สองพี่น้องชุยเสวียนและชุยอวี้ก็ตื่นนอนตามมาติดๆ
ทันทีที่ได้กินมื้อเช้า บนใบหน้าของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยสีหน้าพึงพอใจแบบเดียวกัน
อร่อยเกินไปแล้ว!
หลังมื้ออาหาร
ภายใต้การนำของชุยโป๋ซานและชุยจ้งหยวน ชุยอวี้กับชุยเซี่ยนก็สะพายกล่องหนังสือพากันออกจากบ้านไปโรงเรียน
ท่านผู้เฒ่าชุยยังคงไม่วางใจ จึงกำชับว่า "อย่าลืมมอบของกำนัลไหว้ครูให้อาจารย์ด้วยล่ะ แล้วก็เดินทางระมัดระวังกันด้วยนะ"
"ทราบแล้วขอรับท่านย่า"
"ขอรับท่านแม่"
สี่พ่อลูกเดินออกจากประตูบ้าน
ในมือของผู้เป็นพ่อทั้งสองต่างหิ้วตะกร้าใส่ของกำนัลไหว้ครูใบใหญ่ ด้านในบรรจุขึ้นฉ่าย เม็ดบัว ถั่วแดง พุทราจีน ลำไย และเนื้อแห้ง
แม้ตระกูลเผยจะจงใจเชิญชุยเซี่ยนมาเรียน ถึงขนาดยอมอุดหนุนค่าครองชีพให้เดือนละห้าตำลึงก็ตาม
แต่ของกำนัลไหว้ครูก็ยังต้องให้อยู่ดี!
ธรรมเนียมมิอาจละทิ้งได้ นี่คือความเคารพที่มีต่ออาจารย์
ยามเช้าตรู่ดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้า อากาศยังคงมีความเย็นยะเยือกแฝงอยู่บ้าง
กลุ่มคนตระกูลชุยออกจากตรอกจ้งจิ่ง เดินไปทางทิศตะวันออกไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็มาถึงปากตรอกฝูหนิว
"มาแล้วๆ!"
"น้องเซี่ยน ในที่สุดพวกเจ้าก็มาเสียที"
"รีบไปเร็วเข้า ตาเฒ่าเหม็นอู๋ชิงหลานนั่น หมู่นี้ถึงกับเลื่อนเวลาเข้าเรียนให้เร็วขึ้นตั้งครึ่งชั่วยาม"
"มาสายต้องโดนตีไม้กระดาน บ้าบอคอแตกที่สุด!"
ลูกพี่ทั้งสี่อย่างเผยเจียน เกาฉี จวงจิ่น และหลี่เฮ่ออวี้ ต่างพากันทำหน้ามุ่ยบ่นกระปอดกระแปด
หากเป็นวันปกติ พวกเขาไม่ใส่ใจเรื่องพรรค์นี้หรอก
ถึงอย่างไรก็ขี้เกียจไปสถานศึกษาอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ พวกเขาต้องตั้งใจเรียนหนังสือไปพร้อมกับน้องเซี่ยนไม่ใช่หรือไง!
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พวกชุยเซี่ยนก็รีบเร่งฝีเท้า เดินมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาสกุลเผย
ในสำนักศึกษา
เหล่าศิษย์แต่ละคนล้วนทำหน้าอมทุกข์ ห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง
อาจารย์อู๋ถือไม้บรรทัดเหล็กอยู่ในมือ เอ่ยตำหนิว่า "ดูสภาพพวกเจ้าตอนนี้สิ ไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย วันข้างหน้าจะไปสอบเคอจวี่ได้อย่างไร!"
"แล้วก็ วันก่อนอาจารย์สอนพวกเจ้าแต่งกวีไปชัดๆ!"
"แต่พวกเจ้าทุกคนกลับทนดู 'บทกวีห่าน' พ่ายแพ้ให้กับกวีบิดเบี้ยวบทหนึ่งได้หน้าตาเฉย ทั้งยังกล้าบ่นว่าชุยเซี่ยนอวดเก่งอีก"
"ช่างทำให้ข้าโมโหแทบตายจริงๆ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ เหล่าศิษย์ก็พลันมีสีหน้าเจื่อนลง
จะโทษพวกเขาก็ไม่ได้ 'บทกวีไผ่ใหม่' ของจ้าวเย่าจู่บทนั้น มองเผินๆ ก็ดูน่าเกรงขามจริงๆ นี่นา!
เวลานี้เอง
จู่ๆ ก็ได้ยินคนร้องตะโกนขึ้นว่า "ชุยเซี่ยนมาแล้ว!"
คนทั้งสำนักศึกษาหันขวับไปพร้อมกัน มองตรงไปยังประตูด้วยสายตาเร่าร้อน
ในที่สุดก็กลับมาเสียที
ช่วงเวลานี้ ทั่วทั้งสำนักศึกษา ไม่สิ ทั่วทั้งหนานหยางล้วนกำลังพูดคุยสนทนาถึงเขาอย่างดุเดือด!
อาจารย์อู๋ที่เมื่อครู่ยังทำหน้าบูดบึ้ง สีหน้าพลันเปลี่ยนจากมืดครึ้มเป็นสดใสในชั่วพริบตา ยิ้มจนรอยย่นเต็มหน้า
ทำเอาบรรดาศิษย์ในสำนักศึกษาพากันอ้าปากค้าง
สวรรค์ ตาเฒ่าหัวโบราณคนนี้ ถึงกับยิ้มเป็นด้วยหรือเนี่ย!
"ชุยเซี่ยน เด็กดี ในที่สุดก็รอจนเจ้ามา"
อาจารย์อู๋ตื่นเต้นจนถึงกับเดินเข้ามาต้อนรับด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นของกำนัลไหว้ครูที่ตระกูลชุยนำมา มุมปากก็ยิ้มจนหุบไม่ลง "เกรงใจกันปานนี้ ยังอุตส่าห์นำของขวัญมาให้อาจารย์อีก"
รับของกำนัลไหว้ครูจากศิษย์ ก็ถือเป็นอาจารย์ของอีกฝ่ายแล้ว
อาจารย์อู๋ย่อมไม่ใส่ใจของกำนัลไหว้ครูเหล่านี้
สิ่งที่เขาใส่ใจคือ การได้เป็นอาจารย์ผู้เบิกเนตรให้กับอัจฉริยะเด็กระเบิดต่างหากล่ะ
หากไม่เชื่อ ก็ลองออกไปสืบดูสิ เด็กอัจฉริยะอย่างชุยเซี่ยน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงขุนนางต้องแย่งกันรับเป็นศิษย์อย่างแน่นอน
ก็แค่ตอนนี้เด็กคนนี้ยังเล็กอยู่ จึงตกเป็นลาภลอยของเขาอู๋ชิงหลานไปชั่วคราวเท่านั้น!
เมื่อเห็นท่าทาง 'ไร้ราคา' เช่นนี้ของอาจารย์อู๋ เผยเจียนทั้งสี่ก็พากันหัวเราะแปลกๆ ออกมา
ชุยจ้งหยวนและชุยโป๋ซานเองก็อยากหัวเราะ แต่เพราะมาในฐานะผู้ปกครอง จึงต้องอดกลั้นไว้อย่างยากลำบาก
รอจนอู๋ชิงหลานรับของกำนัลไหว้ครูแล้ว
สองพี่น้องชุยอวี้และชุยเซี่ยนโขกศีรษะคำนับอาจารย์ พิธีนี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
อู๋ชิงหลานสอบถามความคืบหน้าในการเรียนของชุยอวี้คร่าวๆ จากนั้นก็จัดให้เขาไปอยู่ 'ชั้นเล็ก'
ส่วนชุยเซี่ยนนั้น ไปอยู่ 'ชั้นกลาง'
ได้เรียนห้องเดียวกับพวกพี่ใหญ่โดยตรง
คราวนี้ เผยเจียนและพรรคพวกก็หัวเราะไม่ออกเสียแล้ว
พวกเขานึกถึงฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจที่น้องเซี่ยน 'อ่านรอบเดียวก็จำได้ ท่องได้ถูกต้องทั้งหมด' ก่อนหน้านี้ ก็รู้สึกหนังศีรษะเริ่มชาหนึบขึ้นมา
ทว่าคนอื่นๆ กลับยังไม่ตระหนักว่า สำนักศึกษากำลังจะต้อนรับสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวเพียงใด
ทุกคนห้อมล้อมอยู่ข้างกายชุยเซี่ยน พากันเดินเข้าห้องเรียนอย่างเอิกเกริก
บนใบหน้าของทุกคนล้วนเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น สายตาที่มองชุยเซี่ยน มีทั้งความเลื่อมใส ความอยากรู้อยากเห็น และความชื่นชมบูชา
อายุแปดขวบ เขียนนิยาย แต่งกวี มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วเมืองหนานหยาง!
นี่... เรียกได้ว่าเป็น 'ดาราเด็ก' ฉบับยุคโบราณเลยทีเดียว
ฉวยโอกาสที่อาจารย์อู๋ยังไม่มาเข้าสอน
เหล่าศิษย์ต่างพากันเข้ามาทักทายพูดคุยกับชุยเซี่ยนอย่างกระตือรือร้น คนนี้พูดว่า "สหายชุยเซี่ยน ข้าเอาเนื้อแผ่นมาด้วย หอมมากเลย เจ้าอยากลองชิมดูไหม"
คนนั้นพูดว่า "สหายชุยเซี่ยน 'บทกวีห่าน' บทนั้นช่างคล้องจองจำง่ายเสียจริง ข้าเลื่อมใสยิ่งนัก!"
ยังมีคนพูดอีกว่า "สหายชุยเซี่ยน ข้าเองก็แต่งกวีไว้บทหนึ่ง พวกเราหาเวลามาประลองฝีมือกันสักหน่อยเถอะ"
แน่นอนว่าพอคำพูดนี้หลุดออกมา ก็โดนคนอื่นๆ โห่ไล่ทันที
ชุยเซี่ยนถูกห้อมล้อมอยู่ตรงกลาง บนโต๊ะเต็มไปด้วยขนมขบเคี้ยวและของขวัญต่างๆ นานา ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยขอบคุณใครก่อนดี
เพื่อนร่วมชั้นใหม่ช่างกระตือรือร้นกันเหลือเกิน!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชุยเซี่ยนมาที่สำนักศึกษา แต่การมาในครั้งนี้ ความรู้สึกกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เพราะเขาไม่ใช่เด็กรับใช้ประจำห้องหนังสืออีกต่อไป แต่เป็นศิษย์ในห้องเรียน
อีกทั้งยังเป็นคนที่โดดเด่นเจิดจรัสที่สุดด้วย!
ตอนที่อู๋ชิงหลานเดินเข้ามาในห้องเรียน สิ่งที่เห็นก็คือฉากนี้
เขาไม่เพียงไม่โกรธ กลับยังหัวเราะหึๆ เอ่ยแซวว่า "ดูเหมือนว่าเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ของพวกเรา จะเป็นที่นิยมมากทีเดียวนะ"
ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันหัวเราะครืนออกมา
เผยเจียนโอบไหล่น้องชายของตัวเอง หัวเราะอย่างได้ใจสุดๆ "นั่นมันแน่อยู่แล้ว!"
แต่ไม่นาน พวกเขาก็หัวเราะไม่ออก
เพราะได้ยินอาจารย์อู๋กล่าวว่า "วันนี้ยังไม่สอนหนังสือ ฉวยโอกาสที่มีศิษย์ใหม่เข้ามา ข้าก็จะได้ประกาศกำหนดการเรียนการสอนต่อจากนี้เลยพอดี"
"หนึ่ง หลังจากศิษย์ทั้งหลายมาถึงสำนักศึกษาในตอนเช้าตรู่ ให้ท่องจำเนื้อหาที่เรียนไปเมื่อวานอย่างคล่องแคล่วห้ารอบเสียก่อน จากนั้นท่องจำกวีบทใหม่สามบท เมื่อท่องจนขึ้นใจแล้ว ให้นำหนังสือที่สอนในวันนี้ มาแบ่งเป็นสองตอน อ่านสามสิบรอบ จากนั้นค่อยปล่อยให้ไปกินข้าว"
อะ... อะไรนะ?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่าศิษย์แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
ตาเฒ่าอู๋ ท่านอยากให้พวกเราอดตายก็พูดมาตรงๆ เถอะ!
"สอง หลังมื้ออาหาร อ่านหนังสือหนึ่งชั่วยาม เมื่ออ่านจบ ให้คัดลายมือหนึ่งแผ่นมาส่งอาจารย์ เพื่อชี้แนะความงามความน่าเกลียดและดำเนินการตกรางวัลหรือลงโทษ"
"สาม ทุกเย็นจะเล่านิทานเกี่ยวกับความจงรักภักดี ความกตัญญู และความขยันหมั่นเพียรสองเรื่อง ศิษย์ทั้งหลายต้องจำให้ขึ้นใจ และพร้อมรับการสุ่มตรวจถามได้ตลอดเวลา"
"สี่ วันขึ้นหนึ่งค่ำและวันขึ้นสิบห้าค่ำ จะทบทวนบทเรียนของครึ่งเดือนก่อนพร้อมทั้งสอบ เพื่อดำเนินการตกรางวัลหรือลงโทษ"
"ห้า ศิษย์ผู้ใดที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จะมอบตั๋วรางวัลให้หนึ่งใบ สามารถใช้ละเว้นการลงโทษได้หนึ่งครั้ง สำหรับความขยันหรือเกียจคร้านในบทเรียน ก็จะมีการตกรางวัลหรือลงโทษตามสมควรเช่นกัน"
"หก ศิษย์ผู้ใดที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม จะบันทึกคะแนนในสมุดหนึ่งคะแนน สะสมครบสิบคะแนน จะมอบกระดาษและพู่กันให้เป็นรางวัล"
กล่าว 'กฎระเบียบ' ใหม่เหล่านี้จบอย่างรวดเร็ว
อาจารย์อู๋ไม่สนใจเสียงโอดครวญของทุกคนเบื้องล่าง เอ่ยถามว่า "มีปัญหาอะไรหรือไม่"
เผยเจียนยกมือขึ้นอย่างขุ่นเคือง "มีปัญหาขอรับ ทำไมทุกข้อที่ท่านกล่าวมา ถึงดูเหมือนจงใจพุ่งเป้ามาที่ข้าเลยล่ะ"
พวกจวงจิ่นทั้งสามคนก็รู้สึกหวั่นวิตกเช่นเดียวกัน
อู๋ชิงหลานแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่ตอบรับใดๆ
ศิษย์อีกคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า "ขอเรียนถามอาจารย์ หนังสือที่ต้องท่องจำมีอะไรบ้างหรือขอรับ"
คราวนี้อู๋ชิงหลานคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "มีทั้งคัมภีร์ ประวัติศาสตร์ กฎหมาย และคณิตศาสตร์ โดยเน้นไปที่ตำราสี่คัมภีร์ห้า ประวัติศาสตร์ และประชุมนิพนธ์เป็นหลัก"
"ตำราสี่ คัมภีร์กตัญญู เสี่ยวเสวีย อรรถาธิบายคัมภีร์ห้า โจวหลี่ อี๋หลี่ ซานจ้วน กั๋วอวี่ กั๋วเช่อ ซิ่งหลี่ เหวินเสวี่ยน ปาเจียเหวินจี๋ เหวินจางเจิ้งจง และอื่นๆ อีกมากมาย"
"รวมถึง 'พระราชโองการมหากฎหมาย' และบทบัญญัติต่างๆ ก็จำต้องศึกษาไว้บ้างตามสมควร"
ศิษย์คนนั้นนั่งลงด้วยใบหน้าซีดเผือด รู้สึกราวกับท้องฟ้าถล่มทลายลงมา
ทั่วทั้งสถานศึกษาเต็มไปด้วยเสียงสูดลมหายใจเข้าลึก
อู๋ชิงหลานผู้นี้เกรงว่าคงจะบ้าไปแล้วกระมัง!
มีเพียงชุยเซี่ยนที่ได้ยินรายชื่อหนังสือยาวเหยียดนี้ แล้วเกิดความคาดหวังขึ้นในใจ
หากอยากจะเดินบนเส้นทางสอบเคอจวี่ ก็ต้องเอาชนะหนังสือพวกนี้ให้ได้สิ!
ต่อให้ชาติก่อนจะเป็นถึงด็อกเตอร์สาขาวรรณคดีภาษาจีน เขาก็ไม่กล้าพูดว่าเชี่ยวชาญวิชามากมายถึงเพียงนี้จริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น อย่างเช่น บทบัญญัติ ประวัติศาสตร์ และอื่นๆ เขาล้วนต้องทำความเข้าใจใหม่ทั้งหมด
โชคดีที่เขา ชุยเซี่ยน ไม่ขาดความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ต้น!
เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงประท้วงและเสียงโอดครวญ อาจารย์อู๋ก็กล่าวว่า "เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนไม่มีข้อขัดข้อง งั้นก็ตกลงตามนี้ เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป"
เหล่าศิษย์ต่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดวงตานับสิบสิบคู่จ้องเขม็งไปที่เขาอย่างดุร้าย
พวกเราดูเหมือนคนไม่มีข้อขัดข้องอย่างนั้นหรือ?
หลังจากกล่าวเรื่องการจัดเตรียมบทเรียนจบ
อู๋ชิงหลานก็เรียกชุยเซี่ยนออกมาตามลำพัง ยิ้มแย้มอย่างใจดี "เจ้าวางใจเถอะ อาจารย์รู้ว่าเจ้าเพิ่งเบิกเนตร รากฐานยังตื้นเขิน อาจารย์จะให้ตั๋วรางวัลเจ้าเพิ่มสิบใบก่อน วันหน้าหากต้องรับโทษ ก็ใช้มันหักล้างเอา"
เผยเจียนที่แอบย่องมาดักฟังบทสนทนาของพวกเขา : ?
ลำเอียง นี่มันลำเอียงชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง!
ตาเฒ่าอู๋ไม่ทำตัวเป็นคนแล้ว!
ชุยเซี่ยนถือตั๋วรางวัลสิบใบที่อู๋ชิงหลานยื่นมาให้ ด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก
ก็ได้ยินอาจารย์อู๋กระซิบเสียงเบาอีกว่า "แล้วก็ เดือนนี้เจ้าทำผลงานให้ดีล่ะ ทางที่ดีแต่งกวีเตรียมไว้อีกสักบทก็แล้วกัน"
"ตามข่าวที่เชื่อถือได้ ภายในหนึ่งเดือนข้างหน้า ท่านนายอำเภอจะมาตรวจเยี่ยมสำนักศึกษาของพวกเรา"
ให้ตายเถอะ!
ที่แท้ยุคโบราณก็มีการ 'สร้างภาพทางการเมือง' ด้วยหรือนี่?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของชุยเซี่ยนก็สว่างวาบ
หากชื่อเสียงอัจฉริยะของเขา ได้รับการรับรองจากทางการล่ะก็ เช่นนั้นเส้นทางสอบเคอจวี่นี้ ก็ถือว่ามั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริงแล้ว!