"ได้ยินหรือยัง วันนี้ที่ว่าการอำเภอติดประกาศผล เด็กอัจฉริยะน้อยสอบได้เซี่ยนอ้านโส่ว [อันดับหนึ่งระดับอำเภอ] แล้ว!"
"อะไรนะ? เด็กอัจฉริยะน้อยเพิ่งจะเก้าขวบไม่ใช่หรือ?"
"ใช่ พวกบัณฑิตพากันพูดว่า เด็กอัจฉริยะน้อยกำลังจะกลายเป็นเซี่ยนอ้านโส่วที่อายุน้อยที่สุดในราชวงศ์ต้าเหลียงของเรา!"
"โอ้โห เก่งกาจเกินไปแล้ว!"
"ข่าวล่าสุด เมื่อครู่ที่ว่าการอำเภอเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น พวกผู้เข้าสอบตั้งข้อสงสัยว่าตำแหน่งเซี่ยนอ้านโส่วของเด็กอัจฉริยะน้อยได้มาจากการทุจริต ถึงกับปิดล้อมเด็กอัจฉริยะน้อยไว้ตรงนั้นเลย"
"หา?"
"แต่ว่า เด็กอัจฉริยะน้อยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ให้ผู้เข้าสอบตรงนั้นตั้งคำถาม แล้วเขาจะเป็นคนตอบเอง! คำถามนับร้อยข้อ กลับไม่มีข้อไหนทำเอาเด็กอัจฉริยะน้อยจนมุมได้เลย!"
"สวรรค์!"
เรื่องนี้ช่างโด่งดังเกินไปจริงๆ ดังนั้นจึงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหนานหยางอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านทุกคนที่ได้ยินข่าวล้วนตื่นเต้นและเลื่อมใสยิ่งนัก ได้แต่เจ็บใจที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงท่วงท่าอันสง่างามเจิดจ้าของเด็กอัจฉริยะน้อยที่ไขปริศนานับร้อยข้อด้วยตัวคนเดียว
คนเดียวเผชิญหน้าคนนับพัน แต่กลับไม่เพลี่ยงพล้ำ
อาศัยฝีมือ ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์หายไปจนหมดสิ้น
นี่ต้องเป็นความสามารถและความกล้าหาญระดับไหนกัน ถึงจะทำได้!
ส่วนกลุ่มผู้เข้าสอบที่ปรักปรำเด็กอัจฉริยะน้อยว่า 'ทุจริต' อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็ถูกชาวบ้านหนานหยางรังเกียจเหยียดหยาม
เห็นเขาอายุน้อยแต่สอบได้เซี่ยนอ้านโส่ว ในใจก็ริษยา จึงใส่ร้ายว่าเขาทุจริต
พวกหน้าไม่อาย ตำราที่เรียนมาคงเอาไปให้หมาอ่านหมดแล้วกระมัง!
ลองคิดดูสิ เมื่อไม่นานมานี้ เด็กอัจฉริยะน้อยเพิ่งได้รับรางวัลจากฝ่าบาท แถมยังช่วยยกเว้นภาษีและเกณฑ์แรงงานให้ชาวบ้านอำเภอหนานหยางตั้งหลายปี
พวกเจ้ากลับกล้าเนรท่าน!
ชาวบ้านด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายยิ่งนัก
ด้วยเหตุนี้ ผู้เข้าสอบระดับอำเภอในรอบนี้หลายคน ช่วงนี้จึงไม่กล้าปรากฏตัวในที่สาธารณะ
หนึ่งคือกลัวถูกด่า
สองคือจิตใจพังทลาย ต้องการเวลาเยียวยาตัวเอง!
ผู้เข้าสอบหลายคนช่วงนี้นอนตอนกลางคืน พอหลับตาก็มีแต่ภาพอันน่าสะพรึงกลัวตอนที่ชุยเซี่ยนแก้ไขปัญหาเป็นร้อยข้อ นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงจนหลับไม่ลง
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
เด็กอายุเก้าขวบคนหนึ่ง จะเป็นอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดถึงขั้นนี้ได้อย่างไร?
เพราะถูกทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ โวยวายไปมาจนถึงท้ายที่สุด กลับไม่มีใครกล้าเรียกร้องให้ที่ว่าการอำเภอเปิดเผยกระดาษคำตอบของเซี่ยนอ้านโส่วอีกเลย
เรื่องนี้ทำให้นายอำเภอเยี่ยหวยเฟิงรู้สึกเสียดายมาก "กระดาษคำตอบที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ หากไม่ประกาศให้สาธารณชนได้รับรู้ ช่างเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับบัณฑิตเหล่านั้น"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ผู้ว่าการซ่งถึงกับพูดไม่ออก
พวกผู้เข้าสอบเหล่านั้น ตอนนี้ผู้ที่จิตใจแหลกสลายมีนับไม่ถ้วน หากได้เห็นกระดาษคำตอบของชุยเซี่ยนอีก...
เกรงว่าแต่ละคนคงต้องร้องไห้กลับบ้านเป็นแน่
สรุปแล้ว เรื่องราวการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเซี่ยนอ้านโส่วในเมืองหนานหยาง ถือว่าสงบลงแล้ว
ทว่า นอกหนานหยางนั้น ก็พูดยากแล้ว!
ผู้ว่าการซ่งสูดหายใจลึก "ปิดผนึกกระดาษคำตอบเถอะ ส่งผลการสอบระดับอำเภอครั้งนี้ไปยังเมืองไคเฟิง เรื่องนี้ใหญ่เกินไป พวกเรารับมือไม่ไหว ส่งให้เบื้องบนไปรับหน้าแทนก็แล้วกัน"
"ตกลง"
เยี่ยหวยเฟิงรับคำ นำอันดับการสอบระดับอำเภอครั้งนี้พร้อมกับกระดาษคำตอบ ส่งไปยังเมืองไคเฟิง
สามวันต่อมา
ที่ทำการผู้ตรวจการศึกษา
เชียนซื่อท่านหนึ่งหลังจากได้รับเอกสารผลการสอบระดับอำเภอหนานหยาง ก็จ้องมองตรงคำว่า ‘เซี่ยนอ้านโส่ว ชุยเซี่ยน อายุเก้าขวบ’ ด้วยความตกตะลึงอยู่นาน จากนั้นก็ตบโต๊ะลุกขึ้นยืน "เหลวไหล! เซี่ยนอ้านโส่วอายุเก้าขวบ ช่างเหลวไหลสิ้นดี!"
"ชุยเซี่ยนผู้นี้ คือศิษย์ของอาจารย์ตงไหลใช่หรือไม่? ช่างเป็นนายอำเภอหนานหยางที่เก่งกล้าเสียจริง บังอาจเทียมฟ้าแท้ๆ!"
"ข้าต้องรีบไปรายงานเรื่องนี้ต่อใต้เท้าผู้ตรวจการเดี๋ยวนี้!"
ที่ทำการผู้ตรวจการศึกษาเป็นหน่วยงานที่พิเศษมาก รับผิดชอบเพียงการสอบขุนนางและการศึกษาของทั้งมณฑลเท่านั้น
เหล่าเชียนซื่อในที่ทำการ ล้วนแต่เป็นบัณฑิตเฒ่าหัวโบราณคร่ำครึ
พวกเขาไม่สนหรอกว่าเจ้าจะมีเบื้องหลังเป็นใคร ในเมื่อเป็นเรื่องของการสอบขุนนางอันศักดิ์สิทธิ์ ใครก็อย่าหวังจะมาเล่นตุกติกในนี้!
สายตาของเหล่าอาจารย์เฒ่าก็คือไม้บรรทัดแห่งความยุติธรรม!
ดังนั้น คำพูดของเชียนซื่อเฒ่าท่านนี้ จึงดึงดูดให้เชียนซื่อคนอื่นๆ พากันเดือดดาล
กลุ่มอาจารย์เฒ่าผมหงอกขาวพากันฮึกเหิม ไปหาใต้เท้าผู้ตรวจการ สาบานว่าจะต้องให้นายอำเภอหนานหยางเยี่ยหวยเฟิงให้คำอธิบายให้จงได้
เมื่อใต้เท้าผู้ตรวจการได้ยินเรื่องนี้ ก็ทำราวกับเพิ่งรู้เป็นครั้งแรก แสดงสีหน้า 'โกรธจัด' "โอ้? มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? ช่างเลวร้ายเกินไปแล้ว!"
"เด็กๆ แกะผนึกกระดาษคำตอบการสอบระดับอำเภอหนานหยางรอบนี้ออกมา เพื่อให้ท่านอาจารย์อาวุโสทั้งหลายได้เบิกเนตรดูว่า เซี่ยนอ้านโส่ววัยเก้าขวบแห่งหนานหยางผู้นั้น แท้จริงแล้วเขียนอะไรลงไป!"
ขณะนี้
ยังไม่มีใครสังเกตเห็นนัยยะแอบแฝงในคำพูดของใต้เท้าผู้ตรวจการ เขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นคนแรกที่อ่าน แต่กลับให้กลุ่มเชียนซื่อเฒ่าเหล่านี้เป็นคนอ่าน
เชียนซื่อท่านหนึ่งรับคำสั่งด้วยความเดือดดาล แกะแถบผนึกกระดาษคำตอบการสอบระดับอำเภอหนานหยางออก หาของชุยเซี่ยนจนพบ แล้วเปิดอ่านต่อหน้าทุกคน
จากนั้น เชียนซื่อท่านนี้ยิ่งดูก็ยิ่งตาเบิกกว้าง
ใต้เท้าผู้ตรวจการกะพริบตา แสร้งถามว่า "เซี่ยนอ้านโส่ววัยเก้าขวบท่านนี้ เขียนอะไรไว้หรือ?"
เชียนซื่อเฒ่าผู้นั้นเดิมทีก็มีจิตใจปั่นป่วนอยู่แล้ว พอได้ยินคำว่า 'เก้าขวบ' ท่ามกลางเสียงอุทาน ก็ถูกกระตุ้นจนตาเหลือก สั่นเทิ้มแล้วสลบเหมือดไป
ในวันนี้ เหล่าเชียนซื่อเฒ่าแห่งที่ทำการผู้ตรวจการศึกษาล้วน 'บ้า' ไปแล้ว
บางคนประคองกระดาษคำตอบฉบับนั้นไว้ ราวกับได้ของล้ำค่า ร้องไห้น้ำตาไหลพราก
บางคนตะโกนเหมือนคนเสียสติว่า 'เมื่อเทียบกับเขาแล้ว ชีวิตของข้ามันก็เหมือนกับเรื่องตลก'
และท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายนั้น
ใต้เท้าผู้ตรวจการได้ยึดกระดาษคำตอบการสอบระดับอำเภอหนานหยางไว้ แล้วส่งเพียงเอกสารอันดับผลการสอบครั้งนี้ ด่วนที่สุดแปดร้อยลี้ไปยังกรมพิธีการในเมืองหลวง
หนานหยางมีเซี่ยนอ้านโส่ววัยเก้าขวบปรากฏขึ้น เรื่องเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องรีบรายงานให้เร็วที่สุด
ส่วนเหตุผลที่ส่งไปแค่ผลการสอบ ไม่ส่งกระดาษคำตอบ เจิ้งเก๋อเหลาเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ใต้เท้าผู้ตรวจการย่อมต้องรู้ความสักหน่อย เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้น
ส่งผลคะแนนไปก่อน ให้พวกขุนนางทัดทานออกโรงมาด่าทอ จากนั้นค่อยส่งกระดาษคำตอบตามไป เพื่อปิดปากพวกขี้ด่าเหล่านั้น
เหล่าขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ล้วนเชี่ยวชาญการเล่นลูกไม้นี้
หากไม่ทำตัวเป็นลิงเล่นละคร ฝ่าบาทขึ้นว่าราชการทุกวัน จะได้ดูเรื่องสนุกสนานครื้นเครงได้อย่างไร?
พูดตามตรง แนวคิดนี้ไม่มีปัญหาเลย
ปัญหาคือ
เจิ้งเก๋อเหลาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยน่ะสิ!
เยี่ยหวยเฟิง ผู้ว่าการซ่ง ไปจนถึงใต้เท้าผู้ตรวจการ ทุกคนล้วนเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า เรื่องนี้มีเบื้องบนคอยรับหน้าให้
ส่วนเบื้องบนกลับแสดงท่าทีว่า: หา?
คนแรกที่ได้รับข่าวคือหลี่ตวน
ประมาณวันที่สามหลังจากส่งผลการสอบระดับอำเภอไปยังกรมพิธีการ หลี่ตวนก็บังเอิญพบกับใต้เท้าผู้ตรวจการ
เวลานี้ทุกอย่างได้ข้อยุติแล้ว ใต้เท้าผู้ตรวจการก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป กล่าวกับหลี่ตวนด้วยรอยยิ้มว่า "ใต้เท้าหลี่ ยินดีด้วย ยินดีด้วย น่าเสียดายที่อาจารย์ตงไหลออกจากเมืองไคเฟิง กลับหนานหยางไปแล้ว"
"มิเช่นนั้น ข้ายังอยากจะไปแสดงความยินดีกับเขาด้วยตัวเองเลย"
หลี่ตวนถามด้วยความสงสัย "โอ้? มีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือ?"
ใต้เท้าผู้ตรวจการคิดในใจ สมกับเป็นผู้ว่าราชการมณฑลขั้นสองจริงๆ ทักษะการแสดงนี้ ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ!
ทำเหมือนกับไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย!
เขาเลื่อมใสในใจ เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า "แน่นอนว่าต้องเป็นหลานศิษย์ของท่าน ศิษย์ของอาจารย์ตงไหล ชุยเซี่ยนอย่างไรเล่า อายุเพียงเก้าขวบ ก็สอบได้เซี่ยนอ้านโส่วแล้ว! แถมยังเป็นเซี่ยนอ้านโส่วที่อายุน้อยที่สุดในราชวงศ์ต้าเหลียงของเราอีกด้วย เก่งกาจจริงๆ!"
หลี่ตวน: ?
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใต้เท้าผู้ว่าราชการมณฑลก็ตาเบิกกว้าง จากนั้นก็กล่าวอย่างร้อนรนว่า "ชุยเซี่ยนน้อย สอบได้เซี่ยนอ้านโส่ว? อย่ามาพูดจาเหลวไหล!"
คราวนี้ถึงตาใต้เท้าผู้ตรวจการ: ?
ไม่ใช่แล้วสหาย ท่านเล่นละครเกินไปหน่อยกระมัง!
แต่ใต้เท้าผู้ตรวจการก็ยังอดทน เล่นละครตามน้ำไปกับเขา "เรื่องเช่นนี้ ข้าน้อยจะกล้าพูดจาเหลวไหลได้อย่างไร? เซี่ยนอ้านโส่วแห่งหนานหยางรอบนี้ ชุยเซี่ยน อายุเก้าขวบ ผลการสอบระดับอำเภอ ข้าได้ส่งไปยังกรมพิธีการตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว"
หลี่ตวน: "............"
ผู้ว่าราชการมณฑลขั้นสองผู้ซึ่งปกติภูเขาไท่ซานถล่มอยู่ตรงหน้าก็ยังสีหน้าไม่เปลี่ยนผู้นี้ กลับรู้สึกหน้ามืดตาลาย
เขาคล้ายกับมองเห็นภาพอันน่าสงสารของอาจารย์ที่ถูกขุนนางทัดทานรุมถล่มในราชสำนักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเสียแล้ว
อาจารย์ต้องรับเคราะห์ถูกระบายอารมณ์ใส่ ลูกศิษย์อย่างเขา ต้องถูกด่าจนหูชาอย่างแน่นอน!
ไม่ใช่สิ เรื่องใหญ่ขนาดนี้...เมื่อสองวันก่อนตอนที่ศิษย์พี่อยู่เมืองไคเฟิง ทำไมถึงไม่แพร่งพรายข่าวคราวออกมาเลยเล่า?
ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
ไหนตกลงกันว่าจะทำตัวเงียบๆ ไม่โดดเด่นไง!
หลี่ตวนสติแตกมาก อยากจะคว้าไหล่ศิษย์พี่ตงไหล แล้วเขย่าสมองอีกฝ่ายแรงๆ ถามว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่!
แต่สวรรค์โปรดเมตตา
อาจารย์ตงไหลก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เหมือนกันนั่นแหละ!
เขาอยู่ที่เมืองไคเฟิงพักหนึ่ง ขอยืมตำราที่เก็บรักษาไว้มากมาย
ก่อนกลับหนานหยาง ยังอุตส่าห์เขียนจดหมายส่งไปที่ตระกูลชุย เพื่อบอกกล่าวลูกศิษย์ตัวน้อยว่า: อีกสี่วันอาจารย์จะกลับหนานหยาง
จดหมายฉบับนี้ ฮูหยินเฒ่าชุยได้รับแล้ว
ฮูหยินเฒ่าชุยตอนนั้นกำลังพิจารณาเตรียมจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้หลานชายคนเล็ก เพื่อให้ครึกครื้นสักหน่อย
เซี่ยนอ้านโส่ว แถมยังเป็นเซี่ยนอ้านโส่วที่อายุน้อยที่สุดในราชวงศ์ต้าเหลียง ต้องจัดโต๊ะจีนสิ!
แต่ฮูหยินเฒ่าชุยคิดไปคิดมา เซี่ยนเกอเป็นศิษย์ของอาจารย์ตงไหล ตอนนี้ศิษย์สอบผ่าน แน่นอนว่าต้องรอให้อาจารย์กลับมากินเลี้ยงสิ มารยาทจะทิ้งไม่ได้
ดังนั้น งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จครั้งนี้ จึงจัดขึ้นในวันที่อาจารย์ตงไหลกลับมา
ฮูหยินเฒ่าชุยยังอุตส่าห์จ้างรถม้า ไปยังท่าเรือไป๋เหอ เพื่อรับอาจารย์ตงไหลกลับมายังตระกูลชุยอย่างเอาใจใส่
วันนี้
ตระกูลชุยคึกคักเป็นพิเศษ แขกเหรื่อทุกคนที่มา ล้วนมีท่าทีเบิกบานใจ
ชุยเซี่ยนกำลังหัวเราะหยอกล้อกับเผยเจียนและคนอื่นๆ อยู่ในลานบ้าน พอเห็นอาจารย์กลับมา ก็หดคอด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
ส่วนอาจารย์ตงไหล ก็ถูกฮูหยินเฒ่าชุยจัดแจงให้ไปนั่งโต๊ะหลัก และรินสุราคารวะอาจารย์เฒ่าอย่างเป็นทางการ
อาจารย์ตงไหลรับสุรามา เอ่ยถามด้วยความสงสัยปนเสียงหัวเราะ "วันนี้ที่บ้านมีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือ ถึงได้คึกคักเช่นนี้?"
ฮูหยินเฒ่าชุยชะงักไปเล็กน้อย เพิ่งจะนึกขึ้นได้ หัวเราะจนหุบปากไม่ลง "ไอหยา เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งใหญ่เลย ยายเฒ่าอย่างข้าเลอะเลือนไปแล้ว กลับยังไม่ทันได้บอกกล่าวกับท่านอาจารย์เลย"
"เซี่ยนเกอบ้านเรา สอบได้เซี่ยนอ้านโส่วแล้ว! ต้องขอบคุณท่านอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนอย่างใส่ใจ เด็กอย่างเซี่ยนเกอ เป็นเซี่ยนอ้านโส่วที่อายุน้อยที่สุดในราชวงศ์ต้าเหลียงของเราเชียวนะ!"
"......?"
อาจารย์ตงไหลอึ้งไปเลย
เขามองดูฮูหยินเฒ่าชุยที่มีใบหน้าเปี่ยมสุข แล้วมองดูแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดีจนเต็มลานบ้าน มือที่ถือจอกสุราสั่นเทาเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ?
ข้าก็แค่ออกเดินทางไกลไปรอบเดียว ทำไมพอกลับมาถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ!
"อาจารย์ ข้าทำงานท่านวางใจได้! ชุยเซี่ยนน้อยบ้านเรา ตอนนี้ก็เป็นแค่เด็กน้อยธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเท่านั้นเอง!"
เมื่อนึกถึงจดหมายที่ตัวเองเขียนถึงอาจารย์ก่อนหน้านี้ อาจารย์ตงไหลก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมา
เขาดื่มสุราจอกที่ฮูหยินเฒ่าชุยรินคารวะด้วยความสั่นเทา พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง
แต่ก็ยังรู้สึกว่าใจเย็นลงไม่ได้ ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้ามึนงง
เช่นเดียวกับหลี่ตวน ตงไหลก็นึกถึงภาพที่อาจารย์ของตัวเองถูกรุมถล่มในราชสำนักเช่นกัน
เซี่ยนอ้านโส่ววัยเก้าขวบ!
นี่มันยิ่งใหญ่และน่าตกตะลึงยิ่งกว่างานเลี้ยงรับศิษย์ที่มีตระกูลใหญ่ร้อยตระกูลมาแสดงความยินดีเมื่อคราวก่อนเสียอีก!
ในงานเลี้ยง
ฮูหยินเฒ่าชุยเห็นอาจารย์ตงไหลรินสุราดื่ม แล้วนั่งเหม่อลอยอยู่กับที่ ก็คิดว่าเขาดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนตนเอง จึงเอ่ยแซวอย่างเบิกบานใจว่า "ไอหยา ท่านอาจารย์ นึกไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะ?"
"ท่านดูสิ ท่านดีใจจนพูดไม่ออกแล้วเนี่ย!"