจะทำยังไง?”
“ผมคิดว่าเขาจะซื้อแน่นอนครับ”
“หา?”
“เขาเป็นคนที่ชอบภาพทานตะวันของผมมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา”
“...เหรอ? แต่ดูเขาแค่จ้องนิ่ง ๆ นะ”
คิมจีอูพึมพำ
“รู้ไหมว่าสองล้านยูโรมันเท่าไหร่?”
“พอรู้ครับ พี่บอกว่าแสนยูโรคือประมาณ 1.4 พันล้านวอน ผมเลยตั้งราคาที่สิบล้าน เพื่อให้ได้หักครึ่งกับทางพิพิธภัณฑ์ตามที่เขาว่าไว้”
คุณปู่กระพริบตาปริบ ๆ
“ตอนนี้ผมใช้หนี้ได้แล้วใช่ไหมครับ?”
“อะ...คือว่า...”
คุณปู่ดูอึกอัก พูดไม่ออก
“คุณปู่สัญญาแล้วนะครับ ว่าจะให้ผมใช้หนี้สิบล้านวอนทุกครั้งที่ขายได้”
“อย่าบอกนะ ว่าเธอตั้งราคาสองล้านยูโรเพราะที่ปู่พูด?”
“ครับ”
“ไอ้เด็กนี่! ปู่บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ไม่ใช่ให้เอาคำพูดนั้นไปจริงจังแบบนี้!”
“ขายแพง ๆ มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ”
“ใครบอกให้เธอหาเงินกันฮะ!”
ไม่เคยเห็นท่านโมโหขนาดนี้มาก่อนเลย
เพราะได้ยินเรื่องจากจางมีแรมาก่อนด้วย เลยลองเดาดูเล่น ๆ
“ถ้าอยากได้จริง ๆ เดี๋ยวผมวาดให้ใหม่ก็ได้นะครับ”
“มันมีแค่ชิ้นเดียว! นั่นเป็นผลงานแรกของเธอที่ส่งเข้าร่วมแสดงนิทรรศการครั้งแรก! ถึงจะวาดเหมือนกัน ก็ไม่มีทางเป็น ทานตะวันดอกนั้น หรอก!”
“…….”
“อ๊าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หุนเอ๋ย คุณปู่น่าจะโกรธมากเลยนะ ต้องไปง้อแล้วล่ะ”
“เดี๋ยว! หมายความว่าไงครับ? อะไรยังไง? ช่วยเล่าให้ละเอียดหน่อยได้ไหมครับ เรื่องใช้หนี้คืออะไร แล้วที่บอกว่าอยากได้คืออะไร?”
เพราะคุณปู่กับคิมจีอู ทั้งหมดทำให้เรารู้สึกสับสนไปหมด
[อ็องรี มาร์โซ เพิ่มผลงานสะสมใหม่ ซื้อภาพของหลานชายโกซูยอลในราคา 2 ล้านยูโร]
อ็องรี มาร์โซ ศิลปินระดับโลกและนักสะสมผลงานศิลปะชื่อดัง ได้ซื้อภาพวาดของโกฮุน ในวันที่ 15 ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะกรุงโซล ในราคาสูงถึง 2 ล้านยูโร
การซื้อขายระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชนภายในห้องจัดแสดง ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยาก
โกฮุนปฏิเสธข้อเสนอแรกที่มาร์โซเสนอที่ 1 แสนยูโร และเป็นฝ่ายเสนอราคา 2 ล้านยูโรด้วยตัวเอง ซึ่งอ็องรี มาร์โซก็ตอบรับ และการซื้อขายจึงสำเร็จลุล่วง
ส่งผลให้ภาพวาดของโกฮุนที่มีมูลค่ากว่า 2.8 พันล้านวอน กลายเป็นผลงานที่มีราคาซื้อขายสูงที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ในปีนี้
ผลงานดังกล่าวจะจัดแสดงในห้องแสดงที่ 3 ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโซลจนถึงวันที่ 20 ของเดือนนี้ ก่อนจะถูกส่งมอบให้อ็องรี มาร์โซ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะโซลประกาศว่าจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าผลงานตลอดระยะเวลาการจัดแสดง เพื่อปกป้องภาพวาดอันมีมูลค่าสูงนี้
ขณะเดียวกัน โกฮุน หลานชายของจิตรกรชื่อดังโกซูยอล ได้ขายผลงานชิ้นแรกจากนิทรรศการแรกของเขา
คลิกเพื่ออ่านบทความเกี่ยวกับโกฮุน โดย คิมจีอู (นิตยสารเยฮวา)
การที่อ็องรี มาร์โซ ศิลปินและนักสะสมผู้เป็นที่รักในระดับโลก ซึ่งคาดว่ามีทรัพย์สินส่วนตัวหลายหมื่นล้านดอลลาร์ มาซื้อภาพวาดในเกาหลีใต้ ทำให้วงการศิลปะทั้งในและนอกประเทศสั่นสะเทือน
เขาขึ้นชื่อเรื่องรสนิยมที่เข้มงวดต่อผลงานศิลปะ และยังมีภาพลักษณ์ที่หยิ่งทะนง
แค่การที่เขาซื้อผลงานของเด็กอายุเพียง 10 ขวบก็เป็นข่าวได้แล้ว แต่กลับใช้เงินสูงถึง 2 ล้านยูโร ยิ่งทำให้หลายคนตะลึง
บทความที่เผยแพร่ผ่านบัญชี SNS ของนิตยสารเยฮวา ถูกสื่อต่าง ๆ นำไปแชร์และส่งต่อกันอย่างรวดเร็ว
ข่าวนี้แพร่กระจายจากบุคลากรในวงการศิลปะไปถึงเว็บบอร์ดและคอมมูนิตี้ทั่วไปของประชาชน
ความคิดเห็นจากชาวเน็ต:
└ บ้าชิบ 555555 เด็กสิบขวบขายภาพได้ตั้ง 2.8 พันล้านวอน 5555
└ เด็กคนนี้คือใคร?
└ หลานชายของโกซูยอล
└ โกซูยอล? เหมือนเคยได้ยินชื่อ
└ ในเกาหลีอาจไม่ดังมาก แต่ต่างประเทศโคตรดัง เวลามีบิเอนนาเล่ (biennale) ก็ตามตัวกันสุดฤทธิ์
└ เด็กคนนี้ลูกของโกแฮซองกับอีซูจินนะ เป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ของ Max Studio
└ จากเรื่อง SABERS เหรอ?
└ ใช่เลย เขาทำตั้งแต่ SABERS: Trinity War ยัน End Phase
└ สองคนนั้นเสียชีวิตไม่ใช่เหรอ?
└ ใช่ ปีนี้ช่วงซัมเมอร์ ตอนกลับมาเที่ยวเกาหลี แล้วประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
└ เศร้ามากเลยอะ เด็กต้องเสียพ่อแม่ไป
└ แต่ยังไงก็เถอะ นี่เรื่องจริงเหรอ? ต่อให้เป็นลูกคนดัง ก็ไม่น่าได้ราคาขนาดนั้นเลยนะ?
└ ได้ยินว่าอ็องรี มาร์โซเห็นแล้วซื้อทันทีในงานเลย
└ โห เห็นแล้วหมดกำลังใจ คนอื่นหาเงินหัวแตก ภาพเดียวได้ตั้ง 28 พันล้าน
└ ใช่ บางพวกก็แค่จุด ๆ ลงไป แล้วเรียกว่าภาพวาดตั้งหลายสิบล้าน
└ [ลิงก์] ไปดูภาพได้ที่นี่
└ ภาพของเด็กสิบขวบน่ะ ก็พอ ๆ กันนั่นแหละ 5555
└ นายที่มาด่าเด็กสิบขวบเนี่ย ชีวิตนายนี่แหละตลกสุด
คนที่ไม่ได้สนใจศิลปะมาก่อน ต่างพากันตะลึงเมื่อรู้ว่าเด็กอายุสิบขวบขายภาพวาดได้ราคา 2.8 พันล้านวอน
แม้จะมีทั้งคนอิจฉาและคนริษยา แต่โดยรวมแล้วเสียงตอบรับในตอนแรกกลับค่อนข้างเป็นลบ
เพราะหลายคนมีความรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานศิลปะร่วมสมัยที่ดูไม่เข้าใจง่าย และมักปฏิเสธการสื่อสารกับผู้ชม
└ พูดจริง ๆ เลยนะ ฉันจ้องมันอยู่ประมาณนาทีหนึ่ง แบบ... มันสมควรแพงขนาดนี้เลยเหรอ?
└ หือ?
└ บ้าเอ๊ย มันอะไรกันเนี่ย?
└ ฉันไม่รู้เรื่องศิลปะหรอก แต่ภาพนี้วาดดีจริง ๆ นะ ไม่สิ... ไม่ใช่แค่ "วาดดี" มันมากกว่านั้น
เมื่อได้เห็นภาพของโกฮุน คนเหล่านั้นก็เกิดความสับสน
มันไม่ใช่ภาพที่เข้าใจยากหรือดูไร้ความหมายแบบที่พวกเขาเคยเห็นในงานศิลปะสมัยใหม่
กลับกัน... แค่เพียงเห็นก็ทำให้รู้สึกดี
ดอกทานตะวันที่ดูโดดเดี่ยวแต่เปล่งประกายอย่างสง่างามนั้น ถ่ายทอดอารมณ์หลากหลายที่ยากจะอธิบายได้ในทันที
และเมื่อภาพของโกฮุนเป็นที่รู้จักมากขึ้น เสียงวิจารณ์ในแง่ลบว่าภาพ "ไม่สมราคา" ก็เริ่มลดน้อยลง
ผู้คนจำนวนมากขึ้นเริ่มสนใจตัวของโกฮุน ผู้เป็นเจ้าของผลงานนั้นอย่างจริงจัง