แม้ทุกคนจะไม่มีความรู้ทางการแพทย์ แต่ก็พอจะเข้าใจความหมายของหมอจ้าวได้คร่าวๆ
ตอนนี้สำหรับพวกเขาแล้ว การดึงฉมวกออกนั้นง่ายมาก แต่การเย็บแผลนั้นยากยิ่งกว่า
"ตอนนี้รักษาชีวิตของนักเขียนเอาไว้ได้แล้ว สิ่งเดียวที่เราต้องทำคือรีบออกไปจากที่นี่ แล้วหาสถานที่ที่มีความพร้อมเพื่อจัดการบาดแผลให้เขาใหม่"
คำพูดของหมอจ้าวดึงความคิดของทุกคนให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง
หากไม่สามารถออกไปจากห้องที่แปลกประหลาดนี้ได้ ไม่ช้าก็เร็วจุดจบของพวกเขาก็คงไม่ต่างจากหานอีม่อ
"แต่จะออกไปยังไงล่ะ? 'เกม' จบลงแล้วเหรอ?" หลินฉินเอามือปิดปากและจมูกถามขึ้น
ฉีเซี่ยครุ่นคิดอย่างละเอียดครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า
ข้อความในหน้ากากเมื่อครู่นี้เขียนไว้อย่างชัดเจน คนที่ถูกเรียกว่า 'มนุษย์สุนัข' หวังให้พวกเขารอดชีวิต และยังบอกอีกว่า 'พบกันหลังฝนซา'
ตามหลักการแล้ว หลังจากห่าฉมวกที่สาดซัดลงมาดั่งพายุฝนผ่านพ้นไป สิ่งที่เรียกว่า 'มนุษย์สุนัข' ก็น่าจะปรากฏตัว เขาอาจจะนำพาเกมต่อไปมาให้
แต่ทำไมเขาถึงไม่ปรากฏตัวล่ะ?
"นี่ ไอ้นักต้มตุ๋น" เฉียวเจียจิ้นเดินเข้าไปหาฉีเซี่ยช้าๆ แล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง "นายมีวิธีเอาชีวิตรอดใช่ไหม?"
"ทำไม?" ฉีเซี่ยตอบกลับเสียงเย็น "ฉันจะรอดหรือไม่รอด แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?"
"ฉันไม่ได้ฉลาดเหมือนนาย เลยทำได้แค่หาคนร่วมมือด้วย" เฉียวเจียจิ้นคล้ายกำลังเสนอตัว "นายมีสมอง ฉันมีพละกำลัง เรามาร่วมมือกันเถอะ"
ฉีเซี่ยได้ยินประโยคนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ขอโทษที ฉันมันนักต้มตุ๋น นอกจากตัวเองแล้วฉันไม่คิดจะเชื่อใจใครทั้งนั้น"
ยังไม่ทันที่เฉียวเจียจิ้นจะได้พูดอะไรต่อ จู่ๆ ก็มีเสียงตั้งข้อสงสัยดังมาจากทางสารวัตรหลี่
"นี่มันอะไรกัน?"
ทุกคนได้ยินดังนั้นจึงหันไปมอง และพบว่าตอนนี้สารวัตรหลี่กำลังพิจารณาฉมวกในมืออย่างละเอียด
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
หมอจ้าวขยับเข้าไปใกล้สารวัตรหลี่ แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"มีตัวหนังสือ" สารวัตรหลี่ยื่นฉมวกให้หมอจ้าว
หมอจ้าวรับมาดูแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป ที่ส่วนปลายของฉมวกขนาดเท่านิ้วมือมีตัวหนังสือเล็กๆ สลักไว้จริงๆ:
"ฉันคือ 'มนุษย์แพะ' การที่พวกแกเห็นข้อความนี้ได้ แสดงว่ารอดชีวิตมาได้สินะ"
"แต่ตกลงแล้วพวกแกรอดมาได้กี่คนกันล่ะ?"
"มีใครบาดเจ็บไหม?"
"ฉันเป็นห่วงพวกแกมากๆ เลยล่ะ"
"ฉันทนดูพวกแกไปตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอก"
"อีกสิบห้านาที ความตายจะร่วงหล่นจากฟากฟ้าอีกครั้ง"
"หลบมันให้พ้น คิดหาวิธีเอาชีวิตรอดซะ"
หมอจ้าวกัดฟันกรอด ก่อนจะขว้างฉมวกลงพื้นอย่างแรง
"เห็นฉันเป็นไอ้โง่หรือไง! ไม่จบไม่สิ้นสักที!" เขาแผดเสียงคำราม ราวกับต้องการปลดปล่อยอารมณ์ที่ถูกกดทับมาตลอดจนถึงตอนนี้ออกมาให้หมด
"คุณใจเย็นหน่อย!" สารวัตรหลี่กล่าวเสียงขรึม "ถ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แล้วคุณจะรอดไปได้ยังไง?"
"รอดไปเหรอ...? แต่พวกเราตายไปแล้วนะ!!" ในที่สุดหมอจ้าวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป "พวกเราตายไปแล้ว แต่ยังต้องมาถูกทรมานด้วยความหวาดกลัวความตายอีก 'ผู้จัดงาน' ต้องการอะไรกันแน่?! ทำไมเขาไม่ฆ่าเราทิ้งไปเลย หรือไม่ก็ปล่อยพวกเราไปซะล่ะ?"
ตอนนี้สีหน้าของทุกคนดูย่ำแย่ลงเล็กน้อย นั่นสิ ภัยคุกคามถึงชีวิตที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่านี้ ตกลงแล้วต้องการทำอะไรกันแน่?
หรือจะเป็นเหมือนที่มนุษย์หัวแพะคนนั้นพูดไว้ ว่าต้องการจะคัดเลือก 'พระเจ้า' เพียงหนึ่งเดียว?
หรือว่านอกจากคนคนเดียวที่จะได้เป็น 'พระเจ้า' คนที่เหลือก็ต้องตกนรกงั้นหรือ?
"ทุกคน พวกเราผ่าน 'เกม' มาได้ถึงสองเกมแล้ว พวกคุณคิดว่าเป็นเพราะตัวเองฉลาดงั้นเหรอ? ไม่ใช่เลย!" หมอจ้าวกำหมัดแน่น "พวกเราแค่โชคดีเกินไปต่างหาก! แต่ครั้งหน้าล่ะ? หรือครั้งต่อไปอีกล่ะ? ในห้องที่พลิกแพลงได้สารพัดแบบนี้ พวกเราจะอยู่รอดไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?!"
สารวัตรหลี่เม้มริมฝีปาก เดินเข้าไปหาแล้วยื่นมือไปกระชากคอเสื้อหมอจ้าว "นี่... เพื่อนเอ๋ย! ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายแบบนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่สุดก็คือ 'ขวัญกำลังใจ'! ถ้าคุณไม่อยากอยู่แล้ว ก็ไปตายซะคนเดียว! อย่ามาทำให้คนอื่นเสียขวัญสิ!"
"ผม...!" ริมฝีปากของหมอจ้าวสั่นเทาเล็กน้อย "แล้วเราจะออกไปยังไง? คุณมีวิธีพาพวกเราออกไปหรือไง?"
สารวัตรหลี่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "'วิธี' น่ะผมไม่มีหรอก ผมรู้แค่ว่าต้องรอดไปให้ได้! ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างก็ยังมีความหวัง"
เขาปล่อยมือที่กระชากคอเสื้อหมอจ้าวออก เดินไปหยิบฉมวกขึ้นมาดู จากนั้นก็เดินไปที่ข้างกายหานอีม่อเพื่อดูฉมวกบนไหล่ของเขา และพบว่าฉมวกทั้งสองเล่มมีตัวหนังสือเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าโชคของพวกเขาจะดีมากจริงๆ
ด่านเมื่อครู่นี้ไม่เพียงแต่ต้องหลบการโจมตีอันตรายถึงชีวิตให้พ้น แต่ยังต้องเหลือฉมวกไว้อย่างน้อยหนึ่งเล่ม ถึงจะรู้เบาะแสของด่านต่อไปได้
"ถึงยังไง ครั้งนี้ก็ยังให้เบาะแสมาอย่างชัดเจน" สารวัตรหลี่อ่านข้อความบนฉมวกอย่างละเอียด แล้วพูดขึ้น "ไม่เหมือนเมื่อกี้ การโจมตีครั้งนี้จะมาจากด้านบนเท่านั้น"
เขาชี้ไปที่ตัวหนังสือเล็กๆ บนฉมวกที่เขียนว่า 'ความตายจะร่วงหล่นจากฟากฟ้าอีกครั้ง'
สิ้นเสียง ทั้งห้องก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
รูทั้งหมดบนกำแพงกำลังค่อยๆ หายไป ส่วนรูนับไม่ถ้วนบนเพดานก็เริ่มขยับสับเปลี่ยนตำแหน่ง
สุดท้ายก็เหลือเพียงเก้ารู
แถวละสามรู รวมทั้งหมดสามแถว
"ดูเหมือนว่าเกมกำลังจะง่ายขึ้นนะ" สารวัตรหลี่มองรูทั้งเก้าบนเพดาน ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ย "นี่ก็นับว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้ายล่ะนะ"
"แต่ทำไมครั้งนี้ถึงกลายเป็น 'มนุษย์แพะ' อีกล่ะ?" ทนายจางชี้ไปที่ศพบนพื้นซึ่งถูกฉมวกแทงจนเละเทะ แล้วเอ่ยถาม "มนุษย์แพะถูกพวกเราฆ่าตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"
ฉีเซี่ยครุ่นคิดเล็กน้อย เขาก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
มนุษย์หัวแพะที่ตายไปเมื่อกี้เรียกตัวเองว่า 'มนุษย์แพะ' จริงๆ แต่ด้านในหน้ากากของเขากลับเขียนไว้ว่า 'ฉันคือมนุษย์สุนัข'
เดี๋ยวก็แพะ เดี๋ยวก็สุนัข
หรือว่านี่ก็เป็นหนึ่งในเบาะแสเหมือนกัน?
"ไม่มีเวลาแล้ว" สารวัตรหลี่หันไปพูดกับทุกคน "ตอนนี้ตีหนึ่งยี่สิบสามนาทีแล้ว อีกไม่นานรูทั้งเก้าบนเพดานนั่นก็คงจะยิงฉมวกลงมา ทุกคนรีบหยิบกระดานโต๊ะแล้วไปยืนพิงกำแพงไว้ก่อนเถอะ"
ตอนนี้กระดานโต๊ะบนพื้นส่วนใหญ่แตกละเอียดไปหมดแล้ว มีเพียงแผ่นเล็กๆ บางแผ่นที่ยังพอใช้งานได้ฝืนๆ
โชคดีที่รูทั้งเก้าบนเพดานกระจุกตัวอยู่ตรงกลางทั้งหมด ดูแล้วริมกำแพงน่าจะปลอดภัย
ทุกคนเดินไปหยิบกระดานโต๊ะที่แตกหักบนพื้นอย่างเงียบๆ แล้วแยกย้ายกันไปยืนอยู่ริมกำแพง ให้อยู่ห่างจากรูตรงกลาง
ทว่าตอนนี้ฉีเซี่ยกลับไม่ขยับเขยื้อน และค่อยๆ หลับตาลงอีกครั้ง
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เกมที่สามนี้ก็ดูน่าสงสัยเกินไป
เพราะ 'ผู้จัดงาน' ได้มอบวิธีแก้ปัญหามาให้อย่างตรงไปตรงมามากๆ
ในมุมมองของฉีเซี่ย คำใบ้ในครั้งนี้ดูเป็นการกระทำที่เกินความจำเป็นอย่างยิ่ง
ตกลงแล้วอยากให้พวกเขาตาย หรืออยากให้พวกเขารอดกันแน่?
ทำไมถึงต้องเจาะจงระบุถึง 'มนุษย์แพะ' กับ 'มนุษย์สุนัข' ด้วย?
สมมติว่า 'มนุษย์แพะ' กับ 'มนุษย์สุนัข' ไม่ใช่ชื่อ แล้วมันจะหมายความถึงอะไร?
"นี่ ไอ้นักต้มตุ๋น รีบมาสิ!" เฉียวเจียจิ้นตะโกนเรียก "นายไปยืนอยู่ใต้รูนั่นเดี๋ยวก็ตายหรอก!"
"ตายงั้นเหรอ...?" ฉีเซี่ยปรายตามองรูบนเพดานอย่างเย็นชา "ฉันไม่มีทางมาตายที่นี่หรอก ฉันมีเหตุผลที่ยังไงก็ต้องออกไปให้ได้อยู่"
"เกิดอะไรขึ้น... ดูเหมือนคนที่ฉลาดที่สุดจะกลายเป็นไอ้โง่ไปแล้วงั้นเหรอ?" เฉียวเจียจิ้นรู้สึกไม่เข้าใจ
ฉีเซี่ยยื่นนิ้วชี้ออกมา เคาะขมับตัวเองเบาๆ
"เดี๋ยวก่อน... เดี๋ยวก่อน... ขอเวลาฉันอีกหน่อย"
ทุกคนถึงกับผ่อนลมหายใจให้ช้าลง มองดูฉีเซี่ยที่อยู่กลางห้องอย่างเงียบๆ พวกเขาต่างก็ไม่สู้จะเข้าใจนักว่าเกมที่เห็นได้ชัดเจนขนาดนี้ ยังมีตรงไหนที่ต้องคิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมาอีก