จางหยวนชิงกลับมายังตำหนักหลักอีกครั้ง เขาอาบไล้แสงเทียนเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากโรคเก่าที่กำเริบขึ้นมา และถือโอกาสชำระล้างตัวเองไปด้วย
เมื่อคำนวณจากเวลา วิญญาณอาฆาตจะมาตามรังควานเขาภายในหนึ่งถึงสองนาที เวลานี้จึงไม่เหมาะที่จะเข้าไปในเรือนตะวันออกเพื่อเผชิญหน้ากับผีดิบอย่างแน่นอน
หลังจากพักไปได้สี่ห้านาที สภาพร่างกายกลับยิ่งแย่ลง อาการปวดหัวมาพร้อมกับความวิงเวียนเล็กน้อย เขารู้ว่านี่คือพิษศพที่ค่อยๆ กัดกร่อนร่างกายจนเริ่มแสดงอาการเบื้องต้นออกมา
แสงเทียนในตำหนักหลักดูเหมือนจะไม่สามารถชำระล้างพิษในร่างกายได้
"จะรั้งรอต่อไปไม่ได้แล้ว..." เขาคิด
เขาต้องอาศัยช่วงเวลาครึ่งชั่วโมงที่รองเท้าเต้นรำสีแดงใช้งานได้ รีบจัดการให้จบโดยเร็ว และผ่านด่านดันเจี้ยนให้ได้ในรวดเดียว
จางหยวนชิงออกจากตำหนักหลัก เดินตามทางเดินกรวดมน ลัดเลาะผ่านพงหญ้ารกชัฏจนมาถึงเรือนสี่ประสาน
เขายืนนิ่งอยู่ในลานบ้านที่เต็มไปด้วยหญ้ารกสูง เปิดช่องเก็บของแล้วอัญเชิญรองเท้าเต้นรำสีแดงออกมา
แสงสีแดงเข้มสองสายเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืน ก่อนจะกลายสภาพเป็นรองเท้าเต้นรำคู่ใหม่เอี่ยม
"เลือกรูปแบบที่สอง!"
จางหยวนชิงเอ่ยรำพึงในใจอย่างไร้เสียง
รองเท้าเต้นรำสีแดงแตกสลายกลายเป็นแสงสีแดงเข้มอีกครั้ง มันพุ่งเป็นเส้นโค้งสองสายเข้าห่อหุ้มเท้าทั้งสองข้างของเขาไว้
ชั่วพริบตาเดียว รองเท้าผ้าใบที่สวมอยู่ก็กลายเป็นรองเท้าเต้นรำสีแดงขนาดใหญ่
นี่... นี่มันแต่งหญิงทางอ้อมชัดๆ ดีนะที่เป็นแค่รองเท้าเต้นรำสีแดง ไม่ใช่รองเท้าส้นสูง... จางหยวนชิงก้มมองเท้าตัวเองด้วยความไม่คุ้นชิน รู้สึกแปลกพิลึก
เขาบังคับตัวเองไม่ให้ใส่ใจกับรายละเอียดหยุมหยิมนี้ หยิบยันต์สะกดศพออกมาถือไว้ในมือ แล้วเดินผ่านประตูโค้งกลับมายังเรือนตะวันออกอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงต้นไทรใหญ่สั่นไหว "สวบสาบ" แผ่วเบา
ภายในเรือนตะวันออก หญ้ารกสูงพลิ้วไหว แสงจันทร์สว่างนวลตาอาบไล้ลงมา เรือนหลังใหญ่สองหลังตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบงัน ทุกสิ่งทุกอย่างช่างดูเงียบสงบ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อไม่เห็นร่องรอยของผีดิบ จึงรีบเดินผ่านลานบ้านอย่างระแวดระวัง ตรงเข้าไปใกล้เรือนหลังใหญ่ที่ถูกแบ่งออกเป็นสี่ห้อง
ห้องที่ใช้ตั้งโลงศพนั้น บานประตูไม้ถูกกระแทกจนปลิวไปแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเข้าไปข้างใน เพียงแค่มองข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องจากระยะไกลก็พอ
แสงจันทร์สาดส่องลงมาทางช่องโหว่ของกระเบื้องหลังคา ศพ โลงศพ ฝาโลงที่กระเด็นเปิดออก และสากทองเหลืองชิ้นนั้น ทุกอย่างยังคงวางนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้ถูกขยับเขยื้อนไปไหนแม้แต่น้อย
ในห้องไม่มีวี่แววของผีดิบ
"หรือว่ามันจะกลับไปนอนในโลงแล้ว?"
มุมที่เขายืนอยู่ ไม่สามารถมองเห็นสภาพภายในโลงศพได้
ขณะกำลังลังเล จู่ๆ เขาก็พบว่าแสงจันทร์ดูเหมือนจะมืดมิดลง เงาดำทะมึนร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบน เข้าปกคลุมร่างของเขาไว้
วินาทีต่อมา สายลมยามค่ำคืนก็พัดพาเอากลิ่นเหม็นเน่าของซากศพคละคลุ้งมาเตะจมูก พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ "แฮ่..."
มะ... มันซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้เหรอ? จางหยวนชิงตกใจสุดขีด หัวใจกระตุกวูบ สัญชาตญาณสั่งให้เขาคิดจะหลบหลีก
วินาทีถัดมา รองเท้าเต้นรำสีแดงที่เท้าก็เปล่งแสงสีแดงเข้ม จางหยวนชิงลื่นไถลไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว ร่างของเขาก็สไลด์พุ่งพรวดออกไป ไถลเป็นทางยาวบนพื้นหญ้ารก
ตุบ!
ผีดิบในชุดขาดรุ่งริ่งกระโจนตะครุบได้เพียงความว่างเปล่า
หลบ... หลบพ้นแล้ว... จางหยวนชิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ก้อนหินที่ทับอยู่บนอกถูกยกออกไป
รองเท้าเต้นรำสีแดงช่างวิเศษจริงๆ ความสามารถในการหลบหลีกเหนือกว่าที่เขาคาดไว้มาก หากอาศัยแค่ความเร็วในการตอบสนองของตัวเอง เมื่อครู่นี้เขาไม่มีทางหลบการพุ่งโจมตีของผีดิบพ้นแน่
จางหยวนชิงความมั่นใจเพิ่มขึ้นเป็นกอง
"แฮ่..."
ผีดิบผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับหญ้าแห้งแผดเสียงคำรามดังก้องจนแก้วหูสะเทือน ลูกตาที่ปูดโปนออกมาทวีความดุร้ายมากยิ่งขึ้น มันงอเข่ากระโดดพุ่งเข้าใส่เหยื่ออีกครั้ง
ความเร็วของมันพุ่งปรี๊ดราวกับรถยนต์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง
ท่ามกลางกลิ่นคาวคละคลุ้ง สิ่งลี้ลับอันน่าสะพรึงกลัวเข้ามาประชิดตัวแล้ว เท้าทั้งสองข้างของจางหยวนชิงบิดหมุนไปเองโดยไม่สามารถควบคุมได้ มันหมุนตัวราวกับนักเต้นบัลเลต์ วาดเป็นรูปครึ่งวงกลมอย่างพลิ้วไหว หลบกรงเล็บอันแหลมคมไปพร้อมกับอ้อมไปอยู่ด้านหลังของผีดิบ
ต่อจากนั้น เขาก็ฉีกขาออกกว้างอย่าง "เป็นธรรมชาติ" ร่างกายทรุดฮวบลงกะทันหัน สายลมแรงพัดวูบผ่านเหนือหัว แขนทั้งสองข้างของผีดิบกวาดข้ามไป
ฉีก... ฉีกจนเป้าแทบขาด... ใบหน้าของจางหยวนชิงบิดเบี้ยว อยากจะหนีบหว่างขาแล้วร้องลั่น แต่รองเท้าเต้นรำสีแดงกลับควบคุมให้ขาทั้งสองข้างของเขากระโดดสปริงตัวดีดขึ้นมาเสียก่อน
เขากระโดดลอยตัวขึ้นสูง ก่อนจะใช้เท้าทั้งสองข้างถีบเข้าที่หน้าอกของผีดิบอย่างแรง
ปัง!
ท่ามกลางเสียงดังทึบ เสื้อผ้าขาดวิ่นของผีดิบก็มีฝุ่นผงฟุ้งกระจายออกมา
มันแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นและไม่ยินยอม ก่อนจะถูกแรงมหาศาลนั้นถีบจนหงายหลังล้มตึง
โอกาสมาถึงแล้ว! เมื่อเห็นภาพตรงหน้า จางหยวนชิงก็ไม่สนความเจ็บปวดราวกับฉีกขาดที่หว่างขา เขาก้าวเท้ายาวๆ วิ่งปรี่เข้าไป นำยันต์สะกดศพที่กำไว้ในมือแปะลงบนใบหน้าที่เน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นหึ่งตรงหน้าอย่างแรง
แปะลงบนหน้าผากของมัน
แปะ!
ผีดิบที่บ้าคลั่งกระหายเลือดราวกับถูกคาถาตรึงร่าง มันแข็งทื่อไปในทันที
ความเคลื่อนไหวทุกอย่างมลายหายไป กลับคืนสู่ความเงียบสงบ
ผีดิบนอนตัวแข็งทื่ออยู่กลางพงหญ้ารกชัฏ สีแดงฉานในดวงตาที่ดุร้ายค่อยๆ หม่นแสงลง
มันสูญเสีย "พลังชีวิต" ไปแล้ว
เมื่อมองดูผีดิบที่กลายสภาพเป็นรูปปั้นดินเหนียว ไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้อีก จางหยวนชิงก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ความเหนื่อยล้าและความดีใจพรั่งพรูขึ้นมาในใจพร้อมๆ กัน
เขารอดตายแล้ว!
"ถ้าไม่มีรองเท้าเต้นรำสีแดงคอยช่วยเหลือ การลุยเดี่ยวเพื่อจัดการผีดิบคงเป็นเรื่องยากมาก และผีดิบก็เป็นแค่หนึ่งในความวิปริตเท่านั้น สมกับเป็นแดนวิญญาณระดับ S จริงๆ ยากชะมัด"
"แต่ทีมก่อสร้างมีคนเยอะ ตามหลักแล้วการจัดการกับผีดิบไม่น่าจะเป็นปัญหา ผู้ชายอกสามศอกตั้งหลายคน ทำไมถึงได้พ่ายแพ้เละเทะขนาดนี้..."
จางหยวนชิงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เขารู้สาเหตุแล้ว
ยันต์สะกดศพนั้นหาเจอในกระเป๋าของโครงกระดูกใต้หน้าต่าง รุ่นพี่คนนั้นได้รับไอเทมชิ้นนี้มา แต่เขากลับไม่ได้บอกให้เพื่อนร่วมทีมรู้ และเก็บซ่อนไว้เอง
จิตใจคนนั้นซับซ้อนและน่ากลัวยิ่งกว่าภูตผีปีศาจเสียอีก
จัดการผีดิบเสร็จแล้ว ต่อไปก็ควรจะลงไปในบ่อเพื่อตามหาผีสาวไร้หน้าตนนั้น
แต่ก่อนหน้านั้น ยังมีของอีกชิ้นที่จางหยวนชิงให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
เขาทิ้งผีดิบไว้เบื้องหลัง เดินตรงไปยังห้องที่ใช้ตั้งโลงศพ เอามือยันขอบประตูแล้วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป ภายในห้องที่มืดสลัวมีแสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นลำ
เขาหยุดยืนอยู่หน้าศพแห้ง โค้งตัวลงหยิบสากทองแดงขึ้นมา
ทั้งที่เป็นของทำจากทองแดงแท้ๆ แต่เมื่อจับไว้ในมือกลับไม่รู้สึกเย็นเฉียบ ตรงกันข้ามมันกลับให้สัมผัสอุ่นละมุนราวกับหยก
ทันใดนั้น ข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในกรอบสายตา
【ชื่อ: สากปราบมาร】
【ประเภท: อาวุธ】
【ฟังก์ชัน: ชำระล้าง, สะกดวิญญาณ, ทำลายมาร】
【คำอธิบาย: อาวุธที่แฝงไปด้วยพลังเทพแห่งดวงอาทิตย์ เป็นดาวข่มของสิ่งลี้ลับทั้งปวง หากใช้เลือดบริสุทธิ์สังเวยสากชิ้นนี้ จะได้รับพลังแห่งเทพสุริยัน】
【หมายเหตุ: แข็งแกร่งไหมล่ะ? แลกมาด้วยชีวิตเลยนะ】
เป็นไอเทมจริงๆ ด้วย ดูจากคำอธิบายฟังก์ชันแล้ว ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเทียนในตำหนักหลักเสียอีก รุ่นพี่ทีมก่อสร้างคงคิดจะใช้มันฆ่าผีดิบ แต่ไม่สำเร็จ เฮ้อ พวกเขาสูญเสียกำลังคนไปมากเกินก่อนจะได้ต่อกรกับผีดิบเสียอีก... จางหยวนชิงรู้สึกโชคดีที่ตัวเองตัดสินใจได้ถูกต้อง
ใช้ประโยชน์จากรองเท้าเต้นรำสีแดงเพื่อแก้ไขสถานการณ์อันยากลำบากได้อย่างแยบยล
แน่นอนว่าพวกรุ่นพี่ทีมก่อสร้างไม่มีทางเลือก พวกเขาไม่มีทางปราบไอเทมประเภทกฎเกณฑ์ชิ้นนี้ได้ และคนส่วนใหญ่ในกลุ่มก็ตายเพราะถูกรองเท้าเต้นรำสีแดงเหยียบย่ำ
"มีไอเทมที่ใช้ปราบสิ่งลี้ลับโดยเฉพาะชิ้นนี้แล้ว บวกกับรองเท้าเต้นรำสีแดง โอกาสที่ฉันจะผ่านภารกิจทดสอบก็เพิ่มสูงขึ้นมาก"
เมื่อถือสากปราบมารไว้ในมือ ความมั่นใจอันแรงกล้าก็ผุดขึ้นในใจ เขาอาศัยจังหวะที่ยังไม่ครบห้านาที เดินออกจากห้องและกลับมาที่ลานบ้าน
ครั้งนี้ เขามุ่งตรงไปยังบ่อน้ำโบราณเพื่อทำการสำรวจเป็นครั้งสุดท้าย
ปากบ่อมืดมิดและลึกชัน กลิ่นเหม็นอับชื้นของการเน่าเปื่อยของต้นหญ้าโชยขึ้นมา
ลงไปดูหน่อยดีกว่า... จางหยวนชิงกำสากปราบมารแน่นและตั้งท่าป้องกัน ยกเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนขอบบ่อ จากนั้นเขาก็เดินลงไปดื้อๆ เดินบนผนังบ่อราวกับเดินบนพื้นราบ
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่มีความกล้าพอที่จะลงไปสำรวจ ไม่ต้องพูดถึงว่าก้นบ่อจะมีอันตรายหรือไม่ ในสถานการณ์ที่ไม่มีเชือก ไม่มีผู้ช่วย การกระโดดลงไปก้นบ่อก็เท่ากับรนหาที่ตาย
ไม่นานนัก เขาก็ลงมาถึงก้นบ่อที่ไม่ลึกมากนักได้อย่างราบรื่น แสงจันทร์บริเวณนี้ริบหรี่เต็มที
น้ำในบ่อเหือดแห้งไปนานแล้ว ก้นบ่อมีโคลนสีดำทับถมอยู่ ขอบบ่อมีกอหญ้าวัชพืชขึ้นเป็นหย่อมๆ ผนังบ่อเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำสีเขียวเข้ม
"ในบ่อไม่มีผี..."
จางหยวนชิงขมวดคิ้ว นึกในใจว่าไม่ถูกสิ ฉันเห็นเต็มสองตาว่ามีผีสาวไร้หน้าโผล่ขึ้นมาจากในบ่อ
เขาตรวจสอบก้นบ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เนื่องจากเวลาสวมใส่รองเท้าเต้นรำสีแดงมีจำกัด สุดท้ายจึงทำได้เพียงเหยียบผนังบ่อที่สูงชันกลับขึ้นมาบนพื้นดินอย่างจำใจ และรีบวิ่งกลับไปที่ใต้ชายคาตำหนักหลัก
ถึงตอนนี้จึงค่อยถอดรองเท้าเต้นรำสีแดงออกได้อย่างวางใจ
........
ภายในตำหนักหลักที่อาบไล้ไปด้วยแสงเทียนสลัว จางหยวนชิงพิงโต๊ะเซ่นไหว้ด้วยสีหน้าอิดโรย พิษศพกัดกร่อนร่างกายรุนแรงขึ้น หลังจากอาการวิงเวียนศีรษะ ก็ตามมาด้วยอาการหายใจลำบากและเจ็บปวดบริเวณหัวใจและปอด
เวลาเหลือไม่มากแล้ว
"ฉันสำรวจลานหลังบ้านทั้งสองแห่งเสร็จแล้ว แถมยังจัดการผีดิบได้สำเร็จ แต่ภารกิจยังไม่จบ แสดงว่าต้องมีที่ไหนสักแห่งที่ฉันยังไม่ได้เข้าไปสำรวจ..."
ทุกห้องในลานหลังบ้านถูกสำรวจไปหมดแล้ว แม้แต่ก้นบ่อก็ลงไปมาแล้ว ไม่น่าจะมีข้อผิดพลาดตรงไหน
ถ้าอย่างนั้น มันคือที่ไหนกันแน่ล่ะ?
เมื่อตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดออกไป สิ่งที่เหลืออยู่แม้จะดูเหลือเชื่อแค่ไหน แต่นั่นก็คือความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้... เขาพึมพำในใจ พลางค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้น
สถานที่ที่ยังไม่ได้ "สำรวจ" ก็คือที่นี่ ตำหนักหลักที่อยู่ตรงหน้านี้นี่เอง
จางหยวนชิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ตำหนักหลักอย่างช้าๆ สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่รูปปั้นดินเหนียวของเจ้าแม่ภูเขาสามวิถี ตอนที่เข้ามาในตำหนักหลักครั้งแรก มีรายละเอียดจุดหนึ่งบนรูปปั้นที่ทำให้เขารู้สึกสะกิดใจ
มือขวาของรูปปั้นดินเหนียวว่างเปล่า แต่กลับทำท่าเหมือนกำลังกำอะไรบางอย่างอยู่ แสดงว่าเดิมทีต้องถืออะไรไว้แน่ๆ
ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าในมือของนางเคยถืออะไรไว้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว
มันคือสากปราบมาร
ด้วยความคิดที่ว่าลองดูก็ไม่เสียหาย จางหยวนชิงก้าวไปข้างหน้า นำสากปราบมารสีเหลืองทองเสียบเข้าไปในฝ่ามือของรูปปั้นดินเหนียว จากนั้นก็กระโดดลงจากฐาน แล้วถอยหลังไปสองสามก้าว
แทบจะในวินาทีที่เขาถอยหลัง ผิวหน้าของฐานรูปปั้นก็แตกร้าวเสียงดัง "แกรก" รอยร้าวพ่นฝุ่นผงละเอียดฟุ้งกระจายออกมา วินาทีต่อมาฐานรูปปั้นทั้งฐานก็พังทลายลง เผยให้เห็นโพรงถ้ำใต้ดินที่มืดมิด