ดึกดื่นค่อนคืน
แสงไฟจากบ้านเรือนค่อยๆ ดับลงทีละดวง ทว่าริมถนนในแดนไกลกลับเป็นจุดเริ่มต้นความคึกคักของชีวิตยามค่ำคืน
จางเซิ่งอัปโหลดนิยายเรื่อง "ทะลวงทะลุฟ้า" บทที่สิบห้า เขาเขียนมาถึงตอนที่ตัวเอกเริ่มฝึกฝนทีละน้อยภายใต้ความช่วยเหลือของคุณปู่ในแหวนแล้ว
นี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกกลับมาผงาด และนับเป็นเนื้อเรื่องที่ถูกกดดันมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ดำเนินมาถึงจุดที่น่าติดตามก่อนจะเข้าสู่จุดไคลแมกซ์
จางเซิ่งย้อนกลับไปตรวจสอบคำผิดและจุดที่ประโยคไม่สละสลวยครู่หนึ่ง จากนั้นก็เปิดระบบหลังบ้าน
จำนวนคำใกล้จะถึงห้าหมื่นคำแล้ว
อืม...
ระบบหลังบ้านว่างเปล่า ยังคงไม่มีการเซ็นสัญญา
ยอดกดเข้าชั้นหนังสือกลับเพิ่มขึ้นมาบ้าง มี 93 คนแล้ว คอมเมนต์ก็มีคอมเมนต์จากนักอ่านที่มีตัวตนจริงๆ เพิ่มขึ้นมาเหมือนกัน
【พล็อตแนวถอนหมั้นอีกแล้วเหรอ? ช่วงนี้ทำไมคนแห่แต่งตามกันเยอะจัง? ตั้งแต่เรื่อง "พลิกฟ้าปฐพี" เป็นต้นมา พล็อตแบบนี้ก็มีเกลื่อนกลาดไปหมด น่าสะอิดสะเอียนจนอยากจะอ้วก...】 จากนักอ่าน "หยวนเฟิง"
【"ทะลวงทะลุฟ้า"? ทำไมแกไม่บอกว่ากระซวกทะลุฟ้าไปเลยล่ะ? ช่วงนี้มันอะไรกันนักหนา ทะลุฟ้าอะไรโผล่มาเต็มไปหมด...】 จากนักอ่าน "เผยถู่โก่ว"
【สามหมื่นคำแล้วยังไม่ได้เซ็นสัญญาอีกเหรอ? ดูท่าจะเป็นนิยายขยะที่เซ็นสัญญาไม่ได้อีกเรื่อง พูดจริงๆ นะ ฝีมือการเขียนห่างชั้นจาก "พลิกฟ้าปฐพี" ลิบลับ อย่ามาเกาะกระแสเลย!】 จากนักอ่าน "ฮั่วจงต้าอู้"
【...】
คอมเมนต์ที่ผ่านเข้าตามามีแต่คำวิจารณ์ในแง่ลบอยู่หลายข้อความ
จางเซิ่งอ่านอย่างออกรสออกชาติ แถมยังสนใจตอบกลับคอมเมนต์ด้วยความถ่อมตัวไปสองสามข้อความ
เขาคือผู้ชายที่ถูกกำหนดมาให้เป็นนักเขียนเบสต์เซลเลอร์ ดังนั้นในช่วงที่ยังเป็นมือใหม่เขาจึงต้องถ่อมตัว ต้องรักษาภาพลักษณ์การประชาสัมพันธ์ให้ดูดีมากๆ เอาไว้
ในอนาคตตอนที่มีคนเขียนชีวประวัติของเขา เมื่อย้อนรำลึกถึงช่วงเวลาเหล่านี้ จะได้ยิ่งทำให้คนอ่านน้ำตาซึมและเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ
หลังจากตอบคอมเมนต์เสร็จ เขาก็บิดขี้เกียจ
ความพยายามตลอดหลายวันที่ผ่านมาทำให้เขาค่อนข้างเหนื่อยล้า เปลือกตาหนักอึ้งจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
นอนดีกว่า!
ตอนที่กำลังเตรียมจะปิดคอมพิวเตอร์ จู่ๆ เขาก็เห็นว่าในช่องคอมเมนต์มีข้อความทวงนิยายเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อความ
【รีบเขียนสิ ทำไมมาตัดจบตรงจุดสำคัญล่ะ! แม่งเอ๊ย ถึงจะเป็นพล็อตแนวถอนหมั้น แต่อ่านแล้วโคตรอินเลย ฉันเสียใจที่มาเจอนิยายเรื่องนี้เร็วเกินไป แม่งต้องมารออ่านตอนต่อไปอีกแล้ว ว่าแต่นิยายที่เขียนได้อินขนาดนี้ ทำไมถึงเซ็นสัญญาไม่ได้? ไม่ได้ยื่นเรื่องเหรอ?】
"โอ๊ะ ยังมีคนตาถึงอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?"
"เฮ้อ..."
"กลุ้มใจจัง มีคนทวงนิยายแล้ว! จะตอบสนองความต้องการของนักอ่าน เพิ่มอีกสักตอนดีไหมนะ?"
"กลุ้มโว้ย! กลุ้มใจจริงๆ!"
จางเซิ่งมองดูชื่อนักอ่านคนนี้
อ้าว นี่มันนักอ่าน "ฮั่วจงต้าอู้" ที่เพิ่งจะด่าว่านิยายขยะไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่เหรอ?
จางเซิ่งลูบคางตัวเอง หลังจากตอบกลับไปหนึ่งประโยคว่า "ขอบคุณที่สนับสนุนครับ" เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ วางมือลงบนคีย์บอร์ดต่อ เตรียมตัวอัปเดตเพิ่มอีกบท!
………………………………
"เซี่ยเซี่ย ฉันเข้าร่วมรายการสาวน้อยประกายดาวแล้วนะ!"
"ผ่านรอบออดิชั่นรอบแรกแล้ว ฉันกำลังจะไปแข่งที่เยียนจิงแล้วนะ!"
"ฉันตื่นเต้นมากเลย! ตื่นเต้นมากๆ จริงๆ!"
"ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า ในเว็บบอร์ดฉันจะมีแฟนคลับของตัวเองด้วย..."
"..."
รุ่งเช้า
หลินเซี่ยที่กำลังหลับใหลค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น
เธอถูกปลุกด้วยเสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือ
ปลายสายคือจางพ่านพ่านเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังแบ่งปันเรื่องน่ายินดีกับเธอด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่ง
หลินเซี่ยฟังจนมึนงงไปหมด
หลังจากนัดเวลาทานข้าวเที่ยงกับจางพ่านพ่านเสร็จ หลินเซี่ยก็วางโทรศัพท์มือถือลงแล้วลุกจากเตียง
เธอมองดูปฏิทินบนผนัง
เหลือเวลาอีกยี่สิบวันก่อนจะหมดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน
เหลือเวลาอีกสิบวันก่อนที่ "ฤดูร้อนปีนั้น" จะตีพิมพ์
จู่ๆ เธอก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อวานเธอตัดทอนและแก้ไขเนื้อเรื่องของ "ฤดูร้อนปีนั้น" โดยเพิ่มตัวละครที่มีจางเซิ่งเป็นต้นแบบเข้าไป เพียงแต่ตัวละครนี้ไม่ว่าเธอจะเขียนอย่างไรก็เขียนออกมาได้ไม่ดีนัก
ตัวละครนี้ธรรมดาเกินไป หากบรรยายเพิ่มเข้าไปอีกสักหน่อยก็จะทำให้หนังสือทั้งเล่มดูไม่เข้ากันอยู่บ้าง แต่ถ้าตัดตัวละครนี้ทิ้งไป ก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป
เธอถอนหายใจ รู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย
"รู้อย่างนี้ไม่เขียนดีกว่า..."
เมื่อเดินมาถึงห้องครัว โทรศัพท์มือถือก็ได้รับข้อความหนึ่ง
เป็นข้อความที่แม่ส่งมา แม่เจอเรื่องที่เมืองเวทมนตร์ (เซี่ยงไฮ้) อีกแล้ว คดีค่อนข้างยุ่งยาก เป็นไปได้มากว่าจะไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยเยียนจิงด้วยไม่ได้แล้ว
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จก็ได้รับข้อความจากพ่ออีก พ่อกำลังคุยงานอยู่ที่ต่างประเทศ ต้องรอถึงปลายปีนี้ถึงจะกลับมาได้ เป็นไปได้มากว่าจะมาร่วมงานวันเกิดของเธอในเดือนตุลาคมไม่ได้
หลินเซี่ยถือโทรศัพท์มือถือนิ่งเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นก็วางมันลงบนโต๊ะเงียบๆ
เธอชินเสียแล้ว
หลังจากเก็บของเสร็จ เธอก็นั่งรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่นัดกับจางพ่านพ่านเอาไว้
"ว้าว เซี่ยเซี่ย เมื่อกี้ฉันได้รับโทรศัพท์จากแมวมองของเซิ่งซื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ล่ะ ฉันลองตรวจสอบดูแล้ว เป็นเรื่องจริงด้วย!"
"คิดไม่ถึงเลยว่าความสำเร็จจะง่ายดายขนาดนี้!"
"แต่ว่า แม่ของฉันคงต้องคัดค้านที่ฉันจะเซ็นสัญญากับบริษัทเร็วขนาดนี้แน่ๆ แม่บอกว่าบริษัทพวกนี้วุ่นวายเกินไป แผนการเดิมของแม่คืออยากให้ฉันไปเรียนต่อเมืองนอก..."
"สับสนจังเลย เธอเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเองมาตลอด ช่วยฉันคิดหน่อยสิ!"
"..."
ตอนที่นั่งรถใกล้จะถึงจุดหมาย โทรศัพท์ของหลินเซี่ยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ปลายสาย จางพ่านพ่านตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ น้ำเสียงไพเราะราวกับนกขมิ้น
หลินเซี่ยสอบถามง่ายๆ สองสามประโยคก่อนจะวางสายไป
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็พบกับจางพ่านพ่านที่ห้างสรรพสินค้า
พอจางพ่านพ่านเห็นเธอ ก็ดึงเธอไปพูดคุยเจื้อยแจ้วถึงเรื่องต่างๆ มากมาย...
มีทั้งแผนการในอนาคต สถานการณ์ปัจจุบันของเพื่อนๆ ในช่วงปิดเทอมหน้าร้อนนี้ใครทำเรื่องเก่งกาจอะไรบ้าง ใครไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ใครอกหักบ้าง
หลินเซี่ยฟังไปพลางพยักหน้าอย่างอดทนไปพลาง ในขณะที่รู้สึกยินดีกับเพื่อนสนิทคนนี้ เธอก็ได้สะสมวัตถุดิบในการเขียนนิยายไปด้วย โดยวาดโครงร่างประสบการณ์การเติบโตของตัวละครเหล่านี้ใน "ฤดูร้อนปีนั้น" ภาคสอง
เผลอแป๊บเดียว เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเที่ยงแล้ว
หลังจากทั้งสองทานอาหารเสร็จ จางพ่านพ่านก็ได้รับโทรศัพท์อีกสาย เป็นแมวมองจากบริษัทแสงดาวแห่งอนาคตโทรมา
หลินเซี่ยมองดูใบหน้าที่ตื่นเต้นของจางพ่านพ่าน แต่พอเห็นว่าเธอกำลังสังเกตอยู่ จางพ่านพ่านก็พยายามทำตัวให้สงบนิ่ง พยักหน้าเป็นระยะๆ ทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่
หลินเซี่ยรู้สึกว่าน่าสนใจ จึงหัวเราะออกมา จากนั้นก็รู้สึกว่าการที่บริษัทบันเทิงเหล่านี้จะให้ความสนใจจางพ่านพ่านนั้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
จางพ่านพ่านรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสวยหวานบริสุทธิ์ น้ำเสียงก็ไพเราะ โดดเด่นมากในรอบออดิชั่นของรายการสาวน้อยประกายดาว ในแง่หนึ่ง ถือว่าเป็น 'ตัวเต็ง' ที่บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ต่างจับตามอง
"เฮ้อ กลุ้มใจจัง บริษัทบันเทิงอีกแห่งอยากจะคุยกับฉัน อยากเซ็นสัญญากับฉัน... พวกเขาบอกว่ายังไงก็จะมาเจอตัวจริงให้ได้ ฉันไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี เอาอย่างนี้ไหม เธอช่วยฉันสแกนดูหน่อยสิ?"
"ได้สิ... แต่ว่าวันนี้เธอต้องเลี้ยงชานมนะ อาหารเย็นก็ต้องเลี้ยงด้วย!"
"ฮิฮิ แน่นอนอยู่แล้ว! เลี้ยงไม่อั้น อยากกินอะไรสั่งเลย คุณหนูคนนี้มีเงินถมเถไป!"
"ว้าว เศรษฐีณี!"
หลินเซี่ยพยักหน้า สั่งชานมมาหนึ่งแก้วแล้วดื่มต่อไปพลาง รอเป็นเพื่อนจางพ่านพ่านไปพลาง
ในระหว่างนี้ ทั้งสองคนก็คุยกันเรื่องอนาคต บ่นเรื่องพ่อแม่และครูประจำชั้นคนก่อน คุยเรื่องเพื่อนร่วมชั้น คุยเรื่องดาราคนไหนหล่อกว่ากัน...
ทั้งสองคนราวกับมีเรื่องให้คุยกันไม่รู้จบ เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย
จนกระทั่งบ่ายสามโมง หลินเซี่ยก็เหมือนจะเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยอยู่นอกหน้าต่างห้างสรรพสินค้า
ร่างนั้นสวมเสื้อของบริษัทเตาครบวงจรเซินหราน เดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี้ ดูเหมือนกำลังทำงานเซลส์ขายของอยู่
ไม่รู้ทำไม พอร่างนั้นปรากฏขึ้น จู่ๆ สมองของหลินเซี่ยก็ชะงักไป ราวกับว่าจับจุดอะไรบางอย่างได้และเกิดประกายความคิดขึ้นมาฉับพลัน วินาทีต่อมา เธอก็หมดอารมณ์จะคุยกับจางพ่านพ่านไปในทันที
เรื่องราวทั้งหมดใน "ฤดูร้อนปีนั้น" ล้วนเป็นเรื่องราวโรแมนติกของเด็กหนุ่มเด็กสาวที่หลงทางในช่วงวัยรุ่น อาลัยอาวรณ์ยามต้องจากลา และวาดฝันถึงอนาคต
เธอรู้สึกว่าพวกเขาช่างลำบาก เหน็ดเหนื่อย และพยายามอย่างมาก!
แต่ว่า...
เรียนต่อต่างประเทศ มหาวิทยาลัยชื่อดัง เสื้อบาสเกตบอล NBA พร้อมลายเซ็น โทรศัพท์มือถือแบรนด์เนม เสื้อผ้าแบรนด์เนม กระเป๋านักเรียน...
พวกเขาเป็นคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเพื่อชีวิต กลัดกลุ้มกับอาหารแต่ละมื้อ หรือแม้แต่ต้องไปขอร้องคนอื่นไปทั่วเพื่อหาค่าเทอมจริงๆ หรือ?
พวกเขามีเรื่องราวของตัวเองจริงๆ แต่ทว่า...
จู่ๆ หลินเซี่ยก็รู้สึกว่าตรงหน้าขาวโพลนไปหมด ขาวจนน่ากลัว ถึงขั้นที่ไม่ได้ยินเสียงรอบข้างไปชั่วขณะ
"เซี่ยเซี่ย?"
"เซี่ยเซี่ย!"
"มาแล้ว เธอมาแล้ว!"
"เธอมาแล้ว!"
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ น้ำเสียงตื่นเต้นที่พยายามกดเอาไว้ของจางพ่านพ่านก็ดังเข้าหูหลินเซี่ย
หลินเซี่ยมองตามสายตาไป ก็เห็นผู้หญิงสวมชุดสูทคนหนึ่งเดินตรงมาหาพวกเธอ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมานานและมีความทะมัดทะแมงเป็นอย่างมาก
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นพวกเธอ ก็พยักหน้าให้
"สวัสดีค่ะ ขอแนะนำตัวหน่อยนะคะ ฉันคือสวีเซิ่งหนาน แมวมองจากบริษัทแสงดาวแห่งอนาคต วันนี้..."
"อ้าว เพื่อนนักเรียนหลิน? เพื่อนนักเรียนจาง สวัสดีครับ นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอพวกคุณที่นี่!"
แมวมองยังแนะนำตัวไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงแสดงความดีใจของใครอีกคนดังขึ้นมา







