แมัฮวาหูจะสุขุมมาตลอด แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดโมโหไม่ได้ "พวกเจ้าเก็บเงินครั้งเดียวก็พอแล้ว นี่ถึงกับเก็บสองครั้ง! พวกเจ้าหาข้ออ้างขูดรีดชัดๆ!"
ปีศาจวานรตนนั้นชักดาบในอกเสื้อออกมา ประกายดาบสว่างวาบแยงตา มันหัวเราะเยาะ "พวกเจ้าจะไม่ลงจากสะพานก็ได้นี่ ข้าไม่ได้บังคับให้พวกเจ้าจ่ายค่าลงสะพานเสียหน่อย เลิกพูดมากได้แล้ว จะจ่ายเงิน หรือจะยื่นหัวมาให้ข้าสับสักดาบ!"
ด้านหลังของพวกซูหยุน ปีศาจวานรที่เก็บค่าขึ้นสะพานพูดอย่างสบายอารมณ์ว่า "ทุกท่าน ตั้งแต่พวกข้าสร้างสะพานทำถนนเก็บค่าผ่านทางมา ก็ไม่ได้ทำเรื่องฆ่าชิงทรัพย์อีกแล้วนะ อย่าบีบให้พวกข้าต้องกลับไปทำอาชีพเก่าเลย"
ซูหยุนปรายตามองหมู่บ้านบนเนินเขาแวบหนึ่ง แล้วมองปีศาจวานรทั้งสองตนที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง ก่อนจะกล่าวว่า "ขึ้นสะพานเก็บเงินไม่เกินไป ลงสะพานเก็บเงินย่อมไม่เกินไปเช่นกัน"
เขาเดินเข้าไปข้างหน้า นับเหรียญห้าจูสิบเหรียญจากถุงเงิน ปีศาจวานรตนนั้นคว้าหมับไปทันที แล้วชำเลืองมองถุงเงินของเขาพร้อมกับหัวเราะ "ข้างในยังมีอีกเยอะเลยนี่ พวกเจ้าคิดจะไปที่ใดกัน?"
หูปู้ผิงตอบ "เข้าเมือง..."
ซูหยุนรีบปิดปากเขาไว้ แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน "พวกเราจะไปเยี่ยมญาติข้างหน้าน่ะ"
หูปู้ผิงเข้าใจความหมาย รีบเปลี่ยนคำพูด "ไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านข้างหน้า!"
"วันหิมะตกออกไปเยี่ยมญาติ ช่างแปลกดีแท้"
แววตาของปีศาจวานรตนนั้นวูบไหว มันเห็นซูหยุนเก็บถุงเงินกลับลงไปในห่อผ้า ทว่ากลับมีเหรียญชิงหงร่วงหล่นลงมาจากห่อผ้านับสิบเหรียญ
ฮวาหูรีบพุ่งเข้าไปยัดเหรียญชิงหงกลับเข้าไปในห่อผ้า
พวกซูหยุนมัดห่อผ้าให้เรียบร้อย แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้า
ปีศาจวานรตนนั้นมองส่งพวกเขาจนลับตา จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "เหล่าลิ่ว ข้ามีงานเข้าแล้ว!"
ปีศาจวานรอีกด้านขมวดคิ้ว เอ่ยเตือนว่า "เด็กไม่กี่คน ปล่อยให้รอดชีวิตไปเถอะ หยวนอู่ ปล่อยพวกเขาไปนั่นแหละ รอพวกเขากลับมา ยังเก็บเงินได้อีกสองต่อนะ"
หยวนอู่ผู้นั้นหัวเราะร่วน "พวกเขาจะเข้าเมืองต่างหาก! ไอ้อีหนูพวกนี้ ขนยังไม่ทันขึ้นเต็มก็คิดจะเข้าเมืองแล้ว พวกมันไม่มีทางเดินไปถึงสถานีม้าได้แบบมีชีวิตหรอก ต้องตายกลางทางแหงๆ! เงินที่พวกมันพกติดตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นได้กำไร สู้ให้ข้าได้กำไรเองไม่ดีกว่าหรือ!"
หยวนเหล่าลิ่วกำลังจะอ้าปากพูด ทว่าหยวนอู่ก็ก้าวสาดยาวๆ จากไปเสียแล้ว
"แม้แต่เด็กก็ยังฆ่า ไอ้คนไม่สะสมบุญกุศล" หยวนเหล่าลิ่วส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ตามไปดึงตัวเขากลับมา
ซูหยุนและพวกฮวาหูรีบเดินจ้ำไปข้างหน้า ซูหยุนกระซิบเสียงต่ำ "เดินให้ไกลกว่านี้อีกหน่อย"
พวกฮวาหูรับรู้ความหมาย หนึ่งคนกับสี่เด็กน้อยปีศาจเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หิมะสองข้างทางกองทับถมกันหนาเตอะ จนกระทั่งมาถึงทางโค้งโดยไม่รู้ตัว จู่ๆ พวกฮวาหูก็กระโจนพรวด กระโดดเข้าไปซ่อนในกองหิมะสองข้างทางจนหายลับไป
หยวนอู่อาศัยดาบในมือกระโดดโลดเต้นแบบลิงมาตลอดทางด้วยความเร็วสูงยิ่ง ทว่าเมื่อตามมาถึงทางโค้ง ก็เห็นซูหยุนยืนอยู่เบื้องหน้า
เด็กหนุ่มคนนั้นหันหลังให้มัน ถึงกับถอดเสื้อท่อนบนออกมาพับวางไว้ด้านข้างอย่างเป็นระเบียบ เผยให้เห็นแผ่นหลังที่มีมัดกล้ามเนื้อได้สัดส่วนงดงาม
หยวนอู่ประหลาดใจ มันหัวเราะเยาะ "เด็กคนนี้รู้ความดีแท้ หรือว่ากลัวเลือดจะเปื้อนเสื้อผ้า? แบบนี้ก็ดี ดาบขาวแทงเข้าดาบแดงดึงออก หากเสื้อผ้าขาดทะลุเปื้อนเลือดก็คงขายไม่ได้ราคาแล้ว"
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ มันก็เห็นแผ่นหลังของซูหยุนพองขยายออก ราวกับมีกระดูกซี่โครงงอกเพิ่มขึ้นมาอีกสิบสองซี่ มัดกล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังก็คล้ายกับเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นเท่าตัวในพริบตา!
ด้านหลังของซูหยุน เส้นเอ็นใหญ่น้อยตึงเปรี๊ยะ กระดูกซี่โครงยี่สิบสี่ซี่เสียบเข้ากับกระดูกสันหลัง มัดกล้ามเนื้อแผ่นหลังอันใหญ่โตเชื่อมต่อกับกระดูกสันหลัง เส้นเอ็นยึดโยงกล้ามเนื้อและกระดูกซี่โครงเข้าด้วยกัน
"แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้!" หยวนอู่ใจสั่นสะท้าน
บนร่างของซูหยุนพลันมีมังกรเจียวแหวกว่าย มังกรเจียวเลื้อยมาที่แผ่นหลังของเขา ผสานเข้ากับกล้ามเนื้อแผ่นหลังกลายเป็นภาพมังกรขดกลืนนภา
มังกรเจียวปราณโลหิตตัวนั้นหนวดเคราปลิวไสว ยื่นหัวออกมาจากแผ่นหลังของซูหยุน อ้าปากคำรามใส่หยวนอู่
"มังคู——"
หิมะในป่าสนสองข้างทางปลิวว่อน ร่วงกราวลงสู่พื้น
หยวนอู่ถูกปราณโลหิตของเขาปะทะเข้าใส่อย่างจังจนอดไม่ได้ที่จะแผดเสียงร้องคำราม พลังปราณอันยิ่งใหญ่ภายในร่างผสมผสานกับเลือดลมพุ่งทะลักออกมานอกกาย ขนยาวบนร่างถูกกระแทกจนปลิวสะบัดไม่หยุดนิ่ง!
"ระดับสร้างรากฐานขั้นหกงั้นรึ? ข้าก็เหมือนกัน!"
กริ๊งๆๆ!
ดาบยาวในมือมันส่งเสียงร้องดังกังวานใส
ถึงกับไม่อาจทนรับปราณโลหิตอันบ้าคลั่งของมันได้ มันถูกปราณโลหิตกระแทกสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแผ่นเหล็กบางๆ ที่สั่นรัวเร็วขึ้น ก่อนจะฉีกขาดออกจากกันในฉับพลัน!
ปราณโลหิตอันบ้าคลั่งควบแน่นเป็นนิมิตมนุษย์วานรร่างกำยำอยู่เบื้องหลังมัน มนุษย์วานรตนนั้นมีขนสีทองอร่ามทั่วร่าง เขี้ยวโง้งน่าเกรงขาม ทั้งสี่เขี้ยวยาวถึงห้าหกนิ้ว รูปร่างสูงใหญ่กว่าหยวนอู่เสียอีกเท่าตัว
บทบำรุงปราณวานรเซียน
เคล็ดวิชานี้เป็นวิชาบำรุงปราณสร้างรากฐานชนิดหนึ่งในยุคคัมภีร์ปราชญ์เก่า ทว่าไม่ได้ถูกเผยแพร่ในโรงเรียนหลวงแถบซั่วฟาง แต่เป็นวิชาสร้างรากฐานในโรงเรียนหลวงของแคว้นอื่น
แต่ละแคว้นมักมีวิชาบำรุงปราณสร้างรากฐานที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นที่ซั่วฟางใช้ก็คือบทบำรุงปราณเทวะสัญจรปี้ฟาง
ปีศาจวานรแห่งเทือกเขาตระกูลหยวนน่าจะมาจากแคว้นอื่น และได้ร่ำเรียนบทบำรุงปราณวานรเซียนมา
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างบทบำรุงปราณวานรเซียนกับวิชาสร้างรากฐานอื่นๆ ก็คือ การฝึกฝนวิชานี้สามารถยกระดับความสามารถในการสร้างเลือดของไขกระดูก เพิ่มความหนาแน่นของกระดูก เสริมสร้างเส้นเอ็นและพังผืดให้แข็งแกร่ง ฝึกฝนกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกาย ทำให้พละกำลังของตนเองเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล!
บทครึ่งหลังของเคล็ดวิชานี้มีชื่อว่าเคล็ดวานรเฒ่า มีหกกระบวนท่าเช่นเดียวกัน เป็นกระบวนท่าที่ดุดันรุนแรงอย่างยิ่ง
เมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว บทบำรุงปราณวานรเซียนเหมาะสมกับเผ่าวานรมากกว่า ปีศาจวานรที่ฝึกฝนวิชาสร้างรากฐานชนิดนี้ เรียกได้ว่าออกแรงน้อยแต่ได้ผลมาก อานุภาพยิ่งร้ายกาจกว่านัก!
ปราณโลหิตของหยวนอู่บ้าคลั่ง เรือนร่างถึงกับสูงขึ้นอีกหนึ่งฉื่อในชั่วพริบตา ท่อนแขนหนาขึ้น ท่อนขาหนาขึ้น นัยน์ตาสีแดงก่ำ จู่ๆ มันก็ย่อตัวลงแล้วกระโจนพรวด
ซูหยุนอยู่ห่างจากมันราวๆ สี่จ้าง หยวนอู่กระโดดเพียงครั้งเดียว ตอนที่เท้าแตะพื้นก็อยู่ห่างจากซูหยุนเพียงจ้างเศษเท่านั้น
วานรคลั่งตนนี้เมื่อทิ้งตัวลงพื้นก็สืบเท้าไปข้างหน้า ไหล่ขวาดึงไปด้านหลัง เอวและช่วงล่างผสานเป็นหนึ่ง วานรทองคำเบื้องหลังก็ทำท่าทางแบบเดียวกันกับมัน นั่นคือดึงไหล่ขวาไปด้านหลัง เอวและช่วงล่างผสานเป็นหนึ่ง ก่อนจะชกหมัดเปรี้ยงเข้าใส่!
ลมหมัดส่งเสียงหวีดหวิว หิมะสองข้างทางถูกสายลมพัดม้วน ลอยเฉียงขึ้นไปกลางอากาศแล้วร่วงปรายลงมา
ซูหยุนหมุนตัว ภาพมังกรเบื้องหลังแหวกว่ายไปทั่วร่าง พอตวัดมือก็ใช้กระบวนท่าแรกของวิชามังกรเจียวคำราม มังกรเจียวทะยานจากห้วงลึก!
ทั่วทั้งร่างของเขา มัดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นสั่นไหว ส่งผ่านพลังจากผืนแผ่นดินสู่ท่อนขา จากท่อนขาสู่ช่วงเอว กล้ามเนื้อเอวเต้นตุบ กระดูกสันหลังคดเคี้ยวราวกับมังกรเจียวเลื้อย ส่งต่อพลังขุมนี้เข้าไปในหมัดของเขา!
หมัดนี้ทำให้ร่างของเขาโน้มไปข้างหน้า กรงเล็บมังกรและหางมังกรที่จำแลงจากปราณโลหิตพวยพุ่งออกจากร่าง กรงเล็บมังกรจิกตะปบพื้นดิน ขามังกรทั้งสี่ออกแรงส่ง ทำให้พละกำลังในการโจมตีครั้งนี้ของเขาพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เข้าปะทะกับหยวนอู่!
หลังจากที่เขาวินิจฉัยกระดูกมังกรในสุสานมังกร ความตระหนักรู้และความเข้าใจที่มีต่อวิชามังกรเจียวคำรามก็บรรลุถึงระดับที่สูงล้ำยิ่งนัก สามารถใช้รูปลักษณ์มังกรในการโคจรปราณโลหิตเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง
นี่คือการต่อสู้ครั้งแรกนับตั้งแต่เขาวินิจฉัยกระดูกมังกรมา!
เขาอยากจะทดสอบดูสักหน่อย ว่าผลลัพธ์จากการวินิจฉัยสรรพสิ่งเพื่อเข้าถึงความรู้ตลอดหลายวันมานี้เป็นเช่นไร!
หมัดของหยวนอู่ใหญ่โตราวกับไหสุรา ใหญ่กว่าหมัดของซูหยุนหลายเท่าตัว ในชั่วพริบตา หมัดของทั้งสองก็ปะทะกัน
หิมะสองข้างทางราวกับถูกแรงกระแทกไร้สภาพ เกล็ดหิมะปลิวว่อนพุ่งขึ้นกลางอากาศ สีหน้าของหยวนอู่เปลี่ยนไปทันควัน มันได้ยินเสียงกระดูกมือของตนเองสั่นสะเทือน
แรงสั่นสะเทือนนี้ดังกังวานใส เป็นเสียงที่ดังขึ้นตอนกระดูกนิ้วกลางแตกหัก ราวกับเสียงขวานคมกริบจามลงบนฟืนแห้ง
เสียงนี้ส่งผ่านจากกระดูกเข้าสู่แก้วหูของมัน รวดเร็วกว่าการส่งผ่านทางอากาศเข้าสู่หูมากนัก
ตามมาด้วยเสียงแตกหักดังกังวานของนิ้วชี้และนิ้วนาง จากนั้นก็เป็นเสียงพังผืดตรงข้อมือขาดสะบั้น พลังอันดุดันรุนแรงขุมนี้ส่งผ่านจากกระดูกปลายแขนท่อนในและท่อนนอกไปยังกระดูกต้นแขนและกระดูกสะบัก
ศีรษะของมันเอียงวูบอย่างแรง สมองราวกับถูกวัวกระทิงที่กลายร่างเป็นปีศาจใหญ่พุ่งชน ภายในหัวมึนงงสับสนไปหมด
ส่วนพลังที่เหลือก็กระจายจากกระดูกสะบักไปยังกระดูกสันหลังทั้งสามสิบสามข้อและกระดูกซี่โครงทั้งสิบสองซี่ แรงทะยานพุ่งของมันถูกหยุดยั้งไว้ในทันที ร่างกายกำยำลอยละลิ่วปลิวถอยหลังกลับไป!
มันยังไม่ทันตกถึงพื้น ทันใดนั้นก็เห็นพื้นหิมะสองข้างทางระเบิดออก เด็กน้อยหน้าตาน่ารักราวน้ำแข็งหิมะสี่คนพุ่งพรวดออกมา คว้าจับแขนขาของมันไว้ แล้วใช้วิชามังกรจระเข้ม้วนตัวและมังกรเจียวม้วนตัวกลางอากาศ!
กร๊อบ! กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักดังลั่นสี่ครั้งซ้อน หยวนอู่เห็นแขนขาทั้งสี่ของตนเองบิดเบี้ยว ถูกบิดจนเป็นเกลียวเหมือนขนมเกลียวทอด ใจของมันหล่นวูบ "ล่าห่านป่ามาตลอดปี สุดท้ายกลับถูกนกกระจอกจิกตาบอด ข้าโดนไอ้เด็กผีพวกนี้ซ้อนแผนเข้าแล้ว!"
มันพลันตาสว่าง ซูหยุนจงใจเผยให้เห็นทรัพย์สิน ก็เพื่ออาศัยความโลภของมันหลอกล่อให้มันตามมา หากมันไม่โลภ ย่อมไม่มีเรื่องอันใด แต่หากเกิดความโลภไล่ตามมาเพื่อหวังฆ่าคนชิงทรัพย์ ก็จะถูกพวกซูหยุนกำจัดทิ้ง!
พวกฮวาหูทิ้งตัวลงแตะพื้นด้วยเท้าข้างเดียว ร่างของหยวนอู่ร่วงกระแทกพื้นดังตุ้บ แผ่นหลังจดพื้น แขนขาทั้งสี่บิดเบี้ยวผิดรูป
"ที่นี่คือเทือกเขาตระกูลหยวน ใครกล้าฆ่าข้า?"
หยวนอู่ตวาดลั่น เสียงกร้าว "บรรพชนตระกูลหยวนของข้านั่งประจำการอยู่ในเทือกเขา เป็นผู้มีอิทธิพลแห่งดินแดนแถบนี้ หากฆ่าข้า พวกเจ้าก็อย่าหวังจะ..."
ฟุ่บ——
ขาขวาของซูหยุนตวัดกวาดเข้ามา พลังลมปราณในขาท่อนนี้พองขยาย หลอดเลือดอัดแน่นไปด้วยปราณโลหิตอันบ้าคลั่ง ประดุจมังกรเจียวสะบัดหาง ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ลำคอของมันอย่างจัง!
เส้นเอ็นใหญ่ตรงลำคอของหยวนอู่ส่งเสียงปึงปังขาดสะบั้น กระดูกคอบิดเบี้ยว ถูกขาท่อนนี้ของซูหยุนกดศีรษะกระแทกอัดลงกับพื้นอย่างเหี้ยมโหด!
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ซูหยุนชักขาขวากลับ ค้นตัวหยวนอู่เร็วๆ สองสามที หาถุงใส่เหรียญห้าจูใบเล็กเจอหนึ่งใบ เขาเปิดออกแล้วหยิบเหรียญห้าจูออกมาสิบเหรียญ
ในถุงยังมีเงินอยู่อีกมาก แต่เขากลับไม่ได้หยิบเพิ่ม
"พี่ซูหยุน มันเก็บเงินพวกเราไปยี่สิบเหรียญนะ!" หูปู้ผิงจัดหมวกหูสุนัขให้เข้าที่พลางร้องเตือน
"สิบเหรียญนั้นเป็นค่าผ่านสะพาน สมควรให้มันแล้ว มันจะฆ่าพวกเรา พวกเราจึงฆ่ามันกลับ นี่คือความชอบธรรม ฆ่ามันทิ้งไป ก็ช่วยให้คนตายน้อยลงไปได้เยอะ"
ซูหยุนค้นเจอหนังสือบางๆ เล่มหนึ่งจากในอกเสื้อของหยวนอู่ ก้มหน้าพิจารณาดูครู่หนึ่งก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะโยนเหรียญสิบเหรียญนั้นลงบนศพของหยวนอู่ แล้วกล่าวว่า "หนังสือเล่มนี้ข้าขอนะ สิบเหรียญนี่ถือว่าซื้อจากเจ้า พวกเราไม่ติดค้างกัน"
เขาลุกยืนขึ้น เด็กน้อยทั้งสี่รีบเดินตามไป ฮวาหูเอ่ยถาม "เสี่ยวหยุน นี่คือหนังสืออะไรหรือ ถึงมีราคาสิบเหรียญ? ท่านสุ่ยจิ้งสอนพวกเรายังเก็บแค่เหรียญเดียวเองนะ"
"หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่าบทบำรุงปราณวานรเซียน"
ซูหยุนเดินไปพลางเปิดอ่านไปพลาง "เคล็ดวิชาบทแรกคือสยบใจวานร ควบคุมเจตนาอาชา วานรคลั่งนั่งสมาธิในจุดตันเถียน ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว บทครึ่งหลังเคล็ดวานรเฒ่ามีกระบวนท่าวานรเฒ่าหกท่า กระบวนท่าก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน"
ชิงชิวเย่ว์กระดิกหูกระต่าย "ถึงอย่างนั้นก็ไม่คุ้มราคาสิบเหรียญอยู่ดี"
ซูหยุนพูดอย่างหงุดหงิด "มันถูกพวกเราตีตายไปแล้ว ต่อราคาไม่ได้น่ะสิ รู้งี้ตกลงราคากันให้เรียบร้อยก่อนค่อยตีมันให้ตายก็ดีหรอก"
ในฐานะมนุษย์เพียงคนเดียวในเขตไร้มนุษย์ รูปแบบการจัดการเรื่องราวของเขาก็ถูกหล่อหลอมด้วยวิถีทางของเหล่าภูตผีปีศาจที่นี่มานานแล้ว
เงินที่สมควรจ่าย ก็ต้องจ่าย ขาดไม่ได้แม้แต่แดงเดียว ซื้อขายอย่างยุติธรรม ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นคนตาย ก็ต้องจ่ายให้
หากเป็นเงินของตนเอง ก็ต้องเอามาให้ได้ เมื่อถูกแย่งไปก็ต้องชิงกลับคืนมา ไม่ยอมหมอบราบคาบแก้วเด็ดขาด
หากไม่ใช่เงินของตนเอง ต่อให้วางอยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่หยิบฉวยแม้แต่อีแปะเดียว
หลักการของเขา ก็เรียบง่ายและชัดเจนเช่นนี้เอง